pages
categories
archive
recent post
link
et cetera










Monday, September 19, 2011, filed under Art Art Art


http://www.facebook.com/pages/Tanpopo/192836264120838

Come to visit me at TanPoPo Fanpage

—————————-

ความฝันเล็กๆ เล็ก สุดๆ ซุกอยู่ตรงมุมไหนก็ไม่รู้

ไม่ได้เกือบลืม

แต่ยังไม่ได้ทำ

แต่วันนี้จะทำแล้ว

ด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกำหนดตารางการส่งงานลูกค้าหลายราย

แต่ก็ยังไม่วายที่จะทำมัน

เวลาอยากจะทำอะไรก็เป็นแบบนี้ทุกที ไม่อยากหยุด เพราะมันกำลังเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็ว

ภาพที่วาด

เรื่องราว คาแรคเตอร์ อยากทำ ก็ทำเลย ไม่ได้หวังผลอะไร

อยากสร้างแบรนด์ อยากขายของ อยากทำของน่ารักๆ ที่มาจากตัวเราเอง

ทำล่ะวันนี้

มันคือจุดที่หนึ่ง …ค่อยๆ เดินไปทีละก้าว ทีละก้าว…แล้วกันนะเรา

มาเขียนบล็อคเพราะว่าจะเอาไฟล์มาฝาก ^__^

ไม่รู้จะมีใครอยากได้ไม๊ แต่อยากทำให้

วอลเปเปอร์สำหรับไอโฟน 1 คลิกขวาแล้วเซฟเลยค่ะ


วอลเปเปอร์สำหรับไอโฟน 2 คลิกขวาที่รูปแล้วเซฟเลยจ้ะ




Wallpaper ขนาด 1600×1200 คลิกที่รูปแล้วตามไปโหลดเลย

….

อธิษฐาน…แล้วเป่าเลย

เพี่ยง……


divider

Thursday, September 15, 2011, filed under Art Art Art


เมื่อวาน คุณ @malimali ประกาศใน FB ว่าใครอยากเขียนเรื่องแมวแลกอาหารแมวบ้าง ได้ฟังก็หูผึ่ง ไอ้เรื่องอาหารแมวไม่เท่าไหร่ ไอ้เรื่องอยากเขียนนี่สิมากกว่า แต่ได้อาหารก็ดีนะ 555 ทีนี้วันนี้ ก็อยากวาดรูป ก็วาดไปหลายรูป เก็บสีทีที่หนึ่ง ..อ่ะอยากวาดกุ๊กไก่ วาดเสร็จ เก็บสี อ่ะอ่ะ อยากวาดสีน้ำ เผื่อเอาไปประกอบบทความ อ่ะ วาดอีก…ฮ่าๆ สรุปไม่ได้ทำงานเลย พอวาดรูปเสร็จ ก็เอามาแสกน ไม่เคยเอารูปวาดมาแสกนเลย สนุกดี หากวาดได้ดี ก็สามารถนำไปทำโน่นนี่ได้หลายอย่างดีนะ  แล้วก็นั่งเขียนเรื่องสีน้ำ …แปลกดี ที่ไม่ค่อยได้เล่าเรื่องสีน้ำสักเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่า ส่งไปหนังสือ ได้หรือไม่ได้ไม่เป็นไร ฉันเอาลงบล็อคล่ะ เพราะชอบทั้งได้เขียนหนังสือ และชอบทั้งได้ทำภาพประกอบเลย …สนุกดี

Seenam : I need you

ใน ทุกๆ เช้า สีน้ำจะได้รับเกียรติเป็นนาฬิกาปลุกของฉัน โดยหลังจากที่แม่ตื่นนอนและออกมาจาก ห้องนอนของตัวเอง ก็จะแวะเปิดประตูห้องฉันให้สีน้ำได้วิ่งเข้ามา บางคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว แล้วบอกว่ารักแมว ทำไมไม่ให้สีน้ำนอนในห้องนอนกับฉันล่ะ อยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วเราเข้านอนพร้อมกัน โดยเมื่อฉันปิดโทรทัศน์ ปิดไฟ สีน้ำก็จะวิ่งขึ้นมาบนเตียงของเรา แล้วก็นอนข้างๆ หมอนของฉัน แต่สีน้ำ เป็นแมวที่หลับไม่ยาว สีน้ำชอบหลับนำหน้าฉันไปก่อน พอฉันใกล้ๆ จะเคลิ้มหลับ สีน้ำก็จะตื่น แล้วความวิบัติก็ จะเกิดขึ้นเบาๆ ในห้องนอนของฉัน สีน้ำจะเริ่มวิ่ง เริ่มปีน เริ่มอยากออกไปเล่นจับเงาจิ้งจกข้างนอกห้อง แต่ฉันกำลังจะเคลิ้มหลับนะ ไม่เอาๆ ไม่อยากตื่น กว่าจะหลับอีก …แต่สีน้ำก็หาได้ฟังเสียงคร่ำครวญเหล่านั้นไม่ สีน้ำยังคงวิ่งไปมา และเมื่อไม่ได้รับการตอบกลับจากฉัน นางก็จะปีนขึ้นชั้นวางตุ๊กตา แล้วค่อยๆ เขี่ยอะไรก็ตามที่วางอยู่บนชั้นนั้น ลงมา…ทีละชิ้น ทีละชิ้น โดยพอของหล่น  ตุ่บ….สีน้ำก็จะมองฉันแล้วร้อง…เมี๊ยวววววว ประหนึ่งว่า หากไม่ลุกมาเปิดประตูให้สีน้ำ ตุ๊กตาพวกนี้ จะต้องถูกเขี่ยตกลงมาจากที่สูงต่อไป…ตอนนี้ บรรยากาศคล้าย คนเมายาบ้า จับเด็กเป็นตัวประกัน ฉันจึงต้องลุกมาเปิดประตูให้สีน้ำออกไปข้างนอก แทบทุกคืน มีบ้างบางคืน ที่สีน้ำ ตื่นแล้วจะย้ายไปนอนตูู้้ ใต้ทีวี แล้วก็ไม่ออกมาเลยจนเช้า ซึ่งคืนนั้น เหล่าตุ๊กตาของฉันก็จะโชคดีถือว่ารอดตัวไป

 

และเมื่อสีน้ำเข้ามาทำหน้าที่นาฬิกาปลุก แรกๆ ก็จะรีบวิ่งขึ้นมาบนโต๊ะทำงาน ที่มีขอบหน้าต่าง โดยสีน้ำจะมุดผ้าม่าน แล้วเอาก้นอวบๆ วางบนพรินเตอร์ เพื่อนั่งมองการจราจรยามเช้า หรือไม่ก็เฝ้าสายไฟฟ้า หวังจะให้มีนกบินมาเกาะให้ชื่่นชมสักตัวสองตัว วันไหนที่นกมาเกาะใกล้ๆ สีน้ำจะทำเสียงในคอ “อุ๊กก อุ๊…ออ…อุ๊กกกก” ..ฉันต้องลุกมาดู แล้วขำ ว่าสีน้ำเป็นอะไร อ๋ออ อยากได้นกนี่เอง ฮ่าฮ่า ทำเสียงได้ประหลาดมาก ฉันไม่เคยได้ยินแมวที่ไหนทำเสียงแบบนี้เลย

สีน้ำหลับแบบนี้ ZZzzz

สีน้ำกินข้าว

 

พอสีน้ำนั่งดูนกดูรถ ได้สักพัก เธอก็เริ่มกระโดดลงมาบนเตียงที่ฉันนอนอยู่ บางครั้งก็ถือโอกาสผสมโรง นอนต่อข้างๆ ในวันที่อากาศเย็นสบาย หรือคงเพราะเมื่อคืนสีน้ำอาจจะนอนดึกเพราะ มัวแต่วิ่งเล่นกับสิ่งเคลื่อนไหว เล็กๆ น้อยๆ นอกห้องนอน พอเริ่มสายสีน้ำก็เริ่มทำการปลุกฉันอย่างเป็นทางการ ด้วยการมานั่งข้างๆเตียง ส่งเสียงเหมียวๆ และวันไหน ฉันโชคดี ก็จะมีซีนโรแมนติกกับเค้าบ้าง โดยสีน้ำจะขึ้นมานอนบนตัว เอาจมูกสามเหลี่ยม มาจิ้มหน้าฉัน งานนี้ ไม่ตื่นให้เอาไม้ตีหัวเลย ความน่ารักโรแมนติกขั้นเทพของเจ้าหูแหลม ยากจะปฏิเสธได้จริงๆ แต่อย่างที่บอก ซีนโรแมนติกไม่ได้มีขึ้นบ่อยๆ นานทีปีหน แต่หลังๆมานี้ สีน้ำ กลับชอบเล่นบทโหด อย่างกับหนังสยองขวัญ ก็คือ ร้องเมี๊ยวๆ แล้วกระโดดขึ้นมาบนเตียง แง๊บเข้าที่เท้าของฉัน ความเจ็บระดับกลางๆ (แง๊บ จะเป็นอาการที่แมวขบเบาๆ ที่ตัวของเรา โดยมีความเจ็บระดับน้อยกว่า “งับ” ฉันบรรญัติเอง วัดจากระดับความเจ็บ ฮี่ฮี่) ซึ่งเมื่อฉันเจอช็อตนี้เข้าไป ถึงกับต้องตื่นมาแว๊ดๆๆ ใส่สีน้ำยกใหญ่ รู้สึกเสียใจเล็กๆ ว่ารักกันขนาดนี้ มากัดกันทำไมคะคุณแมว…..ช็อตนี้จะตื่นแบบโมโหๆ  (สีน้ำคงนึกในใจว่า โดนด่า แต่ได้ผลชะมัด )

เมื่อเดินออก จากห้องนอน สีน้ำก็จะริบวิ่งนำหน้าไปที่จานอาหารเม็ด โดยร้องเมี๊ยวๆ ไปด้วย ฉันไม่เข้าใจเล๊ยยยย ว่าอยู่ทั้งคืน ข้าวเต็มจาน…ทำไมเธอไม่กินเหรอสีน้ำ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ต้องมาทำหิวตอนเช้า พอฉันเติมน้ำในชามน้ำเสร็จ ก็จะนั่งเป็นเพื่อน เพราะหากฉันไม่นั่ง สีน้ำก็จะเดินตามและไม่ยอมกินข้าว ฉันก็เลยต้องมานั่งเป็นเพื่อน โดยวันไหน นั่งเร็ว ไม่ต้องให้ตามมากนัก สีน้ำจะกินข้าวเสียงดัง แบบเหมือนกินคำใหญ่ๆ หมับ หมับ บางทีก็มีเสียงเพอร์ เบาเบา แปลว่านางกำลังมีความสุขค่ะ แต่กินไปได้สักพัก ก็จะทำท่าเดินมาหาฉัน ฉันจับพฤติกรรมและแปลเป็นภาษามนุษย์ว่า “ลูบตัวหนูด้วย ลูบตัวหนูหน่อย” ฉันก็ต้องเอามือไปลูบตรงสะโพกอวบๆ ของสีน้ำ สีน้ำชอบให้ลูบตัว ตอนกินข้าวจริงๆด้วย ดูเหมือนจะชมเชยว่า เก่งจ้า เก่ง กินเยอะๆ กินเยอะๆ

เหยื่อบริสุทธิ์

เค้าว่ากันว่า แมวหรือหมา หากมีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ ก็อย่าได้โทษใคร ให้โทษเจ้าของก่อนเลย เพราะคุณที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น ฉันมานั่งทบทวน ก็คงจะจริง เพราะสีน้ำเป็นแมวตัวแรกของฉัน ตอนได้มาใหม่ๆ ฉันจึงขึ้นชื่อได้ว่า “เห่อขั้นเทพ” ดังนั้น เวลาสีน้ำกินข้าว ฉันก็ชอบไปนั่งดู นั่งดูเปล่าๆก็ไม่ได้ได้ ต้องเอามือ ลูบสีน้ำไปด้วย น่ารักจัง ขนนิ่มจัง ฉันคงเป็นแบบนั้นน่ะ จึงทำให้สีน้ำ เป็นแบบทุกวันนี้ จริงๆ ดูเหมือนฉัน บ่นๆ นะ ที่สีำน้ำอ้อนเกินนน ต้องให้ไปนั่งเป็นเพื่อน แต่จริงๆก็คือบ่นไปงั้นแหล่ะ เรียกได้ว่า “เอ็นดู” คงจะตรงกว่า ฉันเอ็นดูในพฤติกรรมของสีน้ำ ฉันเล่าให้ใครต่อใครฟังด้วยความสุข และคนที่ได้ฟัง ก็ต่างได้รับความสุขไปเช่นกัน ฉันมีความสุขนะ ที่ได้เลี้ยงสีน้ำ ไว้มีโอกาส คงจะได้เล่าเรื่องสีน้ำเรื่องอื่นๆ อีกต่อไป วันนี้เล่ามายาวทีเดียว ขอบคุณที่อ่านมาจนจบค่ะ – แม่สีน้ำ


สนุกดีนะคะ

ไว้เขียนอีกดีกว่า ได้วาดรูปด้วย

ปุ๋มว่า บางที เราก็แค่อยากทำฝันให้เป็นจริง ด้วยการ “ลงมือทำ” จากอะไร ใกล้ๆ ตัว ปุ๋มคิดได้ว่า ในเืมื่อเราอยากเป็นนักวาดภาพประกอบ แต่เรารู้สึกว่า เราไม่เก่งพอ เราก็แค่ทำมันออกมา โดยที่ ไม่ได้ไปขายใคร ขายตัวเองก็พอ ทำออกมาแล้ววัดผลด้วยตัวเองซิ ว่าชอบไม๊ ที่สำคัญ มีความสุขกับมันหรือเปล่า หากทำแล้วมีคนเห็น …แล้วดันชอบ อันนั้นถือเป็นผลพลอยได้ ^___^ ปุ๋มตั้งใจจะฝึกวาดภาพ และลงสีน้ำบ่อยๆ ก่อนจะไปวาดภาพประกอบเรื่องราวของใคร ลองวาดประกอบเรื่องราวของตัวเองดูสิ….ดูซิว่า จะผ่านไม๊ ในเมื่อตัวเธอเองก็คือผู้ตัดสินนี่นา ถ้าผ่าน…ก็มีความสุขแล้วหล่ะ


divider

Friday, August 19, 2011, filed under Art Art Art

“ลากเส้นต่อจุด”

เป็นหนึ่งในการเก็ตไอเดียเล็กๆจากสุนทรพจน์อันมีชื่อเสียงของ Steve Job ผู้ก่อตั้ง Apple

ที่ปุ๋มได้ฟังจาก Youtube ที่พี่แหม่มโพสเอาไว้ในเฟสบุค ซึ่งไม่ใช่เพียงผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาในวันนั้นเท่านั้นที่ได้รับข้อคิดดีๆ จากจ๊อป แต่กลับกลายเป็นคนทั้งโลกก็ได้รับแนวคิดดีๆ จากเค้าเช่นกัน

สิ่งหนึ่งที่ปุ๋มประทับใจในทั้งหมดของคำกล่าวในวันนั้นคือเรือง “Connecting the dots” หรือการลากเส้นต่อจุด สรุปใจความสั้นๆ คือ เมื่อเค้าตัดสินใจลาออกจากมหาลัยแห่งหนึ่งเมื่อเรียนไปได้ 6 เดือนแล้วค้นพบว่า สิ่งที่เรียนอยู่นั้นไม่มีสิ่งไหนเลยที่เค้าสนใจอยากรู้อย่างแท้จริง หลังจากลาออก จ๊อบก็ได้ไปสมัครเรียนวิชาที่เค้าสนใจและใช้เวลากับมันอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เขาชอบที่หลังจากลาออก เขาสามารถที่จะไปเข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ และวิชา
ทั้งหลายที่เขาได้เรียนในช่วงนั้น ซึ่งเขาใช้เวลาทั้งหมด 18 เดือน โดยเลือกเรียนตามแต่ความสนใจ
และสัญชาตญาณของเขาจะพาไป ได้กลายมาเป็นความรู้ที่หาค่ามิได้ให้แก่ชีวิตของเขาในเวลา
ต่อมา และหนึ่งในนั้นคือ วิชา ศิลปะการประดิษฐ์และออกแบบตัวอักษร (calligraphy)


Jobs ยอมรับว่า ในตอนนั้นเขาเองก็ยังมองไม่ออกเช่นกันว่า จะนำความรู้ที่ได้จากวิชานี้ไปใช้
ประโยชน์อะไรได้ในอนาคตของเขา แต่ 10 ปีหลังจากนั้น เมื่อเขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบเครื่อง
คอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก วิชานี้ได้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อน
และทำให้ Mac กลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ที่มีการออกแบบตัวอักษรและการจัดช่องไฟที่สวยงาม


ถ้าหากเขาไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็คงจะไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้ และ Mac ก็คง
ไม่อาจจะมีตัวอักษร แบบต่างๆ ที่หลากหลาย หรือ font ที่มีการเรียงพิมพ์ที่ได้ X ส่วนสวยงาม
รวมทั้งเครื่องพีซี ซึ่งใช้ Windows ที่ลอกแบบไปจาก Mac อีกต่อหนึ่งก็เช่นกัน คงจะไม่มีตัวอักษร
สวยๆ ใช้อย่างที่มีอยู่ในตอนนี้


อย่างไรก็ตาม Jobs บอกว่า ในเวลาที่เขาตัดสินใจลาออกนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถ
“ลากเส้นต่อจุด” หรือหยั่งรู้อนาคตได้ว่า วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร (คอลิกราฟฟี่)
จะกลายเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ในการออกแบบ Mac เขาเพียงสามารถจะลากเส้นต่อจุด
ระหว่างวิชาลิปิศิลป์กับการคิดค้นเครื่อง Mac ได้อย่างชัดเจน ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลัง
เท่านั้น


ในเมื่อไม่มีใครที่จะลากเส้นต่อจุดไปในอนาคตได้ ดังนั้นคำแนะนำของ Jobs ก็คือ
คุณ จะต้อง “ไว้ใจและเชื่อมั่น” ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ มันจะหา
ทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา
โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=744282#ixzz1VSQFoZKn

 

ใช่ไม๊….ไม่มีใครหรอกที่จะรู้ว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร

สิ่งที่เราทำในวันนี้ จะมีผลต่อในอนาคตหรือไม่ และอย่างไร

สิ่งเดียวที่เราจะมีได้คือ “ศรัทธา” และ “เชื่อมั่น” ว่าสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในเวลานี้ สักวัน จุดต่างๆ ที่เราสร้างขึ้นมันจะหาทางเชื่อมต่อกันได้เอง

 

*******************

ทั้งหมดจึงเป็นที่มา ของแนวความคิดหนึ่งในสมองของปุ๋ม

บางทีเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไร ว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้ มันจะช่วยอะไรเราได้อนาคตหรือเปล่า แต่มันก็ดีและทำให้ง่ายขึ้นหรือเปล่า หากเราขยันที่จะ “สร้างจุด” ต่างๆ ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เผื่อถึงวันที่มันจะลากเข้าหากัน มันจะได้ง่ายกว่าไง

ปุ๋มระลึกอยู่เสมอว่า ปุ๋มน่ะ รู้ตัวช้าไป ว่าตัวเอง ชอบหรือรักที่จะทำอะไร ในวันที่เราเดินไปเรื่อยๆ ตามกระแสของสังคม ให้เรียนก็เรียน ให้เอนท์ก็เอนท์ ให้เข้ามหาลัยก็เข้า ตามเค้าไปโดยไม่มีอะไรมาบอกหรือไกด์ว่า สิ่งที่ต้องการคืออะไร ปุ๋มจำได้เลาๆแค่ว่า ตอนสมัยม.ปลาย เห็นเพื่อนถือกระดานวาดรูป ไปเรียนพิเศษตอนเย็นเพื่อเตรียมเอนท์เข้าสถาปัตย์ แล้วรู้สึกอิจฉาเล็กๆ อยากเรียนแบบเค้าบ้าง แต่ด้วยรู้ตัวเองดีว่าไม่เก่งเลขและฟิสิกข์จึงถอยตัวเองไปอยู่้ที่อื่นเสมอ ตอนนั้นไม่รู้เลยจริงๆว่า มันมีวิชาศิลปะตั้งมากมายนะ ที่ไม่ต้องใช้ความรู้ด้านการคำนวน….

 

มันทำให้เมื่อเราโตขึ้น แม้เราจะทำงานด้านที่เราเรียนจบมา ผ่านไปนานแค่ไหน จิตใต้สำนึกเรา ก็ยังคงทำให้เราเดินหวนทางไปในทางที่เราชอบอีกจนได้ และเมื่อมันมาถึงทางแยกใหม่ในชีวิต มันจึงไม่ยากเลยที่ปุ๋มจะเลือกลองเปลี่ยนเส้นทางเดินเสียเฉยๆ โดยไม่ลังเล …คีย์เวิร์ดช่วงการย้ายเส้นทางคือ “เสี่ยงที่จะเดินตามเสียงของหัวใจ” และ “ไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่” คนที่ทำงานจนถึงระดับ “ผู้จัดการฝ่าย” ยอมกลายไปเป็นแค่ “พนักงานกราฟฟิกดีไซน์” ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ….. แต่มันอยากทำนี่ อยากนั่งอยู่หน้าคอมตรงนั้น….ไม่อยากมีลูกน้อง ไม่อยากรับผิดชอบโครงการมากมาย ขอแค่นั่งอยู่หน้าคอม หูเสียบหูฟังฟังเพลงชอบกับงานออกแบบตรงหน้าก็พอใจแล้ว

และนั่นคือ เส้นทางเดินใหม่ของปุ๋ม

จากตอนนั้นถึงตรงนี้ ปุ๋มก็ยังคงสนุกกับเส้นทางนี้ และสนุกที่จะหาอะไรเพิ่มเติมให้กับมันตลอดเวลา หากตีเป็นภาพ ก็เหมือนกำลังเดินอยู่ในเส้นทางนี้ด้วยสเต็ป “ลั๊นลา” ก้าวไปกระโดดไป เส้นทางข้างๆ รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้ มีบ่อยครั้ง ที่แวะข้างทาง โดยไม่กลัวว่าจะไปไม่ถึงจุดหมาย เพราะปุ๋มสนุกกับการแวะ”เติม”อะไรให้ตัวเองได้ตลอดเวลา เหมือนที่หลายๆ คนเคยบอกไว้ “จุดหมายหาได้สำคัญ เท่ากับเรื่องราวที่เราเก็บเกี่ยวได้ระหว่างทางไม่”

ปุ๋มยังคงเริ่มเรียนศิลปะในแขนงต่างๆ ตามจังหวะ และโอกาสที่มีเข้ามา โดยไม่ได้คิดว่า วันนึงจะใช้มันทำอะไร แค่ได้สนุกกับการเรียนนั้นๆก็พอแล้ว

http://24.media.tumblr.com/tumblr_lpjdnx6lsh1qbacxlo1_500.jpg

ปุ๋มเรียนคอร์สเวิร์คช็อปสีน้ำคอร์สั้นๆ หลายครั้ง เวลาเราไปเรียนอะไรพวกนี้ มันจะทำให้เราเจอกับคน ประเภทเดียวกัน ชอบอะไรคล้ยๆกัน คนบางคน ก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน เพื่อนที่มีจริตเหมือนๆกัน แม้อายุ หน้าที่การงานจะต่างกัน เพื่อนในคลาสสีน้ำ แนะนำให้ปุ๋มไปเรียนศิลปะพื้นฐานจากเวบ Ensogo ที่มีคูปองราคาพิเศษ แล้วปุ๋มก็เลือกที่จะเรียนที่ Art Element ในคลาสวิชา Compose และ Sketching Design การเรียน 4 ครั้งในหนึ่งเดือน อาจไม่ทำให้เราล่วงรู้หรือเก่งขึ้นมาได้ แต่อย่างน้อยมันได้สร้างความเพลิดเพลินให้กับชีวิต และทำให้เราเปิดประตูไปสู่อีกโลกนึงของศิลปะ ได้เจอคนต่างๆมากมาย และผู้คนเหล่านั้น ก็เปิดหู และเปิดตา ให้เรารู้จักสิ่งต่างๆ อีกมากมาย

http://30.media.tumblr.com/tumblr_lpukiqLK9U1qbacxlo1_500.jpg

จาก Sketching design

http://24.media.tumblr.com/tumblr_lpwmf8Px5k1qbacxlo1_500.jpg

จากวิชา Compose

เมื่อ จุด เล็กๆ จุดหนึ่ง เชื่อม ให้เราไปเจอ จุดเล็กๆ อีกจุดหนึ่ง …….และใครจะรู้ว่า จุดเล็กๆในวันนี้ จะพาเราไปเจออะไรข้างหน้าบ้าง

แม้เราจะไม่มีทางรู้….แต่อย่างหนึ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ….”เรา ก้าว ไป ข้าง หน้า”


divider

Friday, May 27, 2011, filed under Art Art Art

มีการแซงคิวเกิดขึ้น 555
เอามาลงเสียเลย

เจอในเฟสบุค เค้าวาดสวยมากๆ
เลยไปลองวาดมั่ง
ชอบตรงเพลย์ดูตอนวาดได้ด้ว เจ๋งเนอะ
อันนี้วาดง่ายเพราะเค้าได้จัดเซตสีที่น่ารักๆ ไว้ให้แล้ว ดังนั้นวาดยังไง ก็ดูเข้ากั๊น เข้ากันค่า

http://sketch.odopod.com

เล่นดูๆ น่ารักดี

นึกอะไรไม่ออก บอกหมี ^___^

 


divider

Thursday, March 31, 2011, filed under Art Art Art

ความฝันอีกอย่างหนึ่งของปุ๋มที่ไม่มีใครรู้นัก

เพราะปุ๋มไม่เคยกล้าบอกใคร…เพราะอายที่มันจะไม่มีวันเป็นความจริง…น่าแปลกกับคนที่มั่นใจจะทำอะไรในหลายๆเรื่องอย่างปุ๋ม ก็มีเรื่องที่ไม่มั่นใจอยู่หลายเรื่องเช่นกัน

….ปุ๋มอยากเป็นนักวาดภาพประกอบ….

อาย เพราะเวลาเราวาดรูป…เรารู้ว่าผลงานของเราอยู่ตรงติ่งไหนของงานคนอื่น ฮ่า ฮ่า

แต่ไม่เป็นไร ปุ๋มจะไม่อาย ที่มันจะไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่แน่ อีกห้าปี สิบปี ปุ๋มอาจจะได้ทำมันก็ได้

ขอแค่…รักที่จะทำมันจริงๆ ก็พอ

เวลาปุ๋มถ่ายรูป แล้วมีคนถามว่า ทำยังไง อยากถ่ายรูปได้สวยๆมั่ง..

สิ่งเดียวที่ปุ๋มแนะนำอยู่เสมอ สำหรับคนที่อุปกรณ์กระจอกอย่างปุ๋ม หรือคนที่ไม่ได้มีเทคนิคเวิร์คชอบอะไรมากมาย…คือ

“ดู รูป เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ”

สิ่งเหล่านั้นมันจะซึมซับเข้าสู่กระแสเลือดเองโดยอัตโนมัติ….วันนึงที่เรามองรูเล็กๆ ผ่านกล้องของเรา เราจะนึกออกเองว่าเราจะเอามุมไหน…

ขอสอนตัวเอง…

ในเรื่องการวาดรูป….

“ดูเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ”

“วาด เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะเยอะ เยอะ เยอะ เยอะ เยอะ”

วาดบ่อยๆ ….สักวัน เราจะมีลายเส้นเป็นของตัวเราเอง…และเราจะวาดมัันออกมาด้วยความคิดของเราเอง

….

วันนี้ไปเจอ แฟนเพจของ อาร์ตทิสคนนึง…ชอบมากมาย เลยคิดขึ้นได้ว่า เอามาแปะลิงค์ไว้ในบล็อคดีกว่า เผื่อหาไม่เจอ

..แล้วก็คิดขึ้นได้ว่า เขียนบล็อคเลยแล้วกัน 55

ชอบเนอะ….แมว กับ ปลั๊ก

เจ้าของ illus นี้ชื่อ  Gemma Correll เป็นนักอิลาสชาวเยอรมันค่ะ…ผลงานถูกใจข้าพเจ้ายิ่งนัก…

เวบไซต์ของเค้า

http://www.gemmacorrell.com

แฟนแพจ

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150319751925191&set=pu.24698995190#!/pages/Gemma-Correll/24698995190

ชอบอ่ะ

ไว้เจอใครเจ๋งๆ จะมาอีก จะมาอีก

ส่วนงานติ่งเล็กๆของปุ๋ม…อวดๆ

http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/199962_10150138117709593_512694592_6298326_6055350_n.jpg

 

วาดเล่นๆมีความสุขอย่าบอกใคร…บางทีก็ไม่อยากทำงานเลย วาดรูปลงสี มีความสุข ^__^

http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/188241_10150130889979593_512694592_6230949_1499071_n.jpg

It’s Me


divider

Thursday, July 29, 2010, filed under Art Art Art, D.I.Y

อยู่ดีๆ…อยู่ดีๆ ไม๊หว่า…

อ่อ ไม่อยู่ดีๆ หรอก…พอดีว่า ไปซื้อเมจิสำหรับวาดลงบนผ้ามา กลับมาบ้านเลยลองซะหน่อย ผลปรากฎว่า วาดใหญ่เลย พรั่งพรูมาก

คือไม่ได้วาดลงกระดาษ แต่วาดลงผ้าแล้วรู้สึกว่ามันน่ารักดี ลายไหนชอบก็วาดได้เองและยังเรียกได้ว่างานแฮนเมดอีกด้วย

ชอบสุดๆ

http://farm5.static.flickr.com/4092/4836031619_bff3c1dec4.jpg

ปากกาสำหรับเขียนผ้า เดาว่า กันน้ำ คือสามารถซักได้

วาดเสร็จก็รีดผ่านความร้อนสักหน่อย ก็จะติดผ้าถาวรจ้ะ

ปากกาแท่งละ 80 บาทขายที่ร้าน ฮงที่สำเพ็งจ้า ไปหาซื้อดูกัันได้

หลังจากนั้นอารมณ์ค้าง ก็วาดรูปตลอดทั้งวัน ทั้งคืน

รวมถึงรูปนี้ด้วย

http://farm5.static.flickr.com/4152/4836495231_2ab01f2b55.jpg

วาดด้วยดินสอ ก็ง่ายดีนะ แล้วก็ตัดเส้นสีดำ

แล้วค่อยนำมาแสกนแล้วก็ใส่ลวดลายตามชอบ คือเป็นสื่อผสมเนอะ น่ารักดี

ทีนี้ ดีไซน์ของชุดนี้เนี่ย ได้มาจากความคิดในหัว

ของชุดสไตล์นี้คือ ตัวโน๊ต กับนกสไตล์วินเทจ ช่วงนี้บ้าวินเทจมาก โบราณๆ จะสวย คลาสสิค

ตั้งใจว่าจะทำชุดนี้ให้ตุ๊กตา มีแต่คนรอชม เริ่มกดดัน 55 แต่ก็น่าสนุกนะ จะต้องทำให้ได้ สู้ๆ

ช่วงนี้บ้างานศิลปะมาก หลังจากวันนี้วาดรูปๆๆๆๆ ระบายสีๆๆๆๆ ต่อไปนี้…ก็แกะยางลบอีก

พรุ่งนี้มาอัพเรื่องแกะยางลบแล้วกัน อิอิ

บายๆๆๆ


divider