05
Nov 13

วาดรูปด้วย Note8 ทำบุญร่วมกัน ^_^

 (คลิกเพื่อชมรูปใหญ่)

ทุกคน…ทุกคนคะ….วันนี้มาถึงแล้ว

ปุ๋มเริ่มโปรเจกท์ 30Days with Galaxy Note8 มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 (อ่านจุดเริ่มต้นได้ที่บล็อคตามลิงค์นะคะ) ถึงวันนี้ เงินที่ทุกคนบริจาคมา ตามแต่กำลังศรัทธา ปุ๋มรวบรวมได้เป็นเงิน 5,356 บาท ปุ๋มต้องขอโทษที่กว่าจะมาทำเรื่องเอาเงินมาทำบุญ ก็ล่วงเลยมาหลายเดือน ปัญหาที่ติดขัดได้แก่

– รูปที่วาดยังไม่ครบ 30 รูป ได้แต่ตั้งใจอยากให้ได้ 30 รูป เลยหนึ่งเดือน ทางซัมซุงเอาเครื่องกลับไปแล้ว ปุ๋มยังวาดไม่ครบเลย T^T มีบางคนวาดเป็นรูปสีน้ำส่งไปให้แทน ต้องขอโทษด้วย จนป่านนี้ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้รูปวาดจากปุ๋ม ส่วนใหญ่เป็นคนที่สนิทๆ กัน ด้วยความสนิทกันมาก เลยขอแปะไว้ก่อน จนทุกวันนี้ ปุ๋มไม่ลืมค่ะ ไว้เดี๋ยวพอวาดให้ อยากทำบุญเท่าไหร่ ก็ปุ๋มส่งเลขที่บัญชีของทางมูลนิธิให้นะคะ อิอิ เท่าไหร่ก็ได้เหมือนเดิม

พอเวลาล่วงเลยมาเรื่อย ๆ มันก็ไม่่เสร็จเสียที ปุ๋มเลยคิดว่า เก็บเงินไว้ไม่ได้แล้ว ติดต่อทางมูลนิธิไป ก็ต้องรอทางผู้ดูแลคือพี่ตุ๊ก เพื่อไปเช็คว่า่ สิ่งที่เด็กๆ ต้องการคืออะไร ปุ๋มได้รีเควสมา ขอเล่าเกี่ยวกับบ้านแกร์ด้าสักหน่อยนะคะ

http://www.baangerda.org/th/about-us.html
https://www.facebook.com/BaanGerda.Thai

วันนั้น โทรไปคุยกับพี่ตุ๊ก ผู้จัดการบ้านแกร์ด้า (บ้านแกร์ด้าตั้งอยู่ที่ลพบุรี) ถามพี่ตุ๊กเรื่องน้องสามคน ที่ตอนนี้เริ่มเข้าเรียนในระดับมหาลัย และอาชีวะ(แถวนครสวรรค์) ที่เรียนทางด้านศิลปะ น้องๆ ลิสต์มาให้ ว่าต้องการอะไรบ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวก สีอะคริลิกทุกสี สีโปสเตอร์ พู่กันทุกขนาด กระดาษ กล่องใส่งานต่างๆ … ปุ๋มก็ถามว่า เด็กที่แกร์ด้าเป็นอย่างไร พี่ตุ๊กเล่าว่า เด็กทั้งหมด คือเด็กที่กำพร้า พ่อแม่ติดเชื้อ HIV เสียชีวิต เด็กๆ ในโครงการ มีที่ไม่ได้เป็นผู้ที่ติดเชื้ออย่แค่ไม่กี่คน T^T แต่เด็กๆสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี ผ่านขั้นวิกฤตกันมาหมดแล้ว เด็กๆ มาอยู่กับที่มูลนิธิตั้งแต่เล็กๆ 79 คนนี้ ยังไงมูลนิธิก็ต้องเลี้ยงต่อไป จนโต ตอนนี้เด็กๆ เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น กลายเป็นช่วงอายุ 13-21 มากที่สุด คือประมาณ 50 คน ทางมูลนิธิไม่ได้รับเด็กเพิ่มแล้ว เพราะที่มีอยู่ก็ต้องทำให้ดี เด็กๆพวกนี้เกิดมาในช่วงที่โรคเอดส์ยังเป็นเรื่องที่น่ากลัวของสังคม ได้รับการรังเกียจ บางคนก็โดนครอบครัวเอามาทิ้งไว้ที่วัดพระบาตน้ำพุ บางคนก็ไม่มีที่ไป ญาติๆไม่รับ คือเด็กๆ พวกนี้ ผ่านอะไรมาเยอะ ….ทางมูลนิธิก็เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้เริ่มมีเข้ามหาลัยแล้ว …พี่ตุ๊กเล่าว่า การเรียนศิลปะ ก็มีต้นทุนที่สูงกว่าสาขาอื่น ดีใจ หากจะได้รับอุปกรณ์การเรียนศิลปะจากพวกเรา  …

วันนั้นที่ได้พูดคุยกับพี่ตุ๊ก ถึงกับน้ำตาซึม นี่พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างสบาย ชีวิตเรามีครอบครัวที่อบอุ่น มีการศึกษาที่ดี มีเพื่อนที่ดี แต่ยังเห็นบ่นกับปัญหาชีวิต เครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่มีความสุข กันบน Social Network ได้ทุกวัน เราลืมไปแล้วจริงๆ ใช่ไม๊ว่า ในชีวิตนึงของเรา สุขสบายแค่ไหน ที่มีทุกอย่างที่ มีสุขภาพที่แข็งแรง …บางชีวิต ที่เค้าไม่ได้เป็นคนผิด เกิดมาก็ติดโรค มีแต่ปัญหาสังคม ปัญหาสุขภาพ แต่เค้าก็สู้มาได้ …โดยได้รับการเลี้ยงดูและความอุบอุ่นจากคนใจบุญที่มูลนิธิ ….T^T มันเป็นเรื่องจริงค่ะ เรื่องจริงของสังคม ที่อยากให้เราลองหันไปมองรอบๆ ดูบ้าง บางทีเราก็…หมดกำลังแรงใจ หรือ ท้อถอยกับอะไรง่ายๆ … ลองมองคนที่แย่กว่าเรา เราจะรู้เลยว่า ชีวิตที่เราได้มาเนี่ย มัน มัน ดีขนาดไหน

วันนี้เงินคนละนิดละหน่อย(บางคนก็ไม่นิดหน่อย เต็มใจให้กันมากๆ)ของทุกคน ที่ได้มอบมาให้ปุ๋ม ปุ๋มได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยสานฝันในการเรียนทางด้านศิลปะให้น้องๆ ได้นะคะ ^___^ ดีใจกันได้นะ ตอนแรกก็จะขอชื่อจริง ชื่อมหาลัย มาระบุให้ชัด ปุ๋มลืมไปว่า จริงๆ น้องๆเค้าต้องอยู่ในสังคม เราก็ไม่ควรเอารายชื่อเค้ามาเปิดเผย ให้เค้าได้อยู่ในสังคมแบบปกติ มีเพื่อนมีฝูง ไม่ต้องอายใครว่าของที่ได้มามาจากเงินบริจาค ฟังพี่ตุ๊กเล่าแล้วก็เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ

สำหรับคนที่อยากช่วยน้องๆ ที่บ้านแกร์ด้าต่อ

สุนันทา  ว่านน้ำ (ตุ๊ก)
Sunanta  Wannum (Took) 
ผู้จัดการบ้านแกร์ด้า
มูลนิธิสิทธิเด็ก (บ้านแกร์ด้า)
119 หมู่ 5 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง 
ลพบุรี 15170
 Tel : 089-893-5801
E mail : wannum@hotmail.com 

เบอร์ติดต่อพี่ตุ๊กนะคะ

ถามแล้ว ได้ความว่า หากมีเสื้อผ้าที่น้องๆวัยรุ่นใส่ เสื้อผ้าสวยๆที่ไม่ได้ใส่แล้วใส่กล่อง ส่งไปให้เด็กๆ ได้นะคะ กำลังเป็นหนุ่มเป็นสาวกัน แต่พี่ตุ๊กขอว่า อย่าส่งพวกกางเกงยีนส์สั้นจู๋ไปนะคะ พี่ตุ๊กไม่อยากให้เด็กๆ เปรี้ยวเกินไป อันตรายค่ะฮ่าๆ พี่ตุ๊กบอกมา

ปิดท้าย ปุ๋มขอขอบคุณเพื่อนๆ บนเฟสบุคทุกคน ที่เข้าร่วมทำบุญกับปุ๋มในครั้งนี้นะคะ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนชอบรูปที่ปุ๋มวาด ยอมไว้ใจมอบเงินมาให้ปุ๋ม ปุ๋มดีใจมากๆ ตอนไปเดินเลือกซื้อสี แบกถุงใหญ่ๆ กลับบ้าน ออกแรงกับมัน นั่งเรียง จัดของลงกล่อง แล้วก็คิดในใจ ว่า หากอุปกรณ์เหล่านี้ ได้ทำให้น้องๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เค้ารัก สามารถสร้างอาชีพให้เค้าได้ในอนาคต ก็คงเป็นเรื่องทีดีมากๆ แม้จะช่วยเด็กได้แค่ 3 คน ….แค่ 3 ชีวิตนี้ ก็มีคุณค่านะคะ ดีใจจัง

ขอบคุณมิตรภาพดีๆ บน Social Network ที่ทำให้ได้รู้จักกับคนดีๆ มากมาย น้องบอยคือหนึ่งในคนดีที่ว่า เรารู้จักกันทางทวิตเตอร์ แกงค์ทวิตเตอร์เราได้ไปกินซูชิอร่อยๆ ด้วยกัน แค่นั้นเอง เราก็ต่างคนต่าง Add Friend แล้วก็ Follow กันไปมา พอน้องบอยเห็นว่าพี่ปุ๋ม บ่นเรื่องอยากลองใข้ Note8 ดูสักครั้ง ก็ใจดีติดต่อกับทางซัมซุงให้ จนเป็นที่มาของโประเจกท์นี้ แถมยังได้ร่วมทำบุญกับพวกเราอีกด้วย ขอบคุณมกาๆนะคะ ดีใจมากๆ  ชาติที่แล้วคงทำบุญร่วมกันมา ชาตินี้ก็ร่วมทำดีกันอีก …ดีใจจัง

รูปที่ยกมาเป็นตัวอย่าง คือเป็นรูปตัวอย่างว่า รูปที่ส่งมาน่ะประมาณไหน ปุ๋มวาดออกมาประมาณไหน จริงๆต้องขอบคุณทุกคนมากนะคะ ปุ๋มรู้สึกว่า ปุ๋มวาดรูปได้ดีขึ้น เพราะได้ฝึกวาดบ่อยๆ ได้เจอโจทย์หลายๆ แบบ มันทำให้ปุ๋มได้ฝึกปรือทุกวัน วันไหน ฝีมือขึ้น ก็วาดได้ดี อย่างรูปของน้องเจนนี่กับเกมลินเป็นต้น ปุ๋มชอบ น่ารักดีเหมือนการ์ตูนเลย

เพื่อนๆ ในเฟสบุค ทั้งที่รู้จักกันเป้นการส่วนตัว และไม่เป็นการส่วนตัว เพื่อนของเพื่อน เมล์มาหาปุ๋มเยอะแยะเลย วาดแล้วทุกคนนำไปใช้เป็น Cover บ้าง รูป Profile บ้าง ดีใจมากๆ ทุกวันนี้น้องเฟิร์นยังใช้รูปของปุ๋มเป็น COver อยู่เลย ขอบคุณน๊าค๊าาา ชอบรูปนี้มากเหมือนกันนะ อิอิ

สำหรับทุกคน ปุ๋มชอบเวลาที่ทุกคนให้ปุ๋มวาดรูปคู่กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ปุ๋มรู้สึกได้ว่า มีคนใจดีๆ รักสัตว์ มากมายอยู่รอบๆ ตัวปุ๋ม แมว หมา กระต่าย …ฯ ….. เคยอ่านมาว่า เรามีนิสัยอย่างไร ก็จะดึงดูดคนแบบนั้นเข้ามาในชีวิตเรา… ปุ๋มว่าจริงค่ะ รอบๆ ตัวปุ๋ม…มีแต่คนใจดี น่ารักๆ รักสัตว์ ใจบุญ รักสุขภาพกันทั้งนั้นเลย

หากจะมีคนกล่าวว่า ปุ๋มเป็นคนโลกสวย…ปุ๋มก็ไม่ว่ากระไรหรอก เพราะปุ๋มรู้สึกว่า โลกที่ปุ๋มอยู่ มันสวยงามจริงๆ ^__^

ปล. วันที่โทรไปคุยกับพี่ตุ๊ก ปุ๋มมีเรื่องไม่สบายใจ ต่อให้โลกสวยขนาดไหน เวลาเรามีปัญหาสุขภาพ เราก็แอบที่จะกลัวไม่ได้ แต่พอฟังพี่ตุ๊กเล่าแล้ว ปุ๋มรู้เลยว่า สิ่งที่ปุ๋มเจอ มันจิ๊ดริ๊ดมาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะพยายามเผชิญกับมัน อย่างมีสติ และใช้ชีวิตต่อไปให้มีความสุขให้ได้ค่ะ สู้ๆ

ปล.

ของทั้งหมดที่ซื้อมา มีผู้ช่วยเช็คของด้วยค่ะ ทำบุญด้วยกันนะสีน้ำ ปลาวาฬ

บิลนี้ 4555 บาท ซื้อที่ร้านสมใจ แล้วก็กลับไปซื้อกระเป๋าใส่กระดาษพรูฟงานอีกสองใบ และกล่องใส่กระดาษ อีกพันกว่าบาท ซื้อร้านเครือ่งเขียนแถวบ้าน รวมก็เป็น 5555 บาท (ตัดเศษโน่นนี่ทิ้งไป เย้ๆ เลขสวย 555)

แพคใส่กล่องได้แล้วหนักมาก ปุ๋มว่าสัก 20 กว่าโลได้ คงต้องส่งไปรษณีย์ ข้างในมีเสื้อผ้าผู้ชายให้น้องๆด้วย แม่ดีใจมาก กำลังอยากบริจาคอยู่พอดี ของปุ๋มเก็บไปครั้งนี้ไม่ทัน ไว้ส่งไปใหม่ ^^

จบแล้วนะคะ ยาวมากเลย จะอ่านกันไม๊เนี่ย

ขอบคุณทุกคนมากค่า


05
Nov 13

ชีวิตโหมดนี้

…จะมีความสุข…
โพสนึงจากแฟนเพจ อ่านแล้วกลับมาอ่านอีกบ่อย เพราะรู้สึกดีที่ได้คิดแบบนี้ ก็เลยคิดว่า เขียนบล็อคถึงความรู้สึกนี้แบบยาวๆดีกว่า

 


หากจะถามปุ๋มว่าตอนนี้ชีวิตปุ๋มอยู่โหมดไหน ปุ๋มคงตอบได้ว่า โหมดอ๊าตค่ะ อาร์ต ที่มาจาก ART ที่แปลว่าศิลปะอ่ะค่ะ ปุ๋มก็ไม่รู้ว่า คนเราในแต่ละช่วงวัย มันแตกต่างกันมากขนาดไหน อ้อ ๆ อาจจะมี บางคนเข้าโหมดแต่งงาน เข้าโหมดท้อง และโหมดมีเบบี๋ ชีวิตก็เปลี่ยนเนอะ  แต่สำหรับปุ๋ม ชีวิตค่อยๆ กลายร่างไปอย่างช้าๆ … จากคนธรรมดา ที่อาจจะพกแค่อุปกรณ์ไอที หนังสือ แล้วมาเป็นพกกล้องถ่ายรูป พกตุ๊กตาไปไหนมาไหน … ช่วงนี้ชีวิตปุ๋ม พก ..กระดาษ ดินสอ ยางลบ …หากไปไกลหน่อย ก็จะมีจานสี พู่กันไปด้วย… นี่แหล่ะค่ะโหมดชีวิตปุ๋มในช่วงนี้


ถามว่ามีความสุขไม๊ ตอบได้เลยว่า “มาก” … รู้ได้อย่างไร ก็รู้ได้จากเวลามองรูปโต๊ะทำงานของตัวเอง ที่ถ่ายรูปไว้ มันก็รู้สึกดีอ่ะ มันมองแล้วถามตัวเองว่า …นี่คือชีวิตเราจริงๆเหรอ โต๊ะ ที่เต็มไปด้วย เศษยางลบ กระดาษทิชชู่เปื้อนสี จานสีเลอะๆ เทอะๆ กับขวดโหลแก้วใส่พู่กันหลายขนาด….ใช่มันคือชีวิตแบบที่ปุ๋มอยากเป็นมานานแสนนาน หากปุ๋มเพียงแต่วาดรูป …ไปวันๆ ก็อาจไม่ได้ปลื้มเท่านี้ เท่าที่มีคน ชอบงานของเรา จนมายอมเสียเงินจ้างให้เราวาดให้….ใช่ มันคือ “งานของปุ๋ม” ….งานที่มีผลตอบแทน มีคนอยากได้ นั่นแหล่ะมั๊ง ต้นเหตุของรอยยิ้ม

หากปุ๋มเป็นเด็กคนนึง ที่ตอนเด็กๆ พ่อแม่พาไปเรียนศิลปะ เข้าโรงเรียนก็ได้เรียนศิลปะ เข้ามหาลัย ก็ต่อคณะศิลปะ ตามที่ใจชอบ หรือพ่อแม่เห็นแวว ปุ๋มก็อาจจะเฉยๆ กับสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีค่ามากมายอะไร การได้วาดรูปแลกตังค์มัน..รู้สึกดีมากๆ อาจจะมากพอๆ กับ เดินเข้าห้องประชุมที่ตึกหรูๆใจกลางเมือง ขายโปรเจกท์ร้อยล้านให้บริษัท ถึงแม้ว่าภาพที่ปุ๋มวาด มันไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไรนัก เงินที่ได้อาจจะพอแค่อาหารแมวถุงนึงก็ได้ แต่สำหรับจิตใจ….มันเป่งๆ แบบปลื้มๆ อย่างเห็นได้ชัด ปุ๋มเลยคิดว่า ปุ๋มมีความสุขนะ กับชีวิตโหมดนี้

ปุ๋มชอบนั่งดูรูปเก่าๆ รูปที่เคยถ่ายไว้ เรื่องราวเก่าๆ ที่ถูกบันทึกไว้ตาม Social Network ต่างๆ บางทีย้อนกลับไปดูเป็นปีๆ ตอนนั้นเราทำอะไรอยู่ ตอนนั้นเรามีความสุขแค่ไหน รอยยิ้มนั้นมันมีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า หน้านี้ ตอนนั้นแอบเศร้าเพราะเรื่องอะไร…ปุ๋มก็วนเวียนอยู่กับชีวิตตัวเอง อยากรู้จัง คนอื่น….เค้าเป็นกันไม๊หืม?? ชีวิตที่เดินก้าวฉับๆ มุ่งแต่จะไปข้างหน้าอย่างเดียว มันเหนื่อยไปไม๊อ้า…หันมองความสุขรอบๆ ทางที่เราเคยผ่านมา ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหัวใจดีนะ พอหัวใจดี ก็ค่อยๆ ก้าวเดินต่อด้วยความสุขที่หล่อเลี้ยงอยู่ในหัวใจไง..ดีไม๊

จริงๆ ปุ๋มยังมีโหมดอื่นที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และต้องยอมรับหลายๆ ครั้งว่า บางทีมันก็เหนื่อย เวลาเจอปัญหาอะไรที่เราแก้ไขไม่ได้ เราก็อยากหยุด อยากถอย แต่อันนี้ก็คงเหมือนกับการทำงานของทุกๆคนบนโลกใบนี้ ปัญหาใหญ่แค่ไหน….เราก็ต้องเดินต่อ เดินต่อไป…. แต่หลายครั้ง ที่ปุ๋มหยุดเดิน แอบเลี้ยวไปทางอื่น ไปแอบนั่งวาดรูปในพงหญ้า ไปแอบนั่งใต้โคนต้นไม้ฟังเพลง … และนี่คือปัญหาใหญ่ในชีวิตของปุ๋ม งานที่อยากทำ ไม่ได้ตัง ก็ทำ งานที่ไม่อยากทำ …ได้ตัง แต่ไม่อยากทำ มันก็ไม่ได้ทำ  -___-” ไม่ชอบเลย …ไม่ชอบตัวเองนะ ไม่ได้ไม่ชอบเจ้าของงาน… ก้มหน้าก้มตาเคลียร์ตัวเองบ้าง แล้วหันกลับมาสะสางมันซะ …ปีใหม่นี้หยุดยาว อยากทำให้หมดจริงๆ (เหมือนจะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกปีใหม่)

หลายอย่างในชีวิต กำลังไปได้ดี ได้ทำในสิ่งที่รัก ที่ชอบมาตลอด … ได้ไปในที่ที่อยากไป เสมอๆ อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากกินอะไรก็ได้กิน ….อยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ก็ได้ใช้ ….แล้วจะเอาอะไรอีก ทำไม เราต้องรู้สึกว่า “มันยังไม่พอ” มันขาดอะไรไปน๊อ… แต่หากว่า ได้ไอ้ที่ขาดไป เข้ามาในชีวิต แล้วมากะทบๆ กับชีวิตในสามพารากราฟข้างบน ให้ไม่เป็นไปอย่างเดิม….ก็ไม่ต้องเข้ามาก็ได้นะ ฮ่าๆ (บอกใคร อ่อ บอกตัวเอง) …อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้วหล่ะ … จบดีกว่า

บันทึกไว้วันนึงที่รู้สึกดีกับชีวิตตัวเอง

 


05
Jul 11

วันอาทิตย์ของฉัน

วันอาทิตย์ เคยเป็นวันที่ฉันต้องหวาดกลัว ที่จะ้ต้องอยู่คนเดียว ไ่ม่อยากออกไปไหน เพราัะทุกภาพมันบาดตา แต่ในวันนี้ วันที่วันอาทิตย์กลับมาสดใสมีชีวิตชีวา…และ  “มีความสุข” อีกครั้ง จริง ๆ เรารู้สึกแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ หลายเดือนมากแล้ว เคยไปวิ่งอยู่ครั้งนึง แล้วเกิดความรู้สึกในใจ “วันอาทิตย์ดีจัง ฉันไม่กลัววันอาทิตย์อีกต่อไปแล้ว  และฉันมีความสุขกับมันได้ด้วยตัวของฉํนเอง”  นานมากแล้วที่ฉันกลับมายิ้มให้กับวันอาทิตย์ได้อีกครั้ง ทำไมต้องวันอาทิตย์ในเมื่อฉันไม่ได้ทำงานประจำ ก็เพื่อนๆ ของฉันเค้าหยุดวันอาทิตย์กันนี่นา มีเพื่อนหลายกลุ่ม  ที่ให้เราได้ “เลือก” ที่จะไปทำกิจกรรมด้วย ขึ้นอยู่กับฉันด้วยนะ ว่าอยากออกหรือไม่  หรือบางทีก็อยากทำงานอยู่บ้านซะงั้น แต่หน้าแปลก ตั้งใจทำงานอยู่กับบ้านมากเท่าไหร่  กิจกรรมนอกบ้านก็ท้าทายให้ฉันออกไปเสมอ มีตั้งแต่ ไปฟังดนตรีในสวน ไปวิ่ง ไปตีแบท ไปเรียนวาดรูป ไปเล่นตุ๊กตา  ไปช็อปปิ้ง ไปกินกาแฟ ไปหม่ำเค้ก ไปปาร์ตี้ ไปดูพลุ ฯ….  ฉันมีความสุข กับทุกสิ่งที่ได้ทำ และวันอาทิตย์นี้ก็เป็นอีกอาทิตย์นึงที่ฉันได้ทำอะไรใหม่ๆ ที่เคยทำมา ไอซ์สเก็ต ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปกว่าสิบปี ทันทีที่เกาะขอบสนามได้ รอบครึ่ง  ฉันก็สามารถปล่อยมือจากราวจับ หันมาเสก็ตได้อย่างคล่องแคล่วเสียแล้ว  …คงเหมือนขี่จักรยาน ต่อให้เวลาผ่านนานไปแค่ไหน  ในเมื่อเราเป็นแล้วม้นก็กลับมาเล่นได้อีกครั้งเสมอ วันนี้ แอนดรีนาลีนหลั่งอีกแล้ว…ตอนลื่นไหลอยู่บนลานเสก็ต  ฟังเพลงที่ชอบ แล้วมีความสุขมาก 1 ชม.45 นาที ฉันไม่ล้มเลย ว๊าว  ..แต่ฉันได้ฝึกสมาธิอย่างมาก เพราะเมื่อใดที่เราเผลอใจ  ปล่อยไปไม่คอนเซนเทรดอยู่กับการสเก็ต ฉันก็เกือบล้มไปหลายที  และเมื่อใดที่เฉันเอาใจไปจ่อไว้กับการสเก็ตถึงขนาด ท่องซ้าย ขวา ซ้ายขวา  ในขณะที่ใบมีดรองเท้าถูไปกับพื้น ความเร็วในการสเก็ตฉันจะเพิ่มตามไปด้วย  และเมื่อใดยิ่งเร็ว ก็ยิ่งต้องระวังตัว เพราะหากเสียหลัก  ก็คงล้มแรงทีเดียว…สรุปว่าเป็นกีฬาที่ได้ฝีกสมาธิมาก  ฉันให้ห้าดาวเลย ชอบมากๆ  ตกเย็นก็ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ  ที่คบกันมาเป็นสิบปี…ด้วยความชอบที่เหมือนกัน  แม้วันนี้มันจะต่างกันออกไปมากมาย แต่ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่  แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสถานะของเพื่อนๆ ได้เปลี่ยนไปเป็น  “คุณแม่” และ “คุณพ่อ” กันหมดแล้ว  …น่าอิจฉาจริงๆ มีเสียงแทรกเข้ามาว่า ดีแล้ววววเธอว์  ..แบบเธอน่ะ จะนอนตอนไหนก็ได้ จะไปไหนก็ได้  รวมไปถึงจะดูเอเอฟถึงกี่โมงก็ได้…555  ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยนึง ฉันก็แอบเห็นด้วยมากๆไม่ได้ 555  ขอบคุณ  สรุปว่าฉันมีความสุข….จบข่าว

วันอาทิตย์

เคยเป็นวันที่ฉันต้องหวาดกลัว ที่จะ้ต้องอยู่คนเดียว

ไ่ม่อ ยากออกไปไหน เพราัะทุกภาพมันบาดตา ความรู้สึกเจ็บแปล๊บยังคงชัดในใจ

แต่ในวันนี้ วันที่วันอาทิตย์กลับมาสดใสมีชีวิตชีวา…และ “มีความสุข” อีกครั้ง

จริง ๆ เรารู้สึกแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ หลายเดือนมากแล้ว

เคยไปวิ่งอยู่ ครั้งนึง แล้วเกิดความรู้สึกในใจ แล้วก็ยิ้มให้กับตัวเอง

“วันอาทิตย์ดีจัง ฉันไม่กลัววันอาทิตย์อีกต่อไปแล้ว และฉันมีความสุขกับมันได้ด้วยตัวของฉํนเอง”

 

นานมากแล้วที่ ฉันกลับมายิ้มให้กับวันอาทิตย์ได้อีกครั้ง

ทำไมต้องวันอาทิตย์ในเมื่อ ฉันไม่ได้ทำงานประจำ

ก็เพื่อนๆ ของฉันเค้าหยุดวันอาทิตย์กันนี่นา มีเพื่อนหลายกลุ่ม ที่ให้เราได้ “เลือก” ที่จะไปทำกิจกรรมด้วย

ขึ้น อยู่กับฉันด้วยนะ ว่าอยากออกหรือไม่ หรือบางทีก็อยากทำงานอยู่บ้านซะงั้น

แต่ หน้าแปลก ตั้งใจทำงานอยู่กับบ้านมากเท่าไหร่ กิจกรรมนอกบ้านก็ท้าทายให้ฉันออกไปเสมอ

มีตั้งแต่ ไปฟังดนตรีในสวน ไปวิ่ง ไปตีแบท ไปเรียนวาดรูป ไปเล่นตุ๊กตา ไปช็อปปิ้ง ไปกินกาแฟ ไปหม่ำเค้ก ไปปาร์ตี้ ไปดูพลุ ฯ….

 

ฉันมีความสุข กับทุกสิ่งที่ได้ทำ

 

 

และวันอาทิตย์นี้ก็เป็นอีกอาทิตย์นึงที่ฉันได้ทำ อะไรใหม่ๆ ที่เคยทำมาก่อน นานหลายปีมาก

 

ไอซ์สเก็ต ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปกว่าสิบปี ทันทีที่เกาะขอบสนามได้ รอบครึ่ง ฉันก็สามารถปล่อยมือจากราวจับ หันมาเสก็ตได้อย่างคล่องแคล่วเสียแล้ว จนพี่ที่ไปด้วยกันถามว่า นี่เพิ่งเล่นครั้งแรกเหรอ? …คงเหมือนขี่จักรยาน ต่อให้เวลาผ่านนานไปแค่ไหน ในเมื่อเราเป็นแล้วม้นก็กลับมาเล่นได้อีกครั้งเสมอ

วันนี้ แอนดรีนาลีนหลั่งอีกแล้ว…ตอนลื่นไหลอยู่บนลานเสก็ต ฟังเพลงที่ชอบ แล้วมีความสุขมาก 1 ชม.45 นาที ฉันไม่ล้มเลย ว๊าว ..แต่ฉันได้ฝึกสมาธิอย่างมาก เพราะเมื่อใดที่เราเผลอใจ ปล่อยไปไม่คอนเซนเทรดอยู่กับการสเก็ต ฉันก็เกือบล้มไปหลายที และเมื่อใดที่เฉันเอาใจไปจ่อไว้กับการสเก็ตถึงขนาด ท่องซ้าย ขวา ซ้ายขวา ในขณะที่ใบมีดรองเท้าถูไปกับพื้น ความเร็วในการสเก็ตฉันจะเพิ่มตามไปด้วย และเมื่อใดยิ่งเร็ว ก็ยิ่งต้องระวังตัว เพราะหากเสียหลัก เพียงนิดเดียว ชั่ววินาที ฉันก็คงล้มแรงทีเดียว…สรุปว่าเป็นกีฬาที่ได้ฝีกสมาธิมาก ฉันให้ห้าดาวเลย ชอบมากๆ คิดไว้ว่าอยากไปอาทิตย์ละครั้ง

http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/263108_10150257302454593_512694592_7181120_5245822_n.jpg

 

ตกเย็นก็ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่คบกันมาเป็นสิบปี…ด้วยความชอบที่เหมือนกัน แม้วันนี้มันจะต่างกันออกไปมากมาย แต่ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสถานะของเพื่อนๆ ได้เปลี่ยนไปเป็น “คุณแม่” และ “คุณพ่อ” กันหมดแล้ว …น่าอิจฉาจริงๆ มีเสียงแทรกเข้ามาว่า ดีแล้ววววเธอว์ ..แบบเธอน่ะ จะนอนตอนไหนก็ได้ จะไปไหนก็ได้ รวมไปถึงจะดูเอเอฟถึงกี่โมงก็ได้…555 ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยนึง ฉันก็แอบเห็นด้วยมากๆไม่ได้ 555 ขอบคุณ

 

สรุปว่าฉันมีความสุข….จบข่าว

 

 

ทิ้งท้าย ลานไอซ์สเก็ตที่อิมพีเรียลสำโรง ใหญ่มาก และคนน้อย ราคาไม่แพง แม้รองเท้าจะไม่ใหม่มาก แต่ก็โอเคกับราคา
อิมพีเรียล (บิ๊กซี) สำโรง 200 บาท / รอบ 3-4 ชม.
เอสพลานาท 350 บาท / 1 ชม.
เซนทรัลเวิร์ล เล็ก และยังไม่ทราบราคา สักครั้งจะไปลองดู
สยามดิสคัฟเวอรี่ เค้าก็ว่ามี ไว้จะไปลองดู


06
Jun 11

Raining

Into each life some rain must fall.

วันไหนที่ฝนตก..อย่าท้อ เพราะยังไง เดี๋ยวมันก็จะหยุดเอง

และตอนฝนหยุดใหม่ๆ อากาศจะดีใช่ไม๊ สดชื่น และมีความสุข

วันนี้ รู้สึกดีกับความรักของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร

อยากอวยพรให้ทุกคน มีความสุขกับความรักที่เลือกที่จะมี…ตลอดไป

อยากให้ยิ้มได้ในทุกๆ วัน….ความรัก สวยงามเสมอ

ยิ้มให้กับความรักของทุกคน ในวันนี้ ฉันมีความสุขนะ ^___^

..

Raining every day but I will smile every day too.