26
May 10

Blueburry Cheese Pie-Home made

Blueberry cheese Pie

Blueberry cheese Pie

(โชว์รูปก่อน)

วันนี้มาทำขนมทานเองกันดีกว่าค่า

ปุ๋มเป็นคนชอบทำอาหารนะคะ แต่ที่สนุกก็คือ ได้ถ่ายรูปด้วย ชอบถ่ายรูปอาหาร พอๆ กับการได้ทานน่ะค่ะ

ต่อไปคงได้ทำและนำมาลงบล็อคมากขึ้น…เพราะจะไปอยู่เกาะส่วนตัวแล้ว 555

เนื่องจากเรามีแพลนจะมีปาร์ตี้วันเกิดของอี๊ใหญ่ของพวกเรา

ซึ่งหลานๆทุกคน ก็ต่างครีเอทเมนูกันไป

แม่รับผิดชอบอาหารไทย มีแกงเขียวหวานไก่แล้วก็ ทอดมันปลากรายเนื้อเด้งระดับชาติ

แล้วก็มีข้าวปั้น ไส้กรอกทอด ของอีกบ้านนึง

ไอ้เราก็เห็นมีเด็กๆ ไปด้วย เลยทำขนมหวานไปดีกว่า

อยากทำอยู่แล้วแต่ไม่ได้ทำสักที

ทีนี้ก็รู้ก่อนวันเกิดแค่สองวัน ม่ายมีอุปกรณ์ไรเลย ไอ้ครั้นจะซื้อเตาอบ เครื่องผสม ไรต่อมิไร ก็เกรงจะเป็นการลงทุนมากไป

ก็มาตายรังที่เมนูที่ใช้แค่สองมือนี่แหล่ะทำ

ไม่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือไรมากมาย

มาเริ่มทำกันดีกว่า

จดสูตรจากในเนตกันก่อน

ส่วนผสม
บลูเบอรี่ 1 กระป๋อง, ขนมปังแคร็กเกอร์ ฮับเส็ง 42 แผ่น, เนยเค็ม 1 ก้อน + 1 ช้อนโต๊ะ, ครีมชีส ฟิลาเดลเฟีย 1 ก้อน, มะนาว 1 – 2 ลูก, นมข้น 1/3 กระป๋อง, นมคาเนชัน (นมสด) 2 ชต.
ถาดกลมขนาด 8″ 2 ถาด ในกรณีนี้ ทำถาดเล็กสุด ได้ 18 ถาม แบ่งกินได้ตามสะดวกค่ะ

เริ่มจากการบด แครกเกอร์…แบ่งใส่ถุงซิปแล้วใช้มือกดให้แตกๆ จากนั้นก็บดขยี้ด้วยไม้นวดแป้ง ไม่มีก็ใช้ขวดแก้ว กลิ้งไปมาได้ค่ั

บดละเอียดมาก ก็ดี แต่ตอนทำดึกมาแล้ว ได้แค่นี้หล่ะค่ะ การที่บดละเอียดก็ทำให้แป้งเกาะกันดีค่ะ

นำเนยก้อนที่เตรียมไว้ ใส่ขาม แล้วอุ่นในไมโครเวฟให้ละลาย ไม่เกินหนึ่งนาที คอยดูด้วยนะคะ พอเป็นน้ำ ก็นำออกมาคนๆ ก็ละลายหมดแล้วค่ะ

ทีนี้ก็เทน้ำเนยลงไปคนผสมให้ทั่วกับแป้งเครกเกอร์ที่บดไว้แล้ว

“ขั้นตอนเพื่อความหอม” ไม่ทำก็ได้ ทำก็ดี…

นำเครกเกอร์ที่ผสมกับเนยแล้ว ใส่เข้าไปในไมโครเวฟ แต่เป็นเตาอบจะดีกว่า อบให้เหลือง หอม แป้งมันจะกรอบขึ้น บ้านเราไม่มีเตาอบ ก็ใช้ไมโครเวฟแทน ซึ่งมีระบบย่าง ก็พอช่วยได้ เนื่องจากเครกเกอร์ที่ผสมไว้ค่อนข้างเยอะ ปุ๋มเลยแบ่งเป็นชามๆ ใส่ในไมรโครเวฟระบบย่าง ประมาณ 2 นาที ดูให้เกิดควันหอมๆก็เอาออกมาเทรวมกันไว้ หากไม่มีเตาอบไรเลยก็ไม่ต้องอบ ข้ามไปขั้นตอนต่อไปเลย

นำเครกเกอร์ที่เตรียมไว้มาใส่ลงไปในถาด กดให้แน่นๆแล้วนำไปแช่เย็น รอสัก 6-7 ชม. คือควรทำค้างคืนทิ้งไว้ ค่ะ ค่อยทำหน้าราดทีหลัง ให้มันเกาะกัน น่ะค่ะ ถามว่า แกะตัวนั้นมีไว้ทำไม ช่วยไรได้ไม๊..คำตอบคือ…ไม่มีไร เป็นแกะเฝ้าขนม ไม่ให้ใครมาแอบกินของเราได้ค่ะ 55

แช่เย็นแล้ว…ก็ไปนอนค่ะ

ตื่นเช้ามามาทำหน้าชีสกันดีกว่า

ชีสครีม ก้อนละเกือบสองร้อย แพงชมัด(โหมดบ่น)

ก่อนทำให้น้ำก้อนครีมชีส มาตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้มันอ่อนตัวนิดนึง หลังจากแข็งในตู้เย็นมานาน ทีนี้ พอมันเริ่มนิ่มๆ (อย่าให้ถึงกับเหลวนะคะ) เราก็หั่นๆ เป็นชิ้นเล็กๆ นำชีสวางไว้บนมือ แล้วหั่นๆ ค่ะ ใส่อ่างผสม

ไม่มีเครื่อง ใช้กล้ามน้อยๆของเรา คนๆๆๆ ให้มันเหลวๆค่ะ ใช้ส้อมคนวนๆๆๆ

มันเหลวอย่างนี้ได้ ก็คือใส่นมข้มหวานไปตามส่วน บีบมะนาวไปประมาณ 1 ลูก คือปุ๋มไม่ได้เป๊ะนะคะ คือชืมเอาว่าเราชอบแบบไหน ที่เราเคยกินแล้วอร่อยน่ะค่ะ  คนๆให้ได้ประมาณนี้

ก็ไปโรยหน้าพายที่เราทำไว้ค่ะ

แล้วก็ปิดฝาไปแช่ตู้เย็นอีกแป๊ปนึง ให้ครีมชีสมันเซตตัวค่ะ เด๋วเหลวไป

เวลาจะรับประทานก็เปิดกระป๋องบลูเบอรี่ แล้วก็โรยหน้าเลยค่ะ

(ได้เวลาอร่อยแล้วสิ ได้เวลาอร่อยแล้วสิ)

อันนี้เป็นอันลองชิม…ว๊าวว อย่อยใช้ได้นะฝีมือเรา

ง่ำๆๆๆ อย่อยๆๆ

แต่จากที่ทำหลายครั้งพบว่า จะให้แช่นานแค่ไหน แป้งพายก็ไม่เกาะกันเป็นก้อนแข็งๆ หรือแผ่นๆ มันก็คงร่วนๆ ของมันอย่างนั้น ไม่เป็นไรกินกับครีมชีสกับลูเบอรี่ก็อร่อยเหมือนกัน

บรรจุของที่ทำไว้ เตรียมเดินทางไปแดนไกล

กระเป๋านี้แหล่ะที่ลงทุนไปซื้อมา จากร้านเนโกะ (คล้ายๆ โดโซะ) กระเป๋าเก็บความเย็น น่ารักเชีย ใบละหกสิบบาทเอง

ชอบตรงนี้ 555

เวลาจะทาน ก็ค่อยนำบลูเบอรี่มาราดๆ ทับเข้าไป เข้ากั๊นนน เข้ากันนะคะ

แล้ว บลูเบอรี่ชีสพายก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบ

ผู้พิสูจน์ น้องมินท์

บอกว่า…อร่อยมากค่ะ ที่โรงเรียนมินท์แพงมาก แถมยังเห็นอร่อยอย่างนี้เลยค่ะ

^__________^//

คนทำก็หายเหนื่อยอ่ะน๊าค๊าาา

เมนูนี้ ง๊าย ง่าย แต่ดูไฮโซค่ะ ทำแล้วจะเสริมราศึ ดูดีมีชาติตระกูล 55

ลองไปทำทานกันดูนะคะ ไว้วันหลังจะมาใหม่ค่า