11
Feb 15

Bear Hug Project Postcard by pumuq

1 ปีผ่านไป เพิ่งจะได้คลอด

ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ มีคนชอบ ก็พอใจแล้ว (อุดหนุนคือขอบคุณมวาก เป็นขั้นกว่าของคำว่าชอบ อิอิ กราบขอบพระคุณค่า)
ชุดละ 170 บาท รวมค่าส่ง
มี 7 แบบ 7 ใบค่า โทนสีพาสเทล เอาไว้ส่งต่อความรู้สีกดีๆค่ะ….ใครรักหมี ชอบสีน้ำ ชอบเด็กน้อยผมชมพู ก็จับจองได้นะคะ

รูปวาดเซตหมี เกิดขึ้นประมาณปลายปีที่แล้
ขอบคุณแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ปุ๋มได้วาดมันออกมา หากไม่มีเจ้าหมีปุ๋มก็คงไม่รู้จะวาดอะไร เอาว่ามันก็เป็นเรื่องราวๆดีๆ ระหว่างหมีกับเด็กหญิงผมชมพูระกัน คริคริ ทุกครั้งที่ดูรูปพวกนี้ปุ๋มก็นึกเหตุการณ์ต่างๆ น่าแปลกจัง ทำไมหากไม่มีเรื่องราว ปุ๋มวาดไม่ได้น๊อ คงเหมือนนักแต่งเพลงมั๊ง ต้องมีเรื่องราวก่อนถึงจะกลั่นกรองความรู้สึกออกมาเป็นงานศิลปะได้

อันนี้เป็นแพคเกจ สำหรับส่งให้ลูกค้านะคะ น่ารักมั๊ย คนที่ซื้อต่างชอบอกชอบใจกันใหญ่เลยดีใจที่ชอบนะคะไอเดียจาก Pinterest ค่ะ

รีวิวจากน้อง @Turbow ขอบคุณค่ะ และขอบคุณทุกคนมากๆจริงๆ ดีใจมากๆ

ความทรงจำที่ดี จะถูกบันทึกไว้ด้วยรูปวาดเหล่านี้…ตลอดไป ปุ๋มยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นมันนะคะ ขอบคุณมาก

Thank you my bear 

 

 

 


05
Nov 13

ชีวิตโหมดนี้

…จะมีความสุข…
โพสนึงจากแฟนเพจ อ่านแล้วกลับมาอ่านอีกบ่อย เพราะรู้สึกดีที่ได้คิดแบบนี้ ก็เลยคิดว่า เขียนบล็อคถึงความรู้สึกนี้แบบยาวๆดีกว่า

 


หากจะถามปุ๋มว่าตอนนี้ชีวิตปุ๋มอยู่โหมดไหน ปุ๋มคงตอบได้ว่า โหมดอ๊าตค่ะ อาร์ต ที่มาจาก ART ที่แปลว่าศิลปะอ่ะค่ะ ปุ๋มก็ไม่รู้ว่า คนเราในแต่ละช่วงวัย มันแตกต่างกันมากขนาดไหน อ้อ ๆ อาจจะมี บางคนเข้าโหมดแต่งงาน เข้าโหมดท้อง และโหมดมีเบบี๋ ชีวิตก็เปลี่ยนเนอะ  แต่สำหรับปุ๋ม ชีวิตค่อยๆ กลายร่างไปอย่างช้าๆ … จากคนธรรมดา ที่อาจจะพกแค่อุปกรณ์ไอที หนังสือ แล้วมาเป็นพกกล้องถ่ายรูป พกตุ๊กตาไปไหนมาไหน … ช่วงนี้ชีวิตปุ๋ม พก ..กระดาษ ดินสอ ยางลบ …หากไปไกลหน่อย ก็จะมีจานสี พู่กันไปด้วย… นี่แหล่ะค่ะโหมดชีวิตปุ๋มในช่วงนี้


ถามว่ามีความสุขไม๊ ตอบได้เลยว่า “มาก” … รู้ได้อย่างไร ก็รู้ได้จากเวลามองรูปโต๊ะทำงานของตัวเอง ที่ถ่ายรูปไว้ มันก็รู้สึกดีอ่ะ มันมองแล้วถามตัวเองว่า …นี่คือชีวิตเราจริงๆเหรอ โต๊ะ ที่เต็มไปด้วย เศษยางลบ กระดาษทิชชู่เปื้อนสี จานสีเลอะๆ เทอะๆ กับขวดโหลแก้วใส่พู่กันหลายขนาด….ใช่มันคือชีวิตแบบที่ปุ๋มอยากเป็นมานานแสนนาน หากปุ๋มเพียงแต่วาดรูป …ไปวันๆ ก็อาจไม่ได้ปลื้มเท่านี้ เท่าที่มีคน ชอบงานของเรา จนมายอมเสียเงินจ้างให้เราวาดให้….ใช่ มันคือ “งานของปุ๋ม” ….งานที่มีผลตอบแทน มีคนอยากได้ นั่นแหล่ะมั๊ง ต้นเหตุของรอยยิ้ม

หากปุ๋มเป็นเด็กคนนึง ที่ตอนเด็กๆ พ่อแม่พาไปเรียนศิลปะ เข้าโรงเรียนก็ได้เรียนศิลปะ เข้ามหาลัย ก็ต่อคณะศิลปะ ตามที่ใจชอบ หรือพ่อแม่เห็นแวว ปุ๋มก็อาจจะเฉยๆ กับสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีค่ามากมายอะไร การได้วาดรูปแลกตังค์มัน..รู้สึกดีมากๆ อาจจะมากพอๆ กับ เดินเข้าห้องประชุมที่ตึกหรูๆใจกลางเมือง ขายโปรเจกท์ร้อยล้านให้บริษัท ถึงแม้ว่าภาพที่ปุ๋มวาด มันไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไรนัก เงินที่ได้อาจจะพอแค่อาหารแมวถุงนึงก็ได้ แต่สำหรับจิตใจ….มันเป่งๆ แบบปลื้มๆ อย่างเห็นได้ชัด ปุ๋มเลยคิดว่า ปุ๋มมีความสุขนะ กับชีวิตโหมดนี้

ปุ๋มชอบนั่งดูรูปเก่าๆ รูปที่เคยถ่ายไว้ เรื่องราวเก่าๆ ที่ถูกบันทึกไว้ตาม Social Network ต่างๆ บางทีย้อนกลับไปดูเป็นปีๆ ตอนนั้นเราทำอะไรอยู่ ตอนนั้นเรามีความสุขแค่ไหน รอยยิ้มนั้นมันมีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า หน้านี้ ตอนนั้นแอบเศร้าเพราะเรื่องอะไร…ปุ๋มก็วนเวียนอยู่กับชีวิตตัวเอง อยากรู้จัง คนอื่น….เค้าเป็นกันไม๊หืม?? ชีวิตที่เดินก้าวฉับๆ มุ่งแต่จะไปข้างหน้าอย่างเดียว มันเหนื่อยไปไม๊อ้า…หันมองความสุขรอบๆ ทางที่เราเคยผ่านมา ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหัวใจดีนะ พอหัวใจดี ก็ค่อยๆ ก้าวเดินต่อด้วยความสุขที่หล่อเลี้ยงอยู่ในหัวใจไง..ดีไม๊

จริงๆ ปุ๋มยังมีโหมดอื่นที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และต้องยอมรับหลายๆ ครั้งว่า บางทีมันก็เหนื่อย เวลาเจอปัญหาอะไรที่เราแก้ไขไม่ได้ เราก็อยากหยุด อยากถอย แต่อันนี้ก็คงเหมือนกับการทำงานของทุกๆคนบนโลกใบนี้ ปัญหาใหญ่แค่ไหน….เราก็ต้องเดินต่อ เดินต่อไป…. แต่หลายครั้ง ที่ปุ๋มหยุดเดิน แอบเลี้ยวไปทางอื่น ไปแอบนั่งวาดรูปในพงหญ้า ไปแอบนั่งใต้โคนต้นไม้ฟังเพลง … และนี่คือปัญหาใหญ่ในชีวิตของปุ๋ม งานที่อยากทำ ไม่ได้ตัง ก็ทำ งานที่ไม่อยากทำ …ได้ตัง แต่ไม่อยากทำ มันก็ไม่ได้ทำ  -___-” ไม่ชอบเลย …ไม่ชอบตัวเองนะ ไม่ได้ไม่ชอบเจ้าของงาน… ก้มหน้าก้มตาเคลียร์ตัวเองบ้าง แล้วหันกลับมาสะสางมันซะ …ปีใหม่นี้หยุดยาว อยากทำให้หมดจริงๆ (เหมือนจะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกปีใหม่)

หลายอย่างในชีวิต กำลังไปได้ดี ได้ทำในสิ่งที่รัก ที่ชอบมาตลอด … ได้ไปในที่ที่อยากไป เสมอๆ อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากกินอะไรก็ได้กิน ….อยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ก็ได้ใช้ ….แล้วจะเอาอะไรอีก ทำไม เราต้องรู้สึกว่า “มันยังไม่พอ” มันขาดอะไรไปน๊อ… แต่หากว่า ได้ไอ้ที่ขาดไป เข้ามาในชีวิต แล้วมากะทบๆ กับชีวิตในสามพารากราฟข้างบน ให้ไม่เป็นไปอย่างเดิม….ก็ไม่ต้องเข้ามาก็ได้นะ ฮ่าๆ (บอกใคร อ่อ บอกตัวเอง) …อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้วหล่ะ … จบดีกว่า

บันทึกไว้วันนึงที่รู้สึกดีกับชีวิตตัวเอง

 


28
Jun 13

30 Days with Note 8

 


จุดเริ่มต้นเหรอคะ…ปุ๋มชอบวาดรูป8jt ปกติวาดทุกวัน บนกระดาษนั่น สมุดนี่ บางทีก็วาดในคอม วันนึง ได้ไปลองซัมซุงโน้ต 8 แล้วรู้สึกมันส์มือมาก อยากได้ลองใช้แบบจริงๆจังๆ สักครั้ง ก็โพสในเฟสบุคเล่นๆ (แต่หวังผล 555) แล้วก็ได้ผลจริงๆ น้องบอยส่งข้อมูลไปให้ทางซัมซุง แล้วก็ได้รับเครื่องมาทดลองใช้จริงๆ

 (ชอบลายเส้นของปากการ S pen จังเลย )
ส่วนเรื่องวาดรูป 30 รูป ปุ๋มถือว่าเป็นการฝึกมือตัวเอง แต่อยากให้ได้ประโยชน์ด้วย ก็เลยคิดว่า หากคนที่มาให้วาดใจดี ก็แบ่งเงินเล็กๆ น้อยๆ มาทำบุญกันไม่จำกัดจำนวน ไม่เช็คด้วยว่าโอนกันเท่าไหร่ ขอแค่มีใจมา เราก็ส่งถึงมือเด็กๆแน่นอน จำได้วา่าเคยบริจาคเสื้อผ้านิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ ให้ที่บ้านเด็กเกรด้า เพราะมีคนแชร์ในเฟสบุคนี่แหล่ะค่ะ ปรากฏว่าได้รับโปสการ์ดกลับมา รู้สึกดีใจมากๆ คิดในใจว่าวันนึง เราจะส่งเครื่องเขียนอุปกรณ์วาดรูปไปให้เด็กๆ เพราะปุ๋มเชื่อว่า ศิลปะ ทำให้คนมีความสุข เด็กๆทกคนก็ชอบวาดรูปกันทั้งนั้น เนาะ….ก็เลยเกิดโปรเจกนี้ขึ้นมา
ส่งอีเมลล์มาจองคิวได้ที่ ipumdesign@gmail.com นะคะ
โอนเงินบริจากเท่าไหร่ก็ได้ เลขลงท้ายการโอนด้วย .10 (หากใครโอนที่แบงค์ใส่ .10 ไม่ได้ ก็เมลล์หรือแมสเสจบอกปุ๋มแล้วกันนะคะว่าโอนเท่าไหร่จะได้จดไว้) แล้วครบ 1 เดือน เราไปทำบุญกัลลลล เย้ๆๆๆ
ขอบคุณน้องบอยมากที่เห็นความสำคัญของข้อความเล็กๆ ข้อความหนึ่งบนไทม์ไลน์
ขอบคุณซัมซุงที่ให้ยืมเครื่องมาลองนะคะ การยืมครั้งนี้ ได้มากกว่าที่ลอง เราได้ทำบุญร่วมกันด้วยค่ะ อ่ะเคร…เริ่มได้

ตัวอย่างของคนที่มาร่วมโปรเจกท์นี้ด้วยกันค่ะ

พี่แดงลูกกระต่าย 2

น้องนุชบอกว่า ชอบหมู

ไว้จะมาสรุปรูปอีกทีนะคะ ^__^

ได้เงินบริจาคเยอะเลยน๊า ดีใจที่สุดเลย

โปรเจกค์ใกล้จบแล้วนะ สู้ๆ

 


19
May 13

For the friendship.. Lupita my favorite blythe

Dear Isidora Morales

I don’t know how to say “Thank you” to you  for review my application Ribbon Camera in you blog . I got your e-mail after I back from my long vocation. You never know how I feel about it! I’m so glad….to receive your email and read the review on your blog.

Why am I so glad ? because you are my “Idol” ,I always LOVE your work,your blythe clothes , your photos , your blog, your shop and all your creation …. I save many file of your photos, your artwork is my inspiration (Oops! this is a secret! ^^” 3 or 4 years ago! darling ^^) ……Then one day ! My I dol write a review about me!! my application…and you said that you like my illustrations ..like the cat’s face…OMG!! I’m so glad! I have to do something for you before I send the reply email back. So It ‘s take time haha..because I’m so busy after long weekend.

 

So I drawing you today…here for say “Thank you”

Sorry for Lupita,I think she ‘s not cute like the real Lupita ieie , Blythe is hard to drawing cute than the real, but I love to draw you because your red hair is so cute ,I love it 🙂 I hope you will like it  too. Thank you ……..Thank you for everything 🙂

I’m so shy ^^” that I write a blog in English ,My English is not good but I just want to tell you about my feeling about you …Please forgive me …So I will write in Thai now for explain about my Idol .^___^

สปีคอิงลิชซะยาวเลย….แอบอาย เพราะรู้ว่าตัวเองเขียนผิดเขียนถูกไม่ใช่น้อยนิ แต่ก็ขอแค่สื่อสารกับคนที่เราอยากคุยกับเค้า ให้เค้ารู้เรื่อง ก็พอแล้วเนอะ

คือเมื่อเดือนเมษายน ที่แอ๊พ Ribbon Camera เพิ่งออกวางขายที่ iTune อย่างที่เขียนบล็อคไปแล้วนั้น วันหนึ่งก็ได้รับจดหมายอิเลคโทรนิกจากคนๆหนึ่ง ซึ่ง….>< กรี๊ดมากกกก เรารู้จักเค้า….เค้าคือคนที่เราชอบมากกก กรี๊ดผลงานเค้ามาตลอด จำชื่อเค้าไม่ได้สักทีเพราะมันป็นภาษาเสปน จำได้แค่ชื่อตุ๊กตา ก็คือ “Lupita”

Lupita เป็น Blythe ของ Isidora Morales

เรารู้จักทั้งสอง จาก Flickr http://www.flickr.com/photos/antichica/

เห็นครั้งแรกก็หลงรัก หลงใหลได้ปลื้มกับผลงานของเค้ามาก เค้าก็เป็นอาร์ทติสท์คนนึง ที่เล่นไบล์ท แล้วก็มีงานตัดเย็บชุดตุ๊กตาที่น่ารักมาาาาาาาก หลายๆ ครั้งปุ๋มจะเซฟงานของเค้าเก็บไว้ดู ชอบและปลื้มมาก อีกอย่างหนึ่งที่ชอบก็คือ เค้ามีไบล์ทแค่ตัวเดียวค่ะ คือตัวนี้แหล่ะ แล้วเค้าก็คัสตอมเอง (คัสตอมขายด้วย แต่ละตัวน่ารักมากกกก มันจะมาเป็นคอนเซปท์เลย เจ๋งที่สุด) ทีนี้ เวลาที่ Isidora เปลี่ยนทรงผม เป้นทรงอะไร ก็จะให้เจ้า Lupita เปลี่ยนทรงผมตามเค้าด้วย บางครั้งก็ผมดำ บางทีก็ผมแดง ตอนนี้ผมแดงกันสองหัว ตัดบ๊อบเทน่ารักมากค่ะ

ดูจิ ไม่หลงรักได้ไง ทั้งการวางอาร์ทเวิร์ค การถ่ายรูป การวางคอนเซปท์ชุด ไม่แปลกใจเลย ที่ชุดของ Lupita จะขายหมดอย่างรวดเร็ว แม้ราคาจะสูง และคนที่ซื้อไปใส่ก็จะรักผลงานที่ซื้อไปเสมอ ….เราก็ได้แต่เฝ้ามอง…^^

งานส่วนใหญ่ จะเป็นงานที่ทำออกมาเพียงชิ้นเดียว คือมีดีไซน์ หรือ ดีเทลล์เล็กๆ น้อยๆที่แตกต่างกัน ทำให้ชิ้นงานทุกชิ้น เป็นงาน Handmade ที่มีคุณค่า คนซื้อไปก็ภูมิใจนะ แพงแค่ไหน ก็อยากมีเก็บไว้

ใครสนใจ ก็ไปส่องได้นะคะ ชุดลงขายปุ๊ปก็หมดปั๊ปตอนนี้เหลืออยู่นิดหน่อยเอง http://shop.laboutiquedelupi.com/

สรุปดีกว่า หากใครสนใจงานของ Isidora Morales ก็ไปหาดู ชื่นชมกันได้นะคะ

Blog : http://elblogdelupi.com/

Flickr : http://www.flickr.com/photos/antichica/

Shop : http://shop.laboutiquedelupi.com/

Facebook : https://www.facebook.com/Elblogdelupi

IG : http://instagram.com/elblogdelupi

 

 

 

 

 

 


19
Mar 13

New Stamp Design : Ribbon Camera

ช่วงนี้งานยุ่งมวากกกกก (ก็เห็นพูดอย่างนี้ตลอด)

มีหลายเรื่องที่ชีวิตการทำงานต้องเปลี่ยนไป เรียกว่าเปลี่ยนอย่างมาก อาจต้องทำงานประจำ อาจจะต้องทำงานแบบออฟฟิศ แต่…ยังคิดเหมือนเดิมเสมอคือ จะทำในสิ่งที่ชอบ และรักที่จะทำเท่านั้น และเหมือนที่บอกกับตัวเองเสมอว่า เมื่อโอกาสมาถึง เราจะไม่เดินหนี และจำทำให้ดีที่สุด

ชีวิตตอนนี้ เหมือนเด็กนักเรียนกำลังจะสอบไฟนอล มีสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ ก่อนจะ “ปิดเทอม” !! ใช่ปิดเทอมใหญ่ประจำปี จะหนีไปเที่ยวแล้ว ดังนั้นทำงานสู้ตาย!!

ตอนนี้มีงานเร่งด่วนคือทำแสตมป์ชุดใหม่ ….แอ๊พเพิ่งวางขายกันยังไม่ถึงเดือนทำแสตมป์ใหม่แล้ว

ก็มันอยากใช้นี่นา…ฮ่าๆ ดีไซนเนอร์ทุกคนล้วนแล้วแต่ไฟแรง อยากแก้ไขในส่วนที่ผิดพลาด และอยากเพิ่มเติมกันทั้งนั้น

ปุ๋มเองก็ไม่ต่างกัน

กำลังเร่งออกแบบอยู่ เซตนี้ คือเป็นอะไรที่อยากใช้ นึกถึงตัวเองว่าหากถ่ายรูปนี้ๆๆๆ อยากได้สติ๊กเกอร์อะไร แล้วก็ค่อยวาดออกมา

การทำการ์ตูนให้กับการแต่งรูป มันไ่ม่เหมือนกับการทำการ์ตูนที่เอาไว้ประกอบการคุย แชท โจทย์มันคนละแบบ

ก็หวังว่าคนที่ใช้แอ๊พ Ribbon Camera จะถูกใจกับแสตมป์ชุดใหม่ 2 เซตนนี้นะคะ

ตื่นเต้นๆๆๆๆ

อิอิ ….ออนเซ็นๆๆๆๆ ทาโกะๆๆๆๆ ซูชิๆๆๆๆ…..แล้วก็การเดินทาง

นี่คือคำบอกใบ้ของแสมป์ใหม่ทั้งสองชุดค่ะ อิอิ

 

สู้ๆ (^__^)//


03
Mar 13

Ribbon Camera App

สวัสดีค่ะ ….(อาย)

ห่างหายไปนานมาก ^^” ไม่พูดแล้วกันเนาัะ

เอาเป็นว่าวันนี้มีสิ่งที่ภูมิใจมานำเสนอ เนื่องจากปุ๋มใส่ชื่อเวบ pumuq.net ไว้ใน Profile ของดีไซน์เนอร์ กลัวคลิกมาเดี๋ยวแป่ววว เว็บไม่ได้อัพเดทเลย

วันนี้ปุ๋มเลยคิดว่าจะมาเล่าถึงโปรเจกท์นี้ให้ฟังแล้วกันค่ะ เผื่อใครคลิกเข้ามาเจอจะได้ร้อง “อ๋อออ”

ที่มาที่ไปก่อนจะได้มาทำแอ๊พ Ribbon Camera

เริ่มแรกเลย ปุ๋มรู้จักับน้องคนนึง มานานหลายปี ตั้งแต่น้องยังเรียนไม่จบ แต่แนวโน้ม ดีนะมองน้องด้วยความชื่นชมเสมอ ดูเป็นเด็กที่คิด แล้ว ลงมือทำเสมอ ตอนเรียนก็หาโน่นหานี่มาผลิตแล้วก็ขาย พอเรียนจบก็เริ่มทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จนวันนึง น้องของปุ๋มคนนี้ ก็มีบริษัททำแอ๊พเป็นของตัวเอง น้องคนนี้ชื่อ น้องหมง ปุ๋มเรียกว่า “โนบิ” เพราะเป็นชื่อที่เค้าใช้ในเวบปาล์มที่เราได้รู้จักกัน นับไปนับมาก็เกือบสิบปีแล้ว ช่วงเวลาที่เราห่างหายกันไป น้องก็โตเป็นผู้ใหญ่ วันนึงมารู้อีกทีก็เป็นผู้บริหารไปแล้วหล่ะ 🙂

หมงเปิดบริษัท i-App Creation Co.,Ltd ที่ขายแอ๊พอยู่ใน Apple Store จนมีชื่อเสียงระดับหนึ่ง (โดยที่คนไทยที่ใช้ไอโฟนส่วนใหญ่ก็อาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแอ๊พที่เค้าโหลดมาใช้นั้นเป็นแอ๊พจากฝีมือคนไทยด้วยกัน) วันนึง หมงนัดปุ๋มไปนั่งกินกาแฟกัน แล้วก็เล่าถึงไอเดียของเค้า…ที่คิดจะทำแอ๊พ….ให้กับเหล่าคนที่เป็นดีไซนเนอร์ นักวาดการ์ตูน ได้โชว์ศักยภาพของคนไทยให้ทั่วโลกได้รู้จัก หนึ่งในโอกาสนั้น เค้าให้ปุ๋มสานฝันตัวเอง ด้วยการมีแอ๊พเป็นของตัวเอง!! ไอ่ย่ะ !!!

(ในพาร์ทของแอ๊พดีไซนเนอร์อื่นๆๆ และการทำงานไว้ปุ๋มมาเล่าวันหลังนะคะ ไม่งั้นจะยาวมาก ขอแบบส่วนตัวเล่าเรื่องเฉพาะตัวเองก่อน เดี๋ยวจะไม่จบ )

เราเริ่มคุยกันตั้งแต่เดือน สิงหา กันยายน

วันนั้น เชื่อไม๊คะ หลังจากกลับมาจากคุยกัน ปุ๋มยังไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำ ว่าปุ๋มจะทำได้ไม๊ บอกตรงๆ ปุ๋มค่อยจะมั่นใจในฝีมือตัวเองเท่าไหร่ ….เพราะปุ๋มเป็นประเภทครูพักลักจำ หาเรียนเวิร์คชอบเล็กๆ มาตลอด วาดไปก็งูๆ ปลาๆ

…??? ใครจะมาเสียตังค์ซื้อสิ่งที่เราวาด…ปุ๋มถามตัวเองอย่างนั้นอยู่หลายวัน

??? แต่ในเมือ ..โอกาสมันมานอนอยู่กำมือของปุ๋ม…มีหรือ…ที่ปุ๋มจะไม่คว้ามันไว้  ….

“ใครๆ ก็มีความฝันกันทั้งนั้นแหล่ะ”

ปุ๋มเป็นคนช่างฝันนะ

พี่สาวคนนึงเคยล้อปุ๋มแบบติดตลกว่า

“ฝัน นะ ไอ่ปุ๋ม ไม่ใช่ตด จะได้ปู้ดเอา ปู้ดเอา “

ฮ่าๆ ปุ๋มหัวเราะ และยังคงเที่ยวบอกใครต่อใครต่อไปว่าวันๆ ปุ๋มฝันอะไรบ้าง

ที่ๆ อยากไป ของที่อยากกิน และสิ่งที่อยากทำ

..

หากใครเคยอ่านบล็อคปุ๋มมาบ้าง ปุ๋มเคยบอกบ่อยๆ

ว่าปุ๋มอยากทำหนังสือ อยากวาดภาพประกอบหนังสือของตัวเอง

ซึ่งเชื่อไม๊ ปุ๋มก็เคยคิดว่าฝันนี้มันไกลมากๆ

หนังสือปุ๋มก็ได้ทำแล้ว ภาพประกอบเอง เขียนเอง แต่ก็ไม่สมบูรณ์เพราะพิมพ์แต่ไม่ได้ขาย

เหมือนมันไม่ที่สุด

ปุ๋มวาดรูปมาเรื่อยๆ วาดสวยบ้างไม่สวยบ้าง

หาเงินจากมันบ้าง วาดฟรี วาดเล่นบ้าง

แล้ววันนี้ มีคนมาหยิบยื่นโอกาสให้ปุ๋มน่ะ ปุ๋มจะกล้ว เดินหันหลัง หรือวิ่งหนีทำไม

จากนั้น ปุ๋มก็ใช้เวลาส่วนหนึ่ง ซุ่มทำงาน ที่เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร มันจะประสบความสำเร็จไม๊ หรือมันจะล้มเหลว เราไม่อยากคืด ไม่อยากคาดเดา

ลงมือทำเลยดีกว่า …

มีคนเคยบอกว่า การที่เราจะเริ่มต้นอะไรสักอย่าง

ควรเริ่มจาก “ความรัก”

แรงบันดาลใจของปุ๋มจึงมาจากสิ่งใกล้ตัว เซตแรกๆ ที่ปุ๋มทำก็คือ

“I love DIY”

ปุ๋มดึงเอาโลโก้ เด็กผุ้หญิงผมจุก ติดโบว์ มาขยายผล ต่อเติมเสิรมแต่งในสิ่งที่ใกล้ตัวปุ๋ม

ก็คืองานอดิเรกของปุ๋ม  งานแฮนเมด งานเย็บผักถักร้อย ไปส่งของให้ลูกค้า ทุกอย่างมาจากชีวิตจริงของปุ๋มเอง 🙂

เซตต่อมา ก็ขยับจากงานที่ทำ มาเป็นสัตว์เลี้ยงที่รัก

ปุ๋มรักแมว และเลี้ยงอยู่สองตัว ปุ๋มถ่ายรูปเค้าทุกวันๆ อัพให้เพื่อนๆ ดู ไม่รู้เค้าจะเบื่อกันไม๊ แต่มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ปุ๋มอยากส่งต่อ

นี่คือแรงบันดาลใจของปุ๋ม เจ้าสีน้ำ กับ เจ้าปลาวาฬ (ตอนเด็ก) 555

ปุ๋มไม่รู้จะมีใครอยากใช้สติ๊กเกอร์ของแมวปุ๋มไม๊…แต่ไม่เป็นไร…ขอยัดเยียดความสุขให้คนรักแมวแล้วกัน ปุ๋มก็เลยแอดลายนั่นลายนี้ สำหรับคนรักแมวเข้าไปด้วย หวังว่า จะชอบกันบ้างนะคะ อิอิ

พอดีช่วงนั้นกังนัมสไตล์กำลังดัง ขอเต้นโด้ยยยยยย อิอิ

จากนั้นปุ๋มก็ทำงานมาเรื่อยๆ ก็มีอุปสรรค์บ้างทำให้ใช้เวลาเยอะขึ้น ทำให้ปุ๋มมีเวลามากขึ้น จึงได้ทำเซต Good morning กับ masking Tape ออกมาเพิ่มในโอกาศต่อมา

ปุ๋มมีหน้าที่อีกอย่างต้องทำไปพร้อมกันคือ การเป็น Project Manager คอยติดต่อประสานงาน กับดีไซน์เนอร์ทุกคน ซึ่งก็เป็นปุ๋มอีก ที่เฟ้นหา เชิญชวน หลอกล่อ (ฮ่าๆ) ศิลปินเหล่านี้มาทำงานด้วย

มันเหมือนวาดวิมานในอากาศนะคะ เงินก็ไม่มีจะไปให้ มีแต่ความเชื่อใจกันและกันเนี่ย

เรียกว่า เอาความฝันเป็นเดิมพัน …ไม่มีใครรู้ว่ามันจะหมู่หรือจ่า แต่อยากทำฝันให้เป็นจริงไม๊ล่ะ

ศิลปินทุกคน ล้วนอยากให้ผลงานของตัวเองเป้นที่รู้จัก …แต่อะไรจะรับประกันล่ะ ว่าสิ่งที่ปุ๋มชวนเค้ามาทำ มันจะเป็นจริง

มีแต่ความเชื่อใจกันระหว่าง “เพื่อน” เท่านั้นแหล่ะค่ะ

ที่ดึงพวกเค้าทั้งหมด มาร่วมทำงานกับเรา

และนี่คือครั้งแรกที่ปุ๋มได้ลองใช้แอ๊พของตัวเอง

ปลื้มปริ่มมากกก 555

จนมาถึงวันนี้ แอ๊พออกขายมาได้ เกือบ 1 อาทิตย์แล้วค่ะ

ได้รับเสียงตอบรับที่ดี  (มาก)

ศิลปืนในกลุ่ม PhotoUp ต่างได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ อย่างดี

พวกเราติดชาร์จ Free Top Apps หลายวันติดกัน

เพื่อนจาก PhotoUp ก็อยู่ในอันดับกันหมดเลย ดีใจจัง 🙂

 

 

 

 

 

 

Ribbon Camera

ดาวน์โหลด App Store

https://itunes.apple.com/th/app/ribboncamera-by-photoup/id600181841?mt=8

 

 

….

แล้ววันนี้ก็มาถึงเนาะ

จะว่าที่ผ่านมาเหนื่อยไม๊ ทำอะไรหลายอย่างเหลือเกิน

ปุ๋มก็เหนื่อยนะคะ แต่ไม่เคยร้องไห้ ท้อ เพราะเหนื่อยเลย มีแต่แอบโกรธตัวเองบางทีที่เหลวไหลไปบ้าง แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างมันก็ผ่านไปแล้ว งานๆ นึงก็สำเร็จ…สำเร็จก้าวย่างแรกที่ตั้งไข่

ต่อไป…จะต้องพยายามมากขึ้น

ให้เวลากับมัน คิด ตีโจทย์ มองหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ จากการแต่งรูป

โชคดีนิดหน่อย ที่ปกติเป็นคนชอบถ่ายรูป แต่งรูปอยู่แล้ว อะไรที่ปุ๋มต้องการคงไม่ต่างจากคนที่โหลดแอ๊พปุ๋มไปใช้ต้องการนัก

อิอิ โชคดี…ที่ได้ทำในสิ่งที่รักและถนัด

ตอนแรกบอกไปว่า…อยากวาดรูปประกอบหนังสือ อยากทำหนังสือ

เพราะตอนนั้น คือสื่อหนึ่งที่เข้าถึงคนได้มากๆ

แต่ตอนนี้…ไม่ต้องเขียนในหนังสือแว้ววว

ทำแอ๊พ…….ก้อด้ายยยยยย ฮิ้ววววววววว

(แม้จะยากนิดหน่อยเวลาที่ต้องอธิบายให้ ป๊า แม่ หรือป้าๆ เข้าใจ เวลาที่คนถาม เข้าถึงเฉพาะวัยจริงๆ 55)

ขอบคุณมากๆนะคะ

สำหรับคนที่ติดตามปุ๋มมานาน จากบล็อคที่ไม่ค่อยอัพเดท จากแฟนเพจที่โพสบ่อยเหลือเกิน

“ขอบคุณมากๆนะคะ”

วันนี้เรายิ้มไปด้วยกันแล้วนะ เย้ๆ

สำหรับคนที่เพิ่งมาเจอหน้านี้ อยากรู้จักกันให้มากกว่า ตามมาโลดค่า

Twitter : ipumuq

Instagram : pumuq

Line ID : pumuq

Flickr : http://www.flickr.com/photos/ipumuq/

FB : www.facebook.com/pumuq

Fanpage : www.facebook.com/sweettribbon สำหรับงาน DIY

Fanpage : www.facebook.com/SweetRibbonDoll สำหรับชุดตุ๊กตา

Fanpage : www.facebook.com/TanpopoDiary สำหรับงานภาพประกอบคำพูดดีๆ

Fanpage : www.facebook.com/HappyMeCases สำหรับงานเคสโทรศัพท์มือถือ

email : ipumuq@gmail.com

หมดหรือยังนิ….ฮ่าๆ ไม่แปลกใจเลยว่าปุ๋มใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทั้งวันได้อย่างไร

วันนี้จบเพียงแค่นี้ก่อน วันหน้าจะมาเล่าอะไรให้ฟังอีกนะคะ

จุ๊ๆ เดือนหน้า…ตดอีกปุ๊ดนึงของปุ๋มกำลังจะเป็นจริงแล้วค่ะ

รอติดตามนะคะ …ปู้ดๆ


19
Sep 11

TanPoPo…Make a wish and blow flowers


http://www.facebook.com/pages/Tanpopo/192836264120838

Come to visit me at TanPoPo Fanpage

—————————-

ความฝันเล็กๆ เล็ก สุดๆ ซุกอยู่ตรงมุมไหนก็ไม่รู้

ไม่ได้เกือบลืม

แต่ยังไม่ได้ทำ

แต่วันนี้จะทำแล้ว

ด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกำหนดตารางการส่งงานลูกค้าหลายราย

แต่ก็ยังไม่วายที่จะทำมัน

เวลาอยากจะทำอะไรก็เป็นแบบนี้ทุกที ไม่อยากหยุด เพราะมันกำลังเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็ว

ภาพที่วาด

เรื่องราว คาแรคเตอร์ อยากทำ ก็ทำเลย ไม่ได้หวังผลอะไร

อยากสร้างแบรนด์ อยากขายของ อยากทำของน่ารักๆ ที่มาจากตัวเราเอง

ทำล่ะวันนี้

มันคือจุดที่หนึ่ง …ค่อยๆ เดินไปทีละก้าว ทีละก้าว…แล้วกันนะเรา

มาเขียนบล็อคเพราะว่าจะเอาไฟล์มาฝาก ^__^

ไม่รู้จะมีใครอยากได้ไม๊ แต่อยากทำให้

วอลเปเปอร์สำหรับไอโฟน 1 คลิกขวาแล้วเซฟเลยค่ะ


วอลเปเปอร์สำหรับไอโฟน 2 คลิกขวาที่รูปแล้วเซฟเลยจ้ะ




Wallpaper ขนาด 1600×1200 คลิกที่รูปแล้วตามไปโหลดเลย

….

อธิษฐาน…แล้วเป่าเลย

เพี่ยง……


15
Sep 11

Seenam : I need you


เมื่อวาน คุณ @malimali ประกาศใน FB ว่าใครอยากเขียนเรื่องแมวแลกอาหารแมวบ้าง ได้ฟังก็หูผึ่ง ไอ้เรื่องอาหารแมวไม่เท่าไหร่ ไอ้เรื่องอยากเขียนนี่สิมากกว่า แต่ได้อาหารก็ดีนะ 555 ทีนี้วันนี้ ก็อยากวาดรูป ก็วาดไปหลายรูป เก็บสีทีที่หนึ่ง ..อ่ะอยากวาดกุ๊กไก่ วาดเสร็จ เก็บสี อ่ะอ่ะ อยากวาดสีน้ำ เผื่อเอาไปประกอบบทความ อ่ะ วาดอีก…ฮ่าๆ สรุปไม่ได้ทำงานเลย พอวาดรูปเสร็จ ก็เอามาแสกน ไม่เคยเอารูปวาดมาแสกนเลย สนุกดี หากวาดได้ดี ก็สามารถนำไปทำโน่นนี่ได้หลายอย่างดีนะ  แล้วก็นั่งเขียนเรื่องสีน้ำ …แปลกดี ที่ไม่ค่อยได้เล่าเรื่องสีน้ำสักเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่า ส่งไปหนังสือ ได้หรือไม่ได้ไม่เป็นไร ฉันเอาลงบล็อคล่ะ เพราะชอบทั้งได้เขียนหนังสือ และชอบทั้งได้ทำภาพประกอบเลย …สนุกดี

Seenam : I need you

ใน ทุกๆ เช้า สีน้ำจะได้รับเกียรติเป็นนาฬิกาปลุกของฉัน โดยหลังจากที่แม่ตื่นนอนและออกมาจาก ห้องนอนของตัวเอง ก็จะแวะเปิดประตูห้องฉันให้สีน้ำได้วิ่งเข้ามา บางคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว แล้วบอกว่ารักแมว ทำไมไม่ให้สีน้ำนอนในห้องนอนกับฉันล่ะ อยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วเราเข้านอนพร้อมกัน โดยเมื่อฉันปิดโทรทัศน์ ปิดไฟ สีน้ำก็จะวิ่งขึ้นมาบนเตียงของเรา แล้วก็นอนข้างๆ หมอนของฉัน แต่สีน้ำ เป็นแมวที่หลับไม่ยาว สีน้ำชอบหลับนำหน้าฉันไปก่อน พอฉันใกล้ๆ จะเคลิ้มหลับ สีน้ำก็จะตื่น แล้วความวิบัติก็ จะเกิดขึ้นเบาๆ ในห้องนอนของฉัน สีน้ำจะเริ่มวิ่ง เริ่มปีน เริ่มอยากออกไปเล่นจับเงาจิ้งจกข้างนอกห้อง แต่ฉันกำลังจะเคลิ้มหลับนะ ไม่เอาๆ ไม่อยากตื่น กว่าจะหลับอีก …แต่สีน้ำก็หาได้ฟังเสียงคร่ำครวญเหล่านั้นไม่ สีน้ำยังคงวิ่งไปมา และเมื่อไม่ได้รับการตอบกลับจากฉัน นางก็จะปีนขึ้นชั้นวางตุ๊กตา แล้วค่อยๆ เขี่ยอะไรก็ตามที่วางอยู่บนชั้นนั้น ลงมา…ทีละชิ้น ทีละชิ้น โดยพอของหล่น  ตุ่บ….สีน้ำก็จะมองฉันแล้วร้อง…เมี๊ยวววววว ประหนึ่งว่า หากไม่ลุกมาเปิดประตูให้สีน้ำ ตุ๊กตาพวกนี้ จะต้องถูกเขี่ยตกลงมาจากที่สูงต่อไป…ตอนนี้ บรรยากาศคล้าย คนเมายาบ้า จับเด็กเป็นตัวประกัน ฉันจึงต้องลุกมาเปิดประตูให้สีน้ำออกไปข้างนอก แทบทุกคืน มีบ้างบางคืน ที่สีน้ำ ตื่นแล้วจะย้ายไปนอนตูู้้ ใต้ทีวี แล้วก็ไม่ออกมาเลยจนเช้า ซึ่งคืนนั้น เหล่าตุ๊กตาของฉันก็จะโชคดีถือว่ารอดตัวไป

 

และเมื่อสีน้ำเข้ามาทำหน้าที่นาฬิกาปลุก แรกๆ ก็จะรีบวิ่งขึ้นมาบนโต๊ะทำงาน ที่มีขอบหน้าต่าง โดยสีน้ำจะมุดผ้าม่าน แล้วเอาก้นอวบๆ วางบนพรินเตอร์ เพื่อนั่งมองการจราจรยามเช้า หรือไม่ก็เฝ้าสายไฟฟ้า หวังจะให้มีนกบินมาเกาะให้ชื่่นชมสักตัวสองตัว วันไหนที่นกมาเกาะใกล้ๆ สีน้ำจะทำเสียงในคอ “อุ๊กก อุ๊…ออ…อุ๊กกกก” ..ฉันต้องลุกมาดู แล้วขำ ว่าสีน้ำเป็นอะไร อ๋ออ อยากได้นกนี่เอง ฮ่าฮ่า ทำเสียงได้ประหลาดมาก ฉันไม่เคยได้ยินแมวที่ไหนทำเสียงแบบนี้เลย

สีน้ำหลับแบบนี้ ZZzzz

สีน้ำกินข้าว

 

พอสีน้ำนั่งดูนกดูรถ ได้สักพัก เธอก็เริ่มกระโดดลงมาบนเตียงที่ฉันนอนอยู่ บางครั้งก็ถือโอกาสผสมโรง นอนต่อข้างๆ ในวันที่อากาศเย็นสบาย หรือคงเพราะเมื่อคืนสีน้ำอาจจะนอนดึกเพราะ มัวแต่วิ่งเล่นกับสิ่งเคลื่อนไหว เล็กๆ น้อยๆ นอกห้องนอน พอเริ่มสายสีน้ำก็เริ่มทำการปลุกฉันอย่างเป็นทางการ ด้วยการมานั่งข้างๆเตียง ส่งเสียงเหมียวๆ และวันไหน ฉันโชคดี ก็จะมีซีนโรแมนติกกับเค้าบ้าง โดยสีน้ำจะขึ้นมานอนบนตัว เอาจมูกสามเหลี่ยม มาจิ้มหน้าฉัน งานนี้ ไม่ตื่นให้เอาไม้ตีหัวเลย ความน่ารักโรแมนติกขั้นเทพของเจ้าหูแหลม ยากจะปฏิเสธได้จริงๆ แต่อย่างที่บอก ซีนโรแมนติกไม่ได้มีขึ้นบ่อยๆ นานทีปีหน แต่หลังๆมานี้ สีน้ำ กลับชอบเล่นบทโหด อย่างกับหนังสยองขวัญ ก็คือ ร้องเมี๊ยวๆ แล้วกระโดดขึ้นมาบนเตียง แง๊บเข้าที่เท้าของฉัน ความเจ็บระดับกลางๆ (แง๊บ จะเป็นอาการที่แมวขบเบาๆ ที่ตัวของเรา โดยมีความเจ็บระดับน้อยกว่า “งับ” ฉันบรรญัติเอง วัดจากระดับความเจ็บ ฮี่ฮี่) ซึ่งเมื่อฉันเจอช็อตนี้เข้าไป ถึงกับต้องตื่นมาแว๊ดๆๆ ใส่สีน้ำยกใหญ่ รู้สึกเสียใจเล็กๆ ว่ารักกันขนาดนี้ มากัดกันทำไมคะคุณแมว…..ช็อตนี้จะตื่นแบบโมโหๆ  (สีน้ำคงนึกในใจว่า โดนด่า แต่ได้ผลชะมัด )

เมื่อเดินออก จากห้องนอน สีน้ำก็จะริบวิ่งนำหน้าไปที่จานอาหารเม็ด โดยร้องเมี๊ยวๆ ไปด้วย ฉันไม่เข้าใจเล๊ยยยย ว่าอยู่ทั้งคืน ข้าวเต็มจาน…ทำไมเธอไม่กินเหรอสีน้ำ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ต้องมาทำหิวตอนเช้า พอฉันเติมน้ำในชามน้ำเสร็จ ก็จะนั่งเป็นเพื่อน เพราะหากฉันไม่นั่ง สีน้ำก็จะเดินตามและไม่ยอมกินข้าว ฉันก็เลยต้องมานั่งเป็นเพื่อน โดยวันไหน นั่งเร็ว ไม่ต้องให้ตามมากนัก สีน้ำจะกินข้าวเสียงดัง แบบเหมือนกินคำใหญ่ๆ หมับ หมับ บางทีก็มีเสียงเพอร์ เบาเบา แปลว่านางกำลังมีความสุขค่ะ แต่กินไปได้สักพัก ก็จะทำท่าเดินมาหาฉัน ฉันจับพฤติกรรมและแปลเป็นภาษามนุษย์ว่า “ลูบตัวหนูด้วย ลูบตัวหนูหน่อย” ฉันก็ต้องเอามือไปลูบตรงสะโพกอวบๆ ของสีน้ำ สีน้ำชอบให้ลูบตัว ตอนกินข้าวจริงๆด้วย ดูเหมือนจะชมเชยว่า เก่งจ้า เก่ง กินเยอะๆ กินเยอะๆ

เหยื่อบริสุทธิ์

เค้าว่ากันว่า แมวหรือหมา หากมีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ ก็อย่าได้โทษใคร ให้โทษเจ้าของก่อนเลย เพราะคุณที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น ฉันมานั่งทบทวน ก็คงจะจริง เพราะสีน้ำเป็นแมวตัวแรกของฉัน ตอนได้มาใหม่ๆ ฉันจึงขึ้นชื่อได้ว่า “เห่อขั้นเทพ” ดังนั้น เวลาสีน้ำกินข้าว ฉันก็ชอบไปนั่งดู นั่งดูเปล่าๆก็ไม่ได้ได้ ต้องเอามือ ลูบสีน้ำไปด้วย น่ารักจัง ขนนิ่มจัง ฉันคงเป็นแบบนั้นน่ะ จึงทำให้สีน้ำ เป็นแบบทุกวันนี้ จริงๆ ดูเหมือนฉัน บ่นๆ นะ ที่สีำน้ำอ้อนเกินนน ต้องให้ไปนั่งเป็นเพื่อน แต่จริงๆก็คือบ่นไปงั้นแหล่ะ เรียกได้ว่า “เอ็นดู” คงจะตรงกว่า ฉันเอ็นดูในพฤติกรรมของสีน้ำ ฉันเล่าให้ใครต่อใครฟังด้วยความสุข และคนที่ได้ฟัง ก็ต่างได้รับความสุขไปเช่นกัน ฉันมีความสุขนะ ที่ได้เลี้ยงสีน้ำ ไว้มีโอกาส คงจะได้เล่าเรื่องสีน้ำเรื่องอื่นๆ อีกต่อไป วันนี้เล่ามายาวทีเดียว ขอบคุณที่อ่านมาจนจบค่ะ – แม่สีน้ำ


สนุกดีนะคะ

ไว้เขียนอีกดีกว่า ได้วาดรูปด้วย

ปุ๋มว่า บางที เราก็แค่อยากทำฝันให้เป็นจริง ด้วยการ “ลงมือทำ” จากอะไร ใกล้ๆ ตัว ปุ๋มคิดได้ว่า ในเืมื่อเราอยากเป็นนักวาดภาพประกอบ แต่เรารู้สึกว่า เราไม่เก่งพอ เราก็แค่ทำมันออกมา โดยที่ ไม่ได้ไปขายใคร ขายตัวเองก็พอ ทำออกมาแล้ววัดผลด้วยตัวเองซิ ว่าชอบไม๊ ที่สำคัญ มีความสุขกับมันหรือเปล่า หากทำแล้วมีคนเห็น …แล้วดันชอบ อันนั้นถือเป็นผลพลอยได้ ^___^ ปุ๋มตั้งใจจะฝึกวาดภาพ และลงสีน้ำบ่อยๆ ก่อนจะไปวาดภาพประกอบเรื่องราวของใคร ลองวาดประกอบเรื่องราวของตัวเองดูสิ….ดูซิว่า จะผ่านไม๊ ในเมื่อตัวเธอเองก็คือผู้ตัดสินนี่นา ถ้าผ่าน…ก็มีความสุขแล้วหล่ะ


19
Aug 11

connecting the dots

“ลากเส้นต่อจุด”

เป็นหนึ่งในการเก็ตไอเดียเล็กๆจากสุนทรพจน์อันมีชื่อเสียงของ Steve Job ผู้ก่อตั้ง Apple

ที่ปุ๋มได้ฟังจาก Youtube ที่พี่แหม่มโพสเอาไว้ในเฟสบุค ซึ่งไม่ใช่เพียงผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาในวันนั้นเท่านั้นที่ได้รับข้อคิดดีๆ จากจ๊อป แต่กลับกลายเป็นคนทั้งโลกก็ได้รับแนวคิดดีๆ จากเค้าเช่นกัน

สิ่งหนึ่งที่ปุ๋มประทับใจในทั้งหมดของคำกล่าวในวันนั้นคือเรือง “Connecting the dots” หรือการลากเส้นต่อจุด สรุปใจความสั้นๆ คือ เมื่อเค้าตัดสินใจลาออกจากมหาลัยแห่งหนึ่งเมื่อเรียนไปได้ 6 เดือนแล้วค้นพบว่า สิ่งที่เรียนอยู่นั้นไม่มีสิ่งไหนเลยที่เค้าสนใจอยากรู้อย่างแท้จริง หลังจากลาออก จ๊อบก็ได้ไปสมัครเรียนวิชาที่เค้าสนใจและใช้เวลากับมันอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เขาชอบที่หลังจากลาออก เขาสามารถที่จะไปเข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ และวิชา
ทั้งหลายที่เขาได้เรียนในช่วงนั้น ซึ่งเขาใช้เวลาทั้งหมด 18 เดือน โดยเลือกเรียนตามแต่ความสนใจ
และสัญชาตญาณของเขาจะพาไป ได้กลายมาเป็นความรู้ที่หาค่ามิได้ให้แก่ชีวิตของเขาในเวลา
ต่อมา และหนึ่งในนั้นคือ วิชา ศิลปะการประดิษฐ์และออกแบบตัวอักษร (calligraphy)


Jobs ยอมรับว่า ในตอนนั้นเขาเองก็ยังมองไม่ออกเช่นกันว่า จะนำความรู้ที่ได้จากวิชานี้ไปใช้
ประโยชน์อะไรได้ในอนาคตของเขา แต่ 10 ปีหลังจากนั้น เมื่อเขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบเครื่อง
คอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก วิชานี้ได้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อน
และทำให้ Mac กลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ที่มีการออกแบบตัวอักษรและการจัดช่องไฟที่สวยงาม


ถ้าหากเขาไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็คงจะไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้ และ Mac ก็คง
ไม่อาจจะมีตัวอักษร แบบต่างๆ ที่หลากหลาย หรือ font ที่มีการเรียงพิมพ์ที่ได้ X ส่วนสวยงาม
รวมทั้งเครื่องพีซี ซึ่งใช้ Windows ที่ลอกแบบไปจาก Mac อีกต่อหนึ่งก็เช่นกัน คงจะไม่มีตัวอักษร
สวยๆ ใช้อย่างที่มีอยู่ในตอนนี้


อย่างไรก็ตาม Jobs บอกว่า ในเวลาที่เขาตัดสินใจลาออกนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถ
“ลากเส้นต่อจุด” หรือหยั่งรู้อนาคตได้ว่า วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร (คอลิกราฟฟี่)
จะกลายเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ในการออกแบบ Mac เขาเพียงสามารถจะลากเส้นต่อจุด
ระหว่างวิชาลิปิศิลป์กับการคิดค้นเครื่อง Mac ได้อย่างชัดเจน ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลัง
เท่านั้น


ในเมื่อไม่มีใครที่จะลากเส้นต่อจุดไปในอนาคตได้ ดังนั้นคำแนะนำของ Jobs ก็คือ
คุณ จะต้อง “ไว้ใจและเชื่อมั่น” ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ มันจะหา
ทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา
โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่

 

ใช่ไม๊….ไม่มีใครหรอกที่จะรู้ว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร

สิ่งที่เราทำในวันนี้ จะมีผลต่อในอนาคตหรือไม่ และอย่างไร

สิ่งเดียวที่เราจะมีได้คือ “ศรัทธา” และ “เชื่อมั่น” ว่าสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในเวลานี้ สักวัน จุดต่างๆ ที่เราสร้างขึ้นมันจะหาทางเชื่อมต่อกันได้เอง

 

*******************

ทั้งหมดจึงเป็นที่มา ของแนวความคิดหนึ่งในสมองของปุ๋ม

บางทีเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไร ว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้ มันจะช่วยอะไรเราได้อนาคตหรือเปล่า แต่มันก็ดีและทำให้ง่ายขึ้นหรือเปล่า หากเราขยันที่จะ “สร้างจุด” ต่างๆ ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เผื่อถึงวันที่มันจะลากเข้าหากัน มันจะได้ง่ายกว่าไง

ปุ๋มระลึกอยู่เสมอว่า ปุ๋มน่ะ รู้ตัวช้าไป ว่าตัวเอง ชอบหรือรักที่จะทำอะไร ในวันที่เราเดินไปเรื่อยๆ ตามกระแสของสังคม ให้เรียนก็เรียน ให้เอนท์ก็เอนท์ ให้เข้ามหาลัยก็เข้า ตามเค้าไปโดยไม่มีอะไรมาบอกหรือไกด์ว่า สิ่งที่ต้องการคืออะไร ปุ๋มจำได้เลาๆแค่ว่า ตอนสมัยม.ปลาย เห็นเพื่อนถือกระดานวาดรูป ไปเรียนพิเศษตอนเย็นเพื่อเตรียมเอนท์เข้าสถาปัตย์ แล้วรู้สึกอิจฉาเล็กๆ อยากเรียนแบบเค้าบ้าง แต่ด้วยรู้ตัวเองดีว่าไม่เก่งเลขและฟิสิกข์จึงถอยตัวเองไปอยู่้ที่อื่นเสมอ ตอนนั้นไม่รู้เลยจริงๆว่า มันมีวิชาศิลปะตั้งมากมายนะ ที่ไม่ต้องใช้ความรู้ด้านการคำนวน….

 

มันทำให้เมื่อเราโตขึ้น แม้เราจะทำงานด้านที่เราเรียนจบมา ผ่านไปนานแค่ไหน จิตใต้สำนึกเรา ก็ยังคงทำให้เราเดินหวนทางไปในทางที่เราชอบอีกจนได้ และเมื่อมันมาถึงทางแยกใหม่ในชีวิต มันจึงไม่ยากเลยที่ปุ๋มจะเลือกลองเปลี่ยนเส้นทางเดินเสียเฉยๆ โดยไม่ลังเล …คีย์เวิร์ดช่วงการย้ายเส้นทางคือ “เสี่ยงที่จะเดินตามเสียงของหัวใจ” และ “ไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่” คนที่ทำงานจนถึงระดับ “ผู้จัดการฝ่าย” ยอมกลายไปเป็นแค่ “พนักงานกราฟฟิกดีไซน์” ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ….. แต่มันอยากทำนี่ อยากนั่งอยู่หน้าคอมตรงนั้น….ไม่อยากมีลูกน้อง ไม่อยากรับผิดชอบโครงการมากมาย ขอแค่นั่งอยู่หน้าคอม หูเสียบหูฟังฟังเพลงชอบกับงานออกแบบตรงหน้าก็พอใจแล้ว

และนั่นคือ เส้นทางเดินใหม่ของปุ๋ม

จากตอนนั้นถึงตรงนี้ ปุ๋มก็ยังคงสนุกกับเส้นทางนี้ และสนุกที่จะหาอะไรเพิ่มเติมให้กับมันตลอดเวลา หากตีเป็นภาพ ก็เหมือนกำลังเดินอยู่ในเส้นทางนี้ด้วยสเต็ป “ลั๊นลา” ก้าวไปกระโดดไป เส้นทางข้างๆ รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้ มีบ่อยครั้ง ที่แวะข้างทาง โดยไม่กลัวว่าจะไปไม่ถึงจุดหมาย เพราะปุ๋มสนุกกับการแวะ”เติม”อะไรให้ตัวเองได้ตลอดเวลา เหมือนที่หลายๆ คนเคยบอกไว้ “จุดหมายหาได้สำคัญ เท่ากับเรื่องราวที่เราเก็บเกี่ยวได้ระหว่างทางไม่”

ปุ๋มยังคงเริ่มเรียนศิลปะในแขนงต่างๆ ตามจังหวะ และโอกาสที่มีเข้ามา โดยไม่ได้คิดว่า วันนึงจะใช้มันทำอะไร แค่ได้สนุกกับการเรียนนั้นๆก็พอแล้ว

http://24.media.tumblr.com/tumblr_lpjdnx6lsh1qbacxlo1_500.jpg

ปุ๋มเรียนคอร์สเวิร์คช็อปสีน้ำคอร์สั้นๆ หลายครั้ง เวลาเราไปเรียนอะไรพวกนี้ มันจะทำให้เราเจอกับคน ประเภทเดียวกัน ชอบอะไรคล้ยๆกัน คนบางคน ก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน เพื่อนที่มีจริตเหมือนๆกัน แม้อายุ หน้าที่การงานจะต่างกัน เพื่อนในคลาสสีน้ำ แนะนำให้ปุ๋มไปเรียนศิลปะพื้นฐานจากเวบ Ensogo ที่มีคูปองราคาพิเศษ แล้วปุ๋มก็เลือกที่จะเรียนที่ Art Element ในคลาสวิชา Compose และ Sketching Design การเรียน 4 ครั้งในหนึ่งเดือน อาจไม่ทำให้เราล่วงรู้หรือเก่งขึ้นมาได้ แต่อย่างน้อยมันได้สร้างความเพลิดเพลินให้กับชีวิต และทำให้เราเปิดประตูไปสู่อีกโลกนึงของศิลปะ ได้เจอคนต่างๆมากมาย และผู้คนเหล่านั้น ก็เปิดหู และเปิดตา ให้เรารู้จักสิ่งต่างๆ อีกมากมาย

http://30.media.tumblr.com/tumblr_lpukiqLK9U1qbacxlo1_500.jpg

จาก Sketching design

http://24.media.tumblr.com/tumblr_lpwmf8Px5k1qbacxlo1_500.jpg

จากวิชา Compose

เมื่อ จุด เล็กๆ จุดหนึ่ง เชื่อม ให้เราไปเจอ จุดเล็กๆ อีกจุดหนึ่ง …….และใครจะรู้ว่า จุดเล็กๆในวันนี้ จะพาเราไปเจออะไรข้างหน้าบ้าง

แม้เราจะไม่มีทางรู้….แต่อย่างหนึ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ….”เรา ก้าว ไป ข้าง หน้า”