11
Feb 15

ในวันที่ฉันวิ่งฮาฟมาราธอนเป็นครั้งแรก

จะผ่านมาเกือบเดือนแล้ว สิ่งที่ยังติดค้างในใจ คือยังไม่ได้บันทึกเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่น่าจดจำในชีวิต เวลาผ่านไปเร็วราวกับติดจรวจ ยิ่งแก่ ยิ่งเร็ว …หากไม่จดไว้ มีหวังสูญสลายไปกับเซลล์สมองที่ฝ่อตัวลงไปแน่ๆ เลือกจดแบบโน้ทแล้วกันเนอะ เดาว่าน่าจะเล่ายาว …เกริ่นพอร่ะ เริ่ม !

เข้าสู่เลขสี่อย่างเป็นทางการ เป็นช่วงอายุที่ Bib ที่ต้องแปะในบนเสื้อเวลาเราไปแข่งวิ่ง จากอยู่กลุ่มเลข 3 ต้องมาอยู่กลุ่มเลข 4 ทำใจอยู่พักใหญ่ และคิดว่าปีนี้หากลงวิ่ง จะโกงอายุไปเรื่อยๆ 55555 ความคิดชั่วร้ายมาก แต่คิดว่าคงไม่เป็นไรและไม่มีใครมาสนใจนักวิ่งปลายแถวอย่างเราหรอก ตลกไม๊ เริ่มเริ่องก็ตลกแล้วนะ ทีนี้ เราก็สมัครโดยใช้พศ.ของน้องเราชิอะ แต่มันมีปัญหาตรงที่ น้องๆ ทีมทาก (ทีมทากคือน้องๆ ที่รู้จักกันได้เป็นเพื่อนกันเพราะการวิ่ง คืองานนึงมันต้องจัดทีมวิ่งผลัด ก็ไปรวมทีมกับเค้าเลยรู้จักและคบกันเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ) ทีมทากก็ผันตัวจากนักวิ่งมินิ กลายเป็นนักวิ่งฮาฟ ปีนี้ ก็จากฮาฟปีที่แล้ว กลายไปเป็น มาราธอน …คือ…เวลาคุยกัน ก็พุชกันไปมา เปลี่ยนระยะกันไม๊?? …แกงค์มินิ เมื่อปีที่แล้ว กลายเป็นสมัคร ฮาฟกันเกือบหมดเลย และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ได้ซ้อม” ไอ่ย่ะ ! ….เอาสิ ลองดู 555

แกงค์ทากน้อยหอยสังแกงค์ทากน้อยหอยสังงานวิ่งจอมบึงมาราธอน เป็นงานวิ่งเก่าแก่่ ปีนี้ครบปีที่ 30 พอดี งานวิ่งที่คนทั้งตำบลมีส่วนร่วม อากาศดี วิวดี คนจัดงานดี อาหารถึง น้ำถึง เข้าใจนักวิ่งที่สุด จึงเป็นจุดเปลี่ยนระยะของใครหลายๆคน… เอาสิ …ลองดู ปุ๋มคิดว่า ปุ๋มน่าจะทำได้นะ อ่านบนบอร์ด มีคนอ่อนซ้อมกว่าเราอีกอ่านบนบอร์ด มีคนอ่อนซ้อมกว่าเราอีกปุ๋มถามน้องๆว่า ต้องเตียมตัวอะไรไม๊ เหลือเวลาอีก 2 อาทิตย์ น้องนัทบอกว่า พี่ปุ๋มเตรียมเพลงมาให้ครบสามชั่วโมงครึ่งก็พอ เป็นคำตอบที่ทำทุกคนยิ้ม แต่มันก็จริง เหลือเวลาแค่นี้ จะให้ซ้อมไปให้เจ็บตัวทำไม ปุ๋มตัดสินใจวิ่งยาว เพื่อดูความฟิตของตัวเอง สองครั้ง ครั้งละ 7 กม. อืม….คงรอดแหล่ะ เค้าไม่ได้บังคับให้วิ่งตลอด เราก็เดินไปวิ่งไปเหมือนเดิม คำนวนว่าไม่ให้เกิน 3 ชั่วโมงครึ่ง เป็นพอ ทุกครั้งที่คำนวนเวลาเข้าเส้นชัย ไม่ใช่กลัวบันทึกเวลาไม่ดีหรืออะไร  ปุ๋มอายเค้า กลัวเข้ามาแล้วไม่มีใครรอ ทุกคนไปอาบน้ำไรแล้วงี้ไง กะเวลาที่เพื่อนยังเดินกินข้าวกินหนมอยู่หน้าเส้นชัยให้ได้ นี่คือจุดหมายในการเข้าเส้นชัยของเรา เท่านั้นพอ 555 Bib ฮาฟมาราธอน ไม่มีอายุ ! สำเร็จ !Bib ฮาฟมาราธอน ไม่มีอายุ ! สำเร็จ ! วันที่มารับ Bib วุ่นวายนิดหน่อย เพราะว่า ปุ๋มเปลี่ยนจากมินิ เป็นฮาฟ ซึ่งฮาฟ จะมีชิปให้ด้วย ซึ่งชิปนี้ ปุ๋มตื่นเต้น เพราะไม่เคยติดชิพมาก่อน ชิพเอาไว้วัดเวลาอย่างเป็นทางการและประกาศร่วมกับผู้แข่งขันคนอื่น  Bib ที่ได้มาเป็นแบบสำรอง จึงไม่มีรุ่นอายุ 55 นี่คือดีใจใช่ป่ะ ไม่ต้องบอกใครว่า แก่แล้ว(แต่ก็รู้กันหมดตอนอ่านนี่แหล่ะ) พอรับ Bib เราก็ถ่ายรูปเล่นกันอย่างสนุกสนานตามประสาเนาะๆ ตอนสมัครมินิ ไม่รู้สึกอะไรเลย ปีที่แล้วก็มามินิที่นี่ แต่พอตัดสินใจว่า ฮาฟ อะดรีนาลีนสูบฉีด ตื่นเต้นแฮะ เวลาตื่นเต้น มันรู้สึกดีนะ คล้ายๆ…การตกหลุมรัก คิคิ (เสพความรู้สึกนี้ได้จากการวิ่งนะจ๊ะ) มีหลายกลุ่มใช้ชื่อว่า "ทาก"เหมือนพวกเราเลยมีหลายกลุ่มใช้ชื่อว่า “ทาก”เหมือนพวกเราเลย หลังจากนั้นก็ไปเที่ยว กินกันตามประสาการไปวิ่งงานต่างจังหวัด ได้เที่ยวด้วย คือปิยะวรรณชอบตรงนี้ อิอิ ทีมฮาฟพร้อม !ทีมฮาฟพร้อม ! เรานัดเวลากัน ตื่นตีสามมั๊ง ตีสี่เราต้องไปถึงแล้ว โอ๊ยจำเวลาไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่า เช้ามากๆ เราต้องนอนเร็วเมื่อคืน สามทุ่มต้องนอนแล้ว ไม่เคยมาก่อน ซื้อยาแก้เมารถมากินจะได้หลับๆ โรงแรมก็น่ากัว 55 รีบๆนอน พอตื่น เราต้องมีการแต่งกาย เวลาทุกคนอยู่ในชุดวิ่ง ปุ๋มช๊อบชอบ อุปกรณ์เพียบ ชอบที่สุด ฟีลมาเลย  ก่อนจะปล่อยตัว แอบตื่นเต้น อากาศประมาณ 16 องศา หนาวมาก แต่เรารู้ว่าเด๋วเราวิ่งไปจะอุ่นเราก็ไม่ใส่เสื้อเยอะ ก็ทนหนาวกันแป๊ปนึง จำนวนคนวิ่งฮาฟเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อน ปล่อยตัวก่อนจำนวนคนวิ่งฮาฟเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อน ปล่อยตัวก่อน คนเยอะทีเดียว ทุกคนดูเต็มที่ วอร์มร่างกาย และพร้อมลุย……. ปุ๋มเปิดเพลงในไอโฟน เปิดแอพไนกี้ พร้อมแล้วน๊าทุกคน ท่านผู้เปิดงานพูดให้กำลังใจดีมาก เหนื่อยก็เดินนะท่าน ไม่ต้องกลัวไม่มีใครว่า ขอให้ทุกท่านกลับมาที่เส้นชัยให้ได้เป็นพอ โหหหหห หัวใจเต็มตื้น…ค่ะท่าน นู๋ก็หวังแค่นั้นแหล่ะ สบายใจร่ะ ไปวิ่งกัน  ที่จอมบึง นักเรียน ประชาชนทั้งหมู่บ้านจะออกมาเชียร์เรา มายืนเต้น มายืนให้น้ำ ตั้งแต่เราปล่อยตัว จัดเต็มกันมาก ปุ๋มตั้งใจว่าจะวิ่งแบบที่เคยวิ่ง คือวิ่ง 60 วินาทีในใจ เดิน 20 วินาที เคยทำแล้ว ได้เวลาดีกว่าวิ่งไป เหนื่อยก็เดิน เพราะมันจะเดินนานเกินไป ปุ๋มคิดว่าน่าจะทำได้ คือวิ่งให้น้อยกว่า ่3.30 ชม. คือเพซที่ 9 ก็จัดตามที่เตรียมมา ช่วงไหนแรงเยอะก็วิ่งไปเลย 120 วินาที แต่ตอ้งนับ ห้ามลืมนับ ช่วงวิ่งจึงถึอเป็นช่วงที่ทำสมาธิได้ดีช่วงหนึ่งของชีวิตนะ ใจอยู่กับก้าวที่เราวิ่งไป …อากาศดีชมัด….มีความสุขจังเลย (สารเอนโดรฟินเริ่มไหลออกมาพร้อมหยาดเหงื่อ) ปุ๋มวิ่งไปเรื่อยๆ สบายจัง เริ่มเข้า กิโลเมตที่ 10 จะเข้าสู่….สิ่งที่เกินที่เราเคยทำมาแล้วนะ เป็นไง ไหวม๊ายยยย ปุ๋มตะโกนถามตัวเองในใจ ได้ยินเสียงตอกลับมาว่า “สบายมากกกก ไปต่อเลยยย” แล้วปุ๋มก็วิ่งไปต่อ สิ่งนึงตอนวิ่งคือเราจะมีคู่แข่งในใจ คนนี้มันจะวิ่งสูสีกะเรา เราจะคอยดูเค้า ช่วงเราแซงจะรู้สึกดี สักพักเค้าแซง ไรงี้ ดูตอนเค้าเหนื่อย เค้าเดิน เป็นไง ฉันวิ่งไรงี้ ฮ่าๆ ตลกดี …มันก็คือการแข่งขันอ่ะเนาะ นิดนึง สนุกดีค่ะ ทีนี้เริ่มมีคนสวนมาร่ะ กรี๊ดดด นาวินต้าร…. คนอะไรนะ หล่อออออ กล้ามเบ้อเริ่ม แต่งตัวนี่แบบ…ดีมากกก หัวจรดเท้า อยากจะข้ามเลนส์ไปเซลฟี่ด้วย แต่ก็ต้อง Keep Look วิ่งต่อไป 555 แล้วก็คิดว่า….ทำไมมันไกลจังฟระ เค้ากลับตัวกันแล้วหัวขบวน ….เข้ากม.ที่ 13 -15 ปุ๋มยังสบายๆ อยู่เลยนะ ณ จุดน้ำ โห ชอบจุดเกลือแร่มาก กินแล้วสดชื่น เจอส้มนี่ไม่สนใจมือใครปลอกให้ หยิบกินคือฟินมาก เติมพลังสุดๆ

เป็นช่วงเดียวที่ได้หยิบไอโฟนมาถ่ายรูปเป็นช่วงเดียวที่ได้หยิบไอโฟนมาถ่ายรูปปุ๋มไม่ค่อยจะได้หยิบไอโฟนมาถ่ายรุปนัก ก็วิ่งอยู่อ่ะเนอะ ตัวแต่เดินถ่ายรูปเสียเวลา แต่ครั้งนี้ตั้งใจว่าอยากได้สักสองสามรูป เอามาเขียนบล็อค ไม่เคยมีรูปตอนวิ่งเลย มันควรมีเก็บไว้บ้าง สนามนี้คงมีอะไรให้จดจำเยอะ มันมีจุดนึง คือจุดให้น้ำมนต์ ปุ๋มถ่ายไม่ทัน มันเหนื่อยพอดี ไหว้พระรับน้ำมนต์แล้ววิ่งตตัดหน้าท่านมาเลยไม่จอดด้วย จำได้รัตน์บอกว่า พอถึงจุดให้น้ำมนต์ มันคือจุดที่ชีวิตแย่พอดีนะพี่ปุ๋ม จำไม่ได้กม.ที่เทาไหร่ แต่เหมือนเล่ากันมาว่า พอผ่านจุดน้ำมนต์ื ชีวิตจะดีขึ้นมีกำลังใจขึ้น เหมือนจะช็อตแล้วช่วงนั้น เป็นกม.ที่เหนื่อยพอดี น่าจะสัก 15 แต่ปุ๋มรู้สึกว่า ไม่เหนื่อยมาก …. ไปต่อได้ เริ่มเดินเกิน 20 วินาทีเริ่มเดินเกิน 20 วินาที จุดที่เริ่มรู้สึกว่าแย่น่าจะเป็นกม.ที่ 18 คือเหมือนกับเท้าเรามันหมดแรง กล้ามเนื้อที่น่องมันเริ่มไม่มีแรงจะก้าว ปุ๋มมองว่า่ …..ทำไมไม่ถึงจุดที่จะเข้าเมืองเสียที ด้านหน้าทำไมยังเป็นภูเขาอยู่ฟระ …เฮ๊ยยย ตากล้องไปไหนนนนน (คือเจอตากล้องแปลว่าจะถึงแล้ว ) แล้วก็วิ่มาเจอตากล้อง ปุ๋มกัดฟันเฮือกกก วิ่งสิปุ๋มวิ่ง แกเดินแล้วใครเค้าจะถ่ายกัน ก็เลยกัดฟันวิ่ง ผมปลิวเรอ เหมือนวิ่งเร็วมาก เพื่อจะได้รูปสวยๆ คราวนี้รู้แกวนะ ซื้อหมวกมาใส่ นอกจากจะบังแดด ซับเหงื่อบ้าง แล้ว ก็ช่วยปิดหน้าตาของข้าพเจ้า คือเวลาโทรมผมเปียก หน้าดำนี่มันทุเรศจริงๆ ก็ใช่สินะ เรามัน #นักวิ่งหน้าเละ นี่นา มีหมวกแล้วค่อยยังชั่วเอิ๊กๆ ….พอผ่านตากล้องมา ก็เดินสิคะ แล้วก็หาทางเลี้ยวเข้าตลาด เดินนานมากวิ่งไม่ไหวแล้ว อีกแค่ สามกม.ทำไมมันยาวนาน แล้วปุ๋มก็ถึงจนได้ กรี๊ดดด…เลี้ยวเข้าถนนแล้ว….ทำไมคนมันเยอะจังฟระ เต็มสองข้างทางเลย กล้องก็เยอะ ทำไงอ่ะ กัดฟัน วิ่งสิวิ่ง น่าจะกม.สุดท้าย คือ…หยุดวิ่งไม่ได้ ไม่มีใครเค้าเดินกัน กองเชียร์ก็เพียบ ….หยุดไม่ได้จิงๆ เหนื่อยมากก แต่ต้องวิ่งเข้าเส้นชัยนะ อายเค้า….”ลิ้นห้อย” คือรูปที่สาวสามารถถ่ายไว้ได้ แต่ไม่สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ 55 ตลกมาก ในที่สุดก็เข้าเส้นมาด้วยเวลา

เย้ ดีกว่าที่คิดไว้นะเย้ ดีกว่าที่คิดไว้นะ 3.12 ชม. เย้ ดีจังอ่ะ่ ทำได้แล้ว ดีใจมากกกกก…หลังจากดีใจ คือหิวสุดๆ หิวมากกก ได้ข้าวกระเพรา เป็นข้าวกระเพราที่อร่อยที่สุดในชีวิตเลย นั่งกินกับนัทกับวิตตี้ คุยกันเรื่องระหว่างทางวิ่ง…รู้สึก ชีวิต โดคดีเลย..ที่ได้ทำอะไรแบบนี้……
ปีนี้ได้เหรียญเงินนะรู้ยังปีนี้ได้เหรียญเงินนะรู้ยังคือความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นตอนหลังวิ่งเสร็จ ไม่ว่าจะวิ่งในสนามแข่ง หรือวิ่งที่สวน หรือในซอยข้างบ้าน มันมีเลเวลที่แตกต่างกันนะ และทุกครั้งที่เราชนะตัวเองได้ เราก็จะมีเลเวลของความสุขที่เพิ่มขึ้นในทุกระดับ แต่ปุ๋มขอยืนยันตรงนี้ว่า ทุกๆครั้งที่คุณออกไปวิ่ง สิ่งที่คุณจะได้กลับมาคือ “ความสุข” มันไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง แต่มันเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ ที่เราต่างก็รู้กันว่า สารเอนโดรฟินที่หลั่งออกมาหลังจากการออกกำลังกายน่ะ มันทำให้เรารู้สึกดีจริงๆ …แกงค์ฮาฟมาราธอน ปีหน้าใครจะไปมาราธอนก็เชิญนะคะ 555แกงค์ฮาฟมาราธอน ปีหน้าใครจะไปมาราธอนก็เชิญนะคะ 555 มันเป็นความรู้สึก ที่เราไม่ต้องไปหาซื้อ ด้วยเงินทอง หรือต้องมีคนรัก เราแค่รักตัวเองออกไปออกกำลังกาย สิ่งที่ได้กลับมามันคุ้มค่าจริงๆ ไม่แปลกใจเลย ที่มีคนลุกขึ้นมาวิ่งกันมากมาย มากขึ้นทุกวัน เพราะมันมีอยู่จริงน่ะ ทั้งความสุขและสุขภาพที่ดี เหมือนโฆษณาชวนเชื่อเลย แต่ก็อยากชวนให้เชื่อจริงๆ ปีที่แล้วได้เหรียญทองแดง วิ่งมินิมาราธอนที่จอมบึงปีที่แล้วได้เหรียญทองแดง วิ่งมินิมาราธอนที่จอมบึง ปุ๋มวิ่งมาแล้ว 4 ปี เท่าจำนวนปีที่กลับมาใช้ชีวิตผญ.โสด จริงๆขอบคุณจุดเปลี่ยนของชีวิตช่วงนั้นนะ มันทำให้ปุ๋มพบเจออะไรหลายอย่าง … การวิ่งและการออกกำลังกาย เป็นสิ่งหนึ่งที่ปุ๋มค้นพบ และมันก็ทำให้ปุ๋มมีความสุข เติ่มเต็มชีวิตได้อย่างดีทีเดียว ผลเวลาการวิ่งจากชิพ ที่ติดไว้ที่รองเท้า...ดีใจไม่ใช่ที่โหล่ 55ผลเวลาการวิ่งจากชิพ ที่ติดไว้ที่รองเท้า…ดีใจไม่ใช่ที่โหล่ 55ไม่ว่าคุณจะออกมาวิ่งด้วยเหตุผลใด จงวิ่งต่อไป และมันจะดีมากๆเลย ที่เราอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของคนๆ นึง เค้าออกมาวิ่งเหมือนเรา….หวังว่าจะมีสักคน ที่ออกมาวิ่ง เริ่มต้นวิ่ง หรือเดินออกกำลัง หรือทำในแบบที่ปุ๋มทำ …มีความสุขกับทุกนาทีของชีวิตนะคะ สู้ๆ ปล.ขอบคุณการวิ่ง ที่ทำให้ปุ๋มได้เจอกับเพื่อนดีๆ มากมาย คำๆหนึ่ง มักขึ้นมาในหัว “คบคนพาล พาลไปหาผิด คบนักวิ่ง พาไปลงสนามใหม่ๆ เสมอ” ฮ่าๆๆ ขอบคุณนะ ที่รออยู่ที่เส้นชัยเสมอ ไว้เจอกันใหม่ปีหน้าจ้าาาทุกคน เลิฟยูวววววน๊า (อยากวาดรูปแกงค์ทาก แต่หากรอวาดรูปเสร็จคงไ่ม่ได้อัพบล็อคแน่ๆ ติดไว้ก่อนแล้วกันโพสไปก่อนนะอิอิ) ปล.2 ยาวมาก ใครจะอ่านฟระ ใครอ่านจบ นอกจากกดไลค์แล้วบอกเค้าทีว่าจบ 555 จะได้ดีใจสองทีซ้อนเลย ไปล่ะ บายยย


18
Sep 14

สิ่งที่อยู่ข้างใน(ใจ)

ปุ๋มเชื่อเสมอว่า การที่เราอยากได้อะไรจากใคร เราควรต้องทำสิ่งนั้นให้เค้าก่อน

ในที่นี้ ไม่ได้อาจหมายถึงสิ่งของเสมอไป ความรัก ความใส่ใจ การแบ่งปัน เกิดขึ้นได้เมื่ออีกฝ่าย ได้รับจากอีกฝ่าย

อยากได้รับ ควรเริ่มจากการ “ให้” คำนี้จริงเสมอ

บางครั้งเราก็ลืมไป มัวแต่คิดว่า ทำไมเราไม่ได้ อย่างนั้น อย่างนี้ ถามตัวเองดีๆว่าเราได้ “ให้” เค้าบ้างหรือยัง

หลายๆเรื่องในชีวิต มันทำให้เราเผลอลืมที่จะรู้สึก ปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามกระแสธารของสิ่งที่ต้องทำในหนึ่งๆ วัน บางครั้ง การที่เราสะดุดล้มลงในลำธารนั้น ก็เป็นการทำให้เราหยุดเดินฝ่ากระแสน้ำ มานั่งพักริมตลิ่ง เช็ดแผลที่หัวเข่า นั่งมองกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากด้านนอก มีอะไรกันหนอ ที่เราทำผิด เราพลาด เราหลงลืม….สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับปุ๋มตลอดเวลา

การสะดุดล้ม….เป็นเรื่องที่ดีนะ

สักวันแผลก็จะหายไปเอง

ปุ๋มชอบรูปที่ปุ๋มวาดประกอบในนี้นะ มันเหมือนเตือนให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราคิด อยู่ข้างใน ต่อให้เราไม่พูดมันออกมา วันนึง ยังไงเสีย ก็จะมีคนเห็นมัน และเค้าจะพูดหรือไม่พูด นั่นมันก็อีกเรื่องนึง

ดังนั้น จงเป็นคนที่คิดดี ไม่คิดร้ายกับคนอื่น เมื่อไหร่ที่มีความคิดแบบนั้นเกิดขึ้น ก็ดึงตัวเองกลับมาเสีย ว่าหากเป็นเราล่ะ เราจะคิดจะทำแบบนั้นไม๊ ใจเค้า ใจเรา ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ คิดดี คิดดี จงคิดดี ….^___^ อย่าเป็นคนไม่ดีนะ

 

สู้ๆ พักริมตลิ่งก่อน


05
Nov 13

วาดรูปด้วย Note8 ทำบุญร่วมกัน ^_^

 (คลิกเพื่อชมรูปใหญ่)

ทุกคน…ทุกคนคะ….วันนี้มาถึงแล้ว

ปุ๋มเริ่มโปรเจกท์ 30Days with Galaxy Note8 มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 (อ่านจุดเริ่มต้นได้ที่บล็อคตามลิงค์นะคะ) ถึงวันนี้ เงินที่ทุกคนบริจาคมา ตามแต่กำลังศรัทธา ปุ๋มรวบรวมได้เป็นเงิน 5,356 บาท ปุ๋มต้องขอโทษที่กว่าจะมาทำเรื่องเอาเงินมาทำบุญ ก็ล่วงเลยมาหลายเดือน ปัญหาที่ติดขัดได้แก่

– รูปที่วาดยังไม่ครบ 30 รูป ได้แต่ตั้งใจอยากให้ได้ 30 รูป เลยหนึ่งเดือน ทางซัมซุงเอาเครื่องกลับไปแล้ว ปุ๋มยังวาดไม่ครบเลย T^T มีบางคนวาดเป็นรูปสีน้ำส่งไปให้แทน ต้องขอโทษด้วย จนป่านนี้ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้รูปวาดจากปุ๋ม ส่วนใหญ่เป็นคนที่สนิทๆ กัน ด้วยความสนิทกันมาก เลยขอแปะไว้ก่อน จนทุกวันนี้ ปุ๋มไม่ลืมค่ะ ไว้เดี๋ยวพอวาดให้ อยากทำบุญเท่าไหร่ ก็ปุ๋มส่งเลขที่บัญชีของทางมูลนิธิให้นะคะ อิอิ เท่าไหร่ก็ได้เหมือนเดิม

พอเวลาล่วงเลยมาเรื่อย ๆ มันก็ไม่่เสร็จเสียที ปุ๋มเลยคิดว่า เก็บเงินไว้ไม่ได้แล้ว ติดต่อทางมูลนิธิไป ก็ต้องรอทางผู้ดูแลคือพี่ตุ๊ก เพื่อไปเช็คว่า่ สิ่งที่เด็กๆ ต้องการคืออะไร ปุ๋มได้รีเควสมา ขอเล่าเกี่ยวกับบ้านแกร์ด้าสักหน่อยนะคะ

http://www.baangerda.org/th/about-us.html
https://www.facebook.com/BaanGerda.Thai

วันนั้น โทรไปคุยกับพี่ตุ๊ก ผู้จัดการบ้านแกร์ด้า (บ้านแกร์ด้าตั้งอยู่ที่ลพบุรี) ถามพี่ตุ๊กเรื่องน้องสามคน ที่ตอนนี้เริ่มเข้าเรียนในระดับมหาลัย และอาชีวะ(แถวนครสวรรค์) ที่เรียนทางด้านศิลปะ น้องๆ ลิสต์มาให้ ว่าต้องการอะไรบ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวก สีอะคริลิกทุกสี สีโปสเตอร์ พู่กันทุกขนาด กระดาษ กล่องใส่งานต่างๆ … ปุ๋มก็ถามว่า เด็กที่แกร์ด้าเป็นอย่างไร พี่ตุ๊กเล่าว่า เด็กทั้งหมด คือเด็กที่กำพร้า พ่อแม่ติดเชื้อ HIV เสียชีวิต เด็กๆ ในโครงการ มีที่ไม่ได้เป็นผู้ที่ติดเชื้ออย่แค่ไม่กี่คน T^T แต่เด็กๆสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี ผ่านขั้นวิกฤตกันมาหมดแล้ว เด็กๆ มาอยู่กับที่มูลนิธิตั้งแต่เล็กๆ 79 คนนี้ ยังไงมูลนิธิก็ต้องเลี้ยงต่อไป จนโต ตอนนี้เด็กๆ เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น กลายเป็นช่วงอายุ 13-21 มากที่สุด คือประมาณ 50 คน ทางมูลนิธิไม่ได้รับเด็กเพิ่มแล้ว เพราะที่มีอยู่ก็ต้องทำให้ดี เด็กๆพวกนี้เกิดมาในช่วงที่โรคเอดส์ยังเป็นเรื่องที่น่ากลัวของสังคม ได้รับการรังเกียจ บางคนก็โดนครอบครัวเอามาทิ้งไว้ที่วัดพระบาตน้ำพุ บางคนก็ไม่มีที่ไป ญาติๆไม่รับ คือเด็กๆ พวกนี้ ผ่านอะไรมาเยอะ ….ทางมูลนิธิก็เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้เริ่มมีเข้ามหาลัยแล้ว …พี่ตุ๊กเล่าว่า การเรียนศิลปะ ก็มีต้นทุนที่สูงกว่าสาขาอื่น ดีใจ หากจะได้รับอุปกรณ์การเรียนศิลปะจากพวกเรา  …

วันนั้นที่ได้พูดคุยกับพี่ตุ๊ก ถึงกับน้ำตาซึม นี่พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างสบาย ชีวิตเรามีครอบครัวที่อบอุ่น มีการศึกษาที่ดี มีเพื่อนที่ดี แต่ยังเห็นบ่นกับปัญหาชีวิต เครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่มีความสุข กันบน Social Network ได้ทุกวัน เราลืมไปแล้วจริงๆ ใช่ไม๊ว่า ในชีวิตนึงของเรา สุขสบายแค่ไหน ที่มีทุกอย่างที่ มีสุขภาพที่แข็งแรง …บางชีวิต ที่เค้าไม่ได้เป็นคนผิด เกิดมาก็ติดโรค มีแต่ปัญหาสังคม ปัญหาสุขภาพ แต่เค้าก็สู้มาได้ …โดยได้รับการเลี้ยงดูและความอุบอุ่นจากคนใจบุญที่มูลนิธิ ….T^T มันเป็นเรื่องจริงค่ะ เรื่องจริงของสังคม ที่อยากให้เราลองหันไปมองรอบๆ ดูบ้าง บางทีเราก็…หมดกำลังแรงใจ หรือ ท้อถอยกับอะไรง่ายๆ … ลองมองคนที่แย่กว่าเรา เราจะรู้เลยว่า ชีวิตที่เราได้มาเนี่ย มัน มัน ดีขนาดไหน

วันนี้เงินคนละนิดละหน่อย(บางคนก็ไม่นิดหน่อย เต็มใจให้กันมากๆ)ของทุกคน ที่ได้มอบมาให้ปุ๋ม ปุ๋มได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยสานฝันในการเรียนทางด้านศิลปะให้น้องๆ ได้นะคะ ^___^ ดีใจกันได้นะ ตอนแรกก็จะขอชื่อจริง ชื่อมหาลัย มาระบุให้ชัด ปุ๋มลืมไปว่า จริงๆ น้องๆเค้าต้องอยู่ในสังคม เราก็ไม่ควรเอารายชื่อเค้ามาเปิดเผย ให้เค้าได้อยู่ในสังคมแบบปกติ มีเพื่อนมีฝูง ไม่ต้องอายใครว่าของที่ได้มามาจากเงินบริจาค ฟังพี่ตุ๊กเล่าแล้วก็เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ

สำหรับคนที่อยากช่วยน้องๆ ที่บ้านแกร์ด้าต่อ

สุนันทา  ว่านน้ำ (ตุ๊ก)
Sunanta  Wannum (Took) 
ผู้จัดการบ้านแกร์ด้า
มูลนิธิสิทธิเด็ก (บ้านแกร์ด้า)
119 หมู่ 5 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง 
ลพบุรี 15170
 Tel : 089-893-5801
E mail : wannum@hotmail.com 

เบอร์ติดต่อพี่ตุ๊กนะคะ

ถามแล้ว ได้ความว่า หากมีเสื้อผ้าที่น้องๆวัยรุ่นใส่ เสื้อผ้าสวยๆที่ไม่ได้ใส่แล้วใส่กล่อง ส่งไปให้เด็กๆ ได้นะคะ กำลังเป็นหนุ่มเป็นสาวกัน แต่พี่ตุ๊กขอว่า อย่าส่งพวกกางเกงยีนส์สั้นจู๋ไปนะคะ พี่ตุ๊กไม่อยากให้เด็กๆ เปรี้ยวเกินไป อันตรายค่ะฮ่าๆ พี่ตุ๊กบอกมา

ปิดท้าย ปุ๋มขอขอบคุณเพื่อนๆ บนเฟสบุคทุกคน ที่เข้าร่วมทำบุญกับปุ๋มในครั้งนี้นะคะ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนชอบรูปที่ปุ๋มวาด ยอมไว้ใจมอบเงินมาให้ปุ๋ม ปุ๋มดีใจมากๆ ตอนไปเดินเลือกซื้อสี แบกถุงใหญ่ๆ กลับบ้าน ออกแรงกับมัน นั่งเรียง จัดของลงกล่อง แล้วก็คิดในใจ ว่า หากอุปกรณ์เหล่านี้ ได้ทำให้น้องๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เค้ารัก สามารถสร้างอาชีพให้เค้าได้ในอนาคต ก็คงเป็นเรื่องทีดีมากๆ แม้จะช่วยเด็กได้แค่ 3 คน ….แค่ 3 ชีวิตนี้ ก็มีคุณค่านะคะ ดีใจจัง

ขอบคุณมิตรภาพดีๆ บน Social Network ที่ทำให้ได้รู้จักกับคนดีๆ มากมาย น้องบอยคือหนึ่งในคนดีที่ว่า เรารู้จักกันทางทวิตเตอร์ แกงค์ทวิตเตอร์เราได้ไปกินซูชิอร่อยๆ ด้วยกัน แค่นั้นเอง เราก็ต่างคนต่าง Add Friend แล้วก็ Follow กันไปมา พอน้องบอยเห็นว่าพี่ปุ๋ม บ่นเรื่องอยากลองใข้ Note8 ดูสักครั้ง ก็ใจดีติดต่อกับทางซัมซุงให้ จนเป็นที่มาของโประเจกท์นี้ แถมยังได้ร่วมทำบุญกับพวกเราอีกด้วย ขอบคุณมกาๆนะคะ ดีใจมากๆ  ชาติที่แล้วคงทำบุญร่วมกันมา ชาตินี้ก็ร่วมทำดีกันอีก …ดีใจจัง

รูปที่ยกมาเป็นตัวอย่าง คือเป็นรูปตัวอย่างว่า รูปที่ส่งมาน่ะประมาณไหน ปุ๋มวาดออกมาประมาณไหน จริงๆต้องขอบคุณทุกคนมากนะคะ ปุ๋มรู้สึกว่า ปุ๋มวาดรูปได้ดีขึ้น เพราะได้ฝึกวาดบ่อยๆ ได้เจอโจทย์หลายๆ แบบ มันทำให้ปุ๋มได้ฝึกปรือทุกวัน วันไหน ฝีมือขึ้น ก็วาดได้ดี อย่างรูปของน้องเจนนี่กับเกมลินเป็นต้น ปุ๋มชอบ น่ารักดีเหมือนการ์ตูนเลย

เพื่อนๆ ในเฟสบุค ทั้งที่รู้จักกันเป้นการส่วนตัว และไม่เป็นการส่วนตัว เพื่อนของเพื่อน เมล์มาหาปุ๋มเยอะแยะเลย วาดแล้วทุกคนนำไปใช้เป็น Cover บ้าง รูป Profile บ้าง ดีใจมากๆ ทุกวันนี้น้องเฟิร์นยังใช้รูปของปุ๋มเป็น COver อยู่เลย ขอบคุณน๊าค๊าาา ชอบรูปนี้มากเหมือนกันนะ อิอิ

สำหรับทุกคน ปุ๋มชอบเวลาที่ทุกคนให้ปุ๋มวาดรูปคู่กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ปุ๋มรู้สึกได้ว่า มีคนใจดีๆ รักสัตว์ มากมายอยู่รอบๆ ตัวปุ๋ม แมว หมา กระต่าย …ฯ ….. เคยอ่านมาว่า เรามีนิสัยอย่างไร ก็จะดึงดูดคนแบบนั้นเข้ามาในชีวิตเรา… ปุ๋มว่าจริงค่ะ รอบๆ ตัวปุ๋ม…มีแต่คนใจดี น่ารักๆ รักสัตว์ ใจบุญ รักสุขภาพกันทั้งนั้นเลย

หากจะมีคนกล่าวว่า ปุ๋มเป็นคนโลกสวย…ปุ๋มก็ไม่ว่ากระไรหรอก เพราะปุ๋มรู้สึกว่า โลกที่ปุ๋มอยู่ มันสวยงามจริงๆ ^__^

ปล. วันที่โทรไปคุยกับพี่ตุ๊ก ปุ๋มมีเรื่องไม่สบายใจ ต่อให้โลกสวยขนาดไหน เวลาเรามีปัญหาสุขภาพ เราก็แอบที่จะกลัวไม่ได้ แต่พอฟังพี่ตุ๊กเล่าแล้ว ปุ๋มรู้เลยว่า สิ่งที่ปุ๋มเจอ มันจิ๊ดริ๊ดมาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะพยายามเผชิญกับมัน อย่างมีสติ และใช้ชีวิตต่อไปให้มีความสุขให้ได้ค่ะ สู้ๆ

ปล.

ของทั้งหมดที่ซื้อมา มีผู้ช่วยเช็คของด้วยค่ะ ทำบุญด้วยกันนะสีน้ำ ปลาวาฬ

บิลนี้ 4555 บาท ซื้อที่ร้านสมใจ แล้วก็กลับไปซื้อกระเป๋าใส่กระดาษพรูฟงานอีกสองใบ และกล่องใส่กระดาษ อีกพันกว่าบาท ซื้อร้านเครือ่งเขียนแถวบ้าน รวมก็เป็น 5555 บาท (ตัดเศษโน่นนี่ทิ้งไป เย้ๆ เลขสวย 555)

แพคใส่กล่องได้แล้วหนักมาก ปุ๋มว่าสัก 20 กว่าโลได้ คงต้องส่งไปรษณีย์ ข้างในมีเสื้อผ้าผู้ชายให้น้องๆด้วย แม่ดีใจมาก กำลังอยากบริจาคอยู่พอดี ของปุ๋มเก็บไปครั้งนี้ไม่ทัน ไว้ส่งไปใหม่ ^^

จบแล้วนะคะ ยาวมากเลย จะอ่านกันไม๊เนี่ย

ขอบคุณทุกคนมากค่า


05
Nov 13

ชีวิตโหมดนี้

…จะมีความสุข…
โพสนึงจากแฟนเพจ อ่านแล้วกลับมาอ่านอีกบ่อย เพราะรู้สึกดีที่ได้คิดแบบนี้ ก็เลยคิดว่า เขียนบล็อคถึงความรู้สึกนี้แบบยาวๆดีกว่า

 


หากจะถามปุ๋มว่าตอนนี้ชีวิตปุ๋มอยู่โหมดไหน ปุ๋มคงตอบได้ว่า โหมดอ๊าตค่ะ อาร์ต ที่มาจาก ART ที่แปลว่าศิลปะอ่ะค่ะ ปุ๋มก็ไม่รู้ว่า คนเราในแต่ละช่วงวัย มันแตกต่างกันมากขนาดไหน อ้อ ๆ อาจจะมี บางคนเข้าโหมดแต่งงาน เข้าโหมดท้อง และโหมดมีเบบี๋ ชีวิตก็เปลี่ยนเนอะ  แต่สำหรับปุ๋ม ชีวิตค่อยๆ กลายร่างไปอย่างช้าๆ … จากคนธรรมดา ที่อาจจะพกแค่อุปกรณ์ไอที หนังสือ แล้วมาเป็นพกกล้องถ่ายรูป พกตุ๊กตาไปไหนมาไหน … ช่วงนี้ชีวิตปุ๋ม พก ..กระดาษ ดินสอ ยางลบ …หากไปไกลหน่อย ก็จะมีจานสี พู่กันไปด้วย… นี่แหล่ะค่ะโหมดชีวิตปุ๋มในช่วงนี้


ถามว่ามีความสุขไม๊ ตอบได้เลยว่า “มาก” … รู้ได้อย่างไร ก็รู้ได้จากเวลามองรูปโต๊ะทำงานของตัวเอง ที่ถ่ายรูปไว้ มันก็รู้สึกดีอ่ะ มันมองแล้วถามตัวเองว่า …นี่คือชีวิตเราจริงๆเหรอ โต๊ะ ที่เต็มไปด้วย เศษยางลบ กระดาษทิชชู่เปื้อนสี จานสีเลอะๆ เทอะๆ กับขวดโหลแก้วใส่พู่กันหลายขนาด….ใช่มันคือชีวิตแบบที่ปุ๋มอยากเป็นมานานแสนนาน หากปุ๋มเพียงแต่วาดรูป …ไปวันๆ ก็อาจไม่ได้ปลื้มเท่านี้ เท่าที่มีคน ชอบงานของเรา จนมายอมเสียเงินจ้างให้เราวาดให้….ใช่ มันคือ “งานของปุ๋ม” ….งานที่มีผลตอบแทน มีคนอยากได้ นั่นแหล่ะมั๊ง ต้นเหตุของรอยยิ้ม

หากปุ๋มเป็นเด็กคนนึง ที่ตอนเด็กๆ พ่อแม่พาไปเรียนศิลปะ เข้าโรงเรียนก็ได้เรียนศิลปะ เข้ามหาลัย ก็ต่อคณะศิลปะ ตามที่ใจชอบ หรือพ่อแม่เห็นแวว ปุ๋มก็อาจจะเฉยๆ กับสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีค่ามากมายอะไร การได้วาดรูปแลกตังค์มัน..รู้สึกดีมากๆ อาจจะมากพอๆ กับ เดินเข้าห้องประชุมที่ตึกหรูๆใจกลางเมือง ขายโปรเจกท์ร้อยล้านให้บริษัท ถึงแม้ว่าภาพที่ปุ๋มวาด มันไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไรนัก เงินที่ได้อาจจะพอแค่อาหารแมวถุงนึงก็ได้ แต่สำหรับจิตใจ….มันเป่งๆ แบบปลื้มๆ อย่างเห็นได้ชัด ปุ๋มเลยคิดว่า ปุ๋มมีความสุขนะ กับชีวิตโหมดนี้

ปุ๋มชอบนั่งดูรูปเก่าๆ รูปที่เคยถ่ายไว้ เรื่องราวเก่าๆ ที่ถูกบันทึกไว้ตาม Social Network ต่างๆ บางทีย้อนกลับไปดูเป็นปีๆ ตอนนั้นเราทำอะไรอยู่ ตอนนั้นเรามีความสุขแค่ไหน รอยยิ้มนั้นมันมีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า หน้านี้ ตอนนั้นแอบเศร้าเพราะเรื่องอะไร…ปุ๋มก็วนเวียนอยู่กับชีวิตตัวเอง อยากรู้จัง คนอื่น….เค้าเป็นกันไม๊หืม?? ชีวิตที่เดินก้าวฉับๆ มุ่งแต่จะไปข้างหน้าอย่างเดียว มันเหนื่อยไปไม๊อ้า…หันมองความสุขรอบๆ ทางที่เราเคยผ่านมา ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหัวใจดีนะ พอหัวใจดี ก็ค่อยๆ ก้าวเดินต่อด้วยความสุขที่หล่อเลี้ยงอยู่ในหัวใจไง..ดีไม๊

จริงๆ ปุ๋มยังมีโหมดอื่นที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และต้องยอมรับหลายๆ ครั้งว่า บางทีมันก็เหนื่อย เวลาเจอปัญหาอะไรที่เราแก้ไขไม่ได้ เราก็อยากหยุด อยากถอย แต่อันนี้ก็คงเหมือนกับการทำงานของทุกๆคนบนโลกใบนี้ ปัญหาใหญ่แค่ไหน….เราก็ต้องเดินต่อ เดินต่อไป…. แต่หลายครั้ง ที่ปุ๋มหยุดเดิน แอบเลี้ยวไปทางอื่น ไปแอบนั่งวาดรูปในพงหญ้า ไปแอบนั่งใต้โคนต้นไม้ฟังเพลง … และนี่คือปัญหาใหญ่ในชีวิตของปุ๋ม งานที่อยากทำ ไม่ได้ตัง ก็ทำ งานที่ไม่อยากทำ …ได้ตัง แต่ไม่อยากทำ มันก็ไม่ได้ทำ  -___-” ไม่ชอบเลย …ไม่ชอบตัวเองนะ ไม่ได้ไม่ชอบเจ้าของงาน… ก้มหน้าก้มตาเคลียร์ตัวเองบ้าง แล้วหันกลับมาสะสางมันซะ …ปีใหม่นี้หยุดยาว อยากทำให้หมดจริงๆ (เหมือนจะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกปีใหม่)

หลายอย่างในชีวิต กำลังไปได้ดี ได้ทำในสิ่งที่รัก ที่ชอบมาตลอด … ได้ไปในที่ที่อยากไป เสมอๆ อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากกินอะไรก็ได้กิน ….อยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ก็ได้ใช้ ….แล้วจะเอาอะไรอีก ทำไม เราต้องรู้สึกว่า “มันยังไม่พอ” มันขาดอะไรไปน๊อ… แต่หากว่า ได้ไอ้ที่ขาดไป เข้ามาในชีวิต แล้วมากะทบๆ กับชีวิตในสามพารากราฟข้างบน ให้ไม่เป็นไปอย่างเดิม….ก็ไม่ต้องเข้ามาก็ได้นะ ฮ่าๆ (บอกใคร อ่อ บอกตัวเอง) …อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้วหล่ะ … จบดีกว่า

บันทึกไว้วันนึงที่รู้สึกดีกับชีวิตตัวเอง

 


03
Mar 13

Ribbon Camera App

สวัสดีค่ะ ….(อาย)

ห่างหายไปนานมาก ^^” ไม่พูดแล้วกันเนาัะ

เอาเป็นว่าวันนี้มีสิ่งที่ภูมิใจมานำเสนอ เนื่องจากปุ๋มใส่ชื่อเวบ pumuq.net ไว้ใน Profile ของดีไซน์เนอร์ กลัวคลิกมาเดี๋ยวแป่ววว เว็บไม่ได้อัพเดทเลย

วันนี้ปุ๋มเลยคิดว่าจะมาเล่าถึงโปรเจกท์นี้ให้ฟังแล้วกันค่ะ เผื่อใครคลิกเข้ามาเจอจะได้ร้อง “อ๋อออ”

ที่มาที่ไปก่อนจะได้มาทำแอ๊พ Ribbon Camera

เริ่มแรกเลย ปุ๋มรู้จักับน้องคนนึง มานานหลายปี ตั้งแต่น้องยังเรียนไม่จบ แต่แนวโน้ม ดีนะมองน้องด้วยความชื่นชมเสมอ ดูเป็นเด็กที่คิด แล้ว ลงมือทำเสมอ ตอนเรียนก็หาโน่นหานี่มาผลิตแล้วก็ขาย พอเรียนจบก็เริ่มทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จนวันนึง น้องของปุ๋มคนนี้ ก็มีบริษัททำแอ๊พเป็นของตัวเอง น้องคนนี้ชื่อ น้องหมง ปุ๋มเรียกว่า “โนบิ” เพราะเป็นชื่อที่เค้าใช้ในเวบปาล์มที่เราได้รู้จักกัน นับไปนับมาก็เกือบสิบปีแล้ว ช่วงเวลาที่เราห่างหายกันไป น้องก็โตเป็นผู้ใหญ่ วันนึงมารู้อีกทีก็เป็นผู้บริหารไปแล้วหล่ะ 🙂

หมงเปิดบริษัท i-App Creation Co.,Ltd ที่ขายแอ๊พอยู่ใน Apple Store จนมีชื่อเสียงระดับหนึ่ง (โดยที่คนไทยที่ใช้ไอโฟนส่วนใหญ่ก็อาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแอ๊พที่เค้าโหลดมาใช้นั้นเป็นแอ๊พจากฝีมือคนไทยด้วยกัน) วันนึง หมงนัดปุ๋มไปนั่งกินกาแฟกัน แล้วก็เล่าถึงไอเดียของเค้า…ที่คิดจะทำแอ๊พ….ให้กับเหล่าคนที่เป็นดีไซนเนอร์ นักวาดการ์ตูน ได้โชว์ศักยภาพของคนไทยให้ทั่วโลกได้รู้จัก หนึ่งในโอกาสนั้น เค้าให้ปุ๋มสานฝันตัวเอง ด้วยการมีแอ๊พเป็นของตัวเอง!! ไอ่ย่ะ !!!

(ในพาร์ทของแอ๊พดีไซนเนอร์อื่นๆๆ และการทำงานไว้ปุ๋มมาเล่าวันหลังนะคะ ไม่งั้นจะยาวมาก ขอแบบส่วนตัวเล่าเรื่องเฉพาะตัวเองก่อน เดี๋ยวจะไม่จบ )

เราเริ่มคุยกันตั้งแต่เดือน สิงหา กันยายน

วันนั้น เชื่อไม๊คะ หลังจากกลับมาจากคุยกัน ปุ๋มยังไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำ ว่าปุ๋มจะทำได้ไม๊ บอกตรงๆ ปุ๋มค่อยจะมั่นใจในฝีมือตัวเองเท่าไหร่ ….เพราะปุ๋มเป็นประเภทครูพักลักจำ หาเรียนเวิร์คชอบเล็กๆ มาตลอด วาดไปก็งูๆ ปลาๆ

…??? ใครจะมาเสียตังค์ซื้อสิ่งที่เราวาด…ปุ๋มถามตัวเองอย่างนั้นอยู่หลายวัน

??? แต่ในเมือ ..โอกาสมันมานอนอยู่กำมือของปุ๋ม…มีหรือ…ที่ปุ๋มจะไม่คว้ามันไว้  ….

“ใครๆ ก็มีความฝันกันทั้งนั้นแหล่ะ”

ปุ๋มเป็นคนช่างฝันนะ

พี่สาวคนนึงเคยล้อปุ๋มแบบติดตลกว่า

“ฝัน นะ ไอ่ปุ๋ม ไม่ใช่ตด จะได้ปู้ดเอา ปู้ดเอา “

ฮ่าๆ ปุ๋มหัวเราะ และยังคงเที่ยวบอกใครต่อใครต่อไปว่าวันๆ ปุ๋มฝันอะไรบ้าง

ที่ๆ อยากไป ของที่อยากกิน และสิ่งที่อยากทำ

..

หากใครเคยอ่านบล็อคปุ๋มมาบ้าง ปุ๋มเคยบอกบ่อยๆ

ว่าปุ๋มอยากทำหนังสือ อยากวาดภาพประกอบหนังสือของตัวเอง

ซึ่งเชื่อไม๊ ปุ๋มก็เคยคิดว่าฝันนี้มันไกลมากๆ

หนังสือปุ๋มก็ได้ทำแล้ว ภาพประกอบเอง เขียนเอง แต่ก็ไม่สมบูรณ์เพราะพิมพ์แต่ไม่ได้ขาย

เหมือนมันไม่ที่สุด

ปุ๋มวาดรูปมาเรื่อยๆ วาดสวยบ้างไม่สวยบ้าง

หาเงินจากมันบ้าง วาดฟรี วาดเล่นบ้าง

แล้ววันนี้ มีคนมาหยิบยื่นโอกาสให้ปุ๋มน่ะ ปุ๋มจะกล้ว เดินหันหลัง หรือวิ่งหนีทำไม

จากนั้น ปุ๋มก็ใช้เวลาส่วนหนึ่ง ซุ่มทำงาน ที่เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร มันจะประสบความสำเร็จไม๊ หรือมันจะล้มเหลว เราไม่อยากคืด ไม่อยากคาดเดา

ลงมือทำเลยดีกว่า …

มีคนเคยบอกว่า การที่เราจะเริ่มต้นอะไรสักอย่าง

ควรเริ่มจาก “ความรัก”

แรงบันดาลใจของปุ๋มจึงมาจากสิ่งใกล้ตัว เซตแรกๆ ที่ปุ๋มทำก็คือ

“I love DIY”

ปุ๋มดึงเอาโลโก้ เด็กผุ้หญิงผมจุก ติดโบว์ มาขยายผล ต่อเติมเสิรมแต่งในสิ่งที่ใกล้ตัวปุ๋ม

ก็คืองานอดิเรกของปุ๋ม  งานแฮนเมด งานเย็บผักถักร้อย ไปส่งของให้ลูกค้า ทุกอย่างมาจากชีวิตจริงของปุ๋มเอง 🙂

เซตต่อมา ก็ขยับจากงานที่ทำ มาเป็นสัตว์เลี้ยงที่รัก

ปุ๋มรักแมว และเลี้ยงอยู่สองตัว ปุ๋มถ่ายรูปเค้าทุกวันๆ อัพให้เพื่อนๆ ดู ไม่รู้เค้าจะเบื่อกันไม๊ แต่มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ปุ๋มอยากส่งต่อ

นี่คือแรงบันดาลใจของปุ๋ม เจ้าสีน้ำ กับ เจ้าปลาวาฬ (ตอนเด็ก) 555

ปุ๋มไม่รู้จะมีใครอยากใช้สติ๊กเกอร์ของแมวปุ๋มไม๊…แต่ไม่เป็นไร…ขอยัดเยียดความสุขให้คนรักแมวแล้วกัน ปุ๋มก็เลยแอดลายนั่นลายนี้ สำหรับคนรักแมวเข้าไปด้วย หวังว่า จะชอบกันบ้างนะคะ อิอิ

พอดีช่วงนั้นกังนัมสไตล์กำลังดัง ขอเต้นโด้ยยยยยย อิอิ

จากนั้นปุ๋มก็ทำงานมาเรื่อยๆ ก็มีอุปสรรค์บ้างทำให้ใช้เวลาเยอะขึ้น ทำให้ปุ๋มมีเวลามากขึ้น จึงได้ทำเซต Good morning กับ masking Tape ออกมาเพิ่มในโอกาศต่อมา

ปุ๋มมีหน้าที่อีกอย่างต้องทำไปพร้อมกันคือ การเป็น Project Manager คอยติดต่อประสานงาน กับดีไซน์เนอร์ทุกคน ซึ่งก็เป็นปุ๋มอีก ที่เฟ้นหา เชิญชวน หลอกล่อ (ฮ่าๆ) ศิลปินเหล่านี้มาทำงานด้วย

มันเหมือนวาดวิมานในอากาศนะคะ เงินก็ไม่มีจะไปให้ มีแต่ความเชื่อใจกันและกันเนี่ย

เรียกว่า เอาความฝันเป็นเดิมพัน …ไม่มีใครรู้ว่ามันจะหมู่หรือจ่า แต่อยากทำฝันให้เป็นจริงไม๊ล่ะ

ศิลปินทุกคน ล้วนอยากให้ผลงานของตัวเองเป้นที่รู้จัก …แต่อะไรจะรับประกันล่ะ ว่าสิ่งที่ปุ๋มชวนเค้ามาทำ มันจะเป็นจริง

มีแต่ความเชื่อใจกันระหว่าง “เพื่อน” เท่านั้นแหล่ะค่ะ

ที่ดึงพวกเค้าทั้งหมด มาร่วมทำงานกับเรา

และนี่คือครั้งแรกที่ปุ๋มได้ลองใช้แอ๊พของตัวเอง

ปลื้มปริ่มมากกก 555

จนมาถึงวันนี้ แอ๊พออกขายมาได้ เกือบ 1 อาทิตย์แล้วค่ะ

ได้รับเสียงตอบรับที่ดี  (มาก)

ศิลปืนในกลุ่ม PhotoUp ต่างได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ อย่างดี

พวกเราติดชาร์จ Free Top Apps หลายวันติดกัน

เพื่อนจาก PhotoUp ก็อยู่ในอันดับกันหมดเลย ดีใจจัง 🙂

 

 

 

 

 

 

Ribbon Camera

ดาวน์โหลด App Store

https://itunes.apple.com/th/app/ribboncamera-by-photoup/id600181841?mt=8

 

 

….

แล้ววันนี้ก็มาถึงเนาะ

จะว่าที่ผ่านมาเหนื่อยไม๊ ทำอะไรหลายอย่างเหลือเกิน

ปุ๋มก็เหนื่อยนะคะ แต่ไม่เคยร้องไห้ ท้อ เพราะเหนื่อยเลย มีแต่แอบโกรธตัวเองบางทีที่เหลวไหลไปบ้าง แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างมันก็ผ่านไปแล้ว งานๆ นึงก็สำเร็จ…สำเร็จก้าวย่างแรกที่ตั้งไข่

ต่อไป…จะต้องพยายามมากขึ้น

ให้เวลากับมัน คิด ตีโจทย์ มองหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ จากการแต่งรูป

โชคดีนิดหน่อย ที่ปกติเป็นคนชอบถ่ายรูป แต่งรูปอยู่แล้ว อะไรที่ปุ๋มต้องการคงไม่ต่างจากคนที่โหลดแอ๊พปุ๋มไปใช้ต้องการนัก

อิอิ โชคดี…ที่ได้ทำในสิ่งที่รักและถนัด

ตอนแรกบอกไปว่า…อยากวาดรูปประกอบหนังสือ อยากทำหนังสือ

เพราะตอนนั้น คือสื่อหนึ่งที่เข้าถึงคนได้มากๆ

แต่ตอนนี้…ไม่ต้องเขียนในหนังสือแว้ววว

ทำแอ๊พ…….ก้อด้ายยยยยย ฮิ้ววววววววว

(แม้จะยากนิดหน่อยเวลาที่ต้องอธิบายให้ ป๊า แม่ หรือป้าๆ เข้าใจ เวลาที่คนถาม เข้าถึงเฉพาะวัยจริงๆ 55)

ขอบคุณมากๆนะคะ

สำหรับคนที่ติดตามปุ๋มมานาน จากบล็อคที่ไม่ค่อยอัพเดท จากแฟนเพจที่โพสบ่อยเหลือเกิน

“ขอบคุณมากๆนะคะ”

วันนี้เรายิ้มไปด้วยกันแล้วนะ เย้ๆ

สำหรับคนที่เพิ่งมาเจอหน้านี้ อยากรู้จักกันให้มากกว่า ตามมาโลดค่า

Twitter : ipumuq

Instagram : pumuq

Line ID : pumuq

Flickr : http://www.flickr.com/photos/ipumuq/

FB : www.facebook.com/pumuq

Fanpage : www.facebook.com/sweettribbon สำหรับงาน DIY

Fanpage : www.facebook.com/SweetRibbonDoll สำหรับชุดตุ๊กตา

Fanpage : www.facebook.com/TanpopoDiary สำหรับงานภาพประกอบคำพูดดีๆ

Fanpage : www.facebook.com/HappyMeCases สำหรับงานเคสโทรศัพท์มือถือ

email : ipumuq@gmail.com

หมดหรือยังนิ….ฮ่าๆ ไม่แปลกใจเลยว่าปุ๋มใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทั้งวันได้อย่างไร

วันนี้จบเพียงแค่นี้ก่อน วันหน้าจะมาเล่าอะไรให้ฟังอีกนะคะ

จุ๊ๆ เดือนหน้า…ตดอีกปุ๊ดนึงของปุ๋มกำลังจะเป็นจริงแล้วค่ะ

รอติดตามนะคะ …ปู้ดๆ


10
Sep 11

10 September 2011

http://26.media.tumblr.com/tumblr_lraebewDiV1qbacxlo1_500.jpg

วันนี้วันเกิด

^__^

มันไ่ม่ได้พิเศษอะไรมากมายไปกว่า การได้รู้ว่า มีใครมากมายแค่ไหน

ที่รักเรา

“ถ้าฉันไม่ได้พบเธอแล้วฉันจะเป็นอย่างไร….ถ้าเราไม่ได้รักกันแล้วฉันจะทำอย่างไร”

ไม่รู้จะกลับมา Edit ทันก่อนเปลี่ยนวันไหม

ใส่ Entry ให้ตรงวันไว้ก่อน

^^

It’s not a special day for me.

It’s just a day to know who loves me


26
Aug 11

ระบายใจ

วันนี้ปุ๋มยุ่งกับงาน ที่ไม่ใช่งานหลักซะครึ่งวันเลย

เฮ้อ………..ถอนหายใจยาวๆ หนึ่งที จะหกโมงเย็นอีกแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจัง ยังคงคิดวุ่นวายวนเวียนอยู่ในหัว เรื่องเวบไซต์สำหรับขายของ มันจำเป็นไม๊ มันควรทำใช่ไม๊ แล้วจะขายอะไรบ้าง แบ่งเป็นกี่หมวดหมู่ แล้วจะโปรโมทยังไง ได้แต่คิดๆๆๆ แต่คิดและไม่สามารถให้เวลากับมันได้เต็มที่ เพราะมี “งานประจำ” ที่ต้องทำ มากมายเหลือเกิน …. มันทำให้พอเราจะทำงานที่เสริมเพิ่มขึ้นมา (แต่อยากทำมากกว่า) ก็ทำให้เราทำมันไม่เต็มที่ แบบกั๊กๆ กลัวโกรธตัวเองที่งานประจำ ไม่ทำมาทำงานใหม่ ซึ่งวันนี้ก็เป็นเช่นนั้น เฮ้อ…..

มันเริ่มจากจะเขียนบล็อคก่อน ก็เสิร์ช ไปเจอนั่น เจอนู่น เจอนี่ …นอกจากจะไม่ได้เขียนบล็อคใยเวลาอันรวดเร็วแล้ว (ตั้งท่าตั้งแต่บ่ายโมง) งานประจำก็ยังไมไ่ด้ทำอีกด้วย เอาน่า อย่าโกรธตัวเองเลย เวลาที่เสียไปก็ไม่ได้เสียไปเปล่าๆ เราก็ได้ความรู้จากมันมากมาย …โน โน ไม่ใช่ความรู้อย่างเดียว ยังเป็นกิเลศเพิ่มขึ้นมาอีกค่าาา อยากทำนู่น อุ๊ยคนนี้เค้าทำนี่แล้ว อ่า อยากทำมากๆ ไอ้นี่ เค้าทำก่อนเราอีก เราคิดแต่ยังไม่ได้ทำ กลัวเสียโอกาส ทำไงๆๆๆดี ร้อยแปดพันสิ่งในหัว ก็เยอะอยู่แล้ว ยังจะบวกสิ่งใหม่ๆ เข้ามาอีก…เฮ้ออออออออออออออออ ถอนหายใจยาวๆ อีกที

…สายหัวให้ตัวเองดิกๆ………

ปุ๋มไม่รู้ว่าปุ๋มแย่มากไม๊….ที่มีความสนใจอะไรมากมายเหลือเกิน มันมากเกินไปไม๊? แล้วทำให้เราจัดสรรอะไรได้ไม่ดีพอ ไม่ดีที่สุด เพราะเราโฟกัสไม่ถูกจุด ไม่ถูกที่ …ไม่เต็มที่ ไม่ถึงร้อย ก็ไปนับหนึ่งใหม่

…..

ข้อดีน่ะมีเยอะ กับการที่เราเป็นคนอย่างนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าข้อเสียมันก็ไม่น้อยเลย

แต่จะให้ “เลิก” สนใจนู่นนี่…ก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้จริงๆ มันรู้สึกเสียโอกาส โอกาสในการที่จะเรียนรู้ ในวันที่เรามีความอยากรู้เต็มที่ เค้าเรียกว่า “ไฟลุุก” หากวันนึง “ไฟมอด” ล่ะ อยากเรียนให้ตาย แต่ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ก็ตายน่ะสิ… เวลาจะเรียนอะไรตอนไฟลุกเนี่ย ดีที่สุดแล้ว มันเข้าเนื้อ 555

เอนทรีนี้ ใส่หัวข้อไว้ว่า Needle Felt แต่ตอนนี้ พ่นสิ่งที่อัดอั้นในใจมาพรรคใหญ่แล้ว เดี๋ยวคงต้องขึ้นไปเปลี่ยนหัวข้อข้างบนเสียใหม่  -____-”

 

…ถอนหายใจอีกที…..

งานประจำเยอะมาก อัลบั้มแต่งงานจากเจ้าประจำ มีอีก 3 เล่ม //ขาจรมาให้ทำเพิ่มอีก 2 เล่ม

ลูกค้ามาสั่งออเดอร์ชุดตุ๊กตาล๊อตใหญ่หลายพันบาท จ่ายเงินแล้วด้วย นัดส่งอาิทิตย์หน้า

รับออเดอร์หมวกกุต่ายล็อตใหญ่ อันนี้กระจายงานไปให้คนช่วยได้ แต่ก็ต้องมาประกอบและทำหน้าตาเอง ไม่ไว้ใจคนอื่นจริงๆ

….นี่คืองานประจำสำหรับสองอาทิตย์สุดท้ยของเดือนสิงหาที่ต้องเสร็จภายในสิ้นเดือนจริงๆ

แล้วงานใหม่ ที่จ่อคิวรอ

อยากทำเว็บไซต์ขายของให้เสร็จ — ทำเว็บไซต์ก็ต้องออกแบบเว็บทั้งหมด แบ่งหมวดของสินค้า เพราะไม่ได้จะขายเสื้อผ้าตุ๊กตาอย่างเดียว เป็นงานแฮนเมดต่างๆด้วย รวมไปถึงโปรเจกท์งานออกแบบสำหรับลูกค้า ที่ทำมาค้าขายอยู่ในโลกอินเตอร์เนต ….ก็เป็นอีกธุึรกิจที่น่าทำมากๆ เพราะหลายคนก็อยากมีธุรกิจของตัวเองบนโลกออนไลน์กันทั้งนั้น หน้าตาเวบ แพคเกจจิ้งสินค้าก็สำคัญ เราก็อยากเข้าไปช่วยทำตรงนี้ให้ ก็ต้องมาคิดราคาเป็นแพคเกจ เรียกได้ว่า เหมือนเพิ่มไลน์ของสินค้าและบริการงานของเราเลยทีเดียว …วันนี้ก็มีน้องคนนึงโทรมาให้ออกแบบโลโก้ให้ มันยิ่งทำให้รู้สึกว่า ธุรกิจนี้มันไปได้ มันเริ่มได้โดยไม่ต้องมีการลงทุนอะไร….แต่สิ่งที่ต้องคิดต้องทำ เพื่อการณ์นี้ ก็มากมาย เหมือนเปิดร้านใหม่ร้านนึงเลย…

ในเรื่องของงานแฮนเมด นอกจากจะขายของตัวเองแล้ว ก็อยากขายวัตถุดิบ ขายชุดคิท ทำแมนนวลชุดคิด ให้เค้าสามารถซื้อแล้วเอากลับไปทำเองที่บ้านได้ อยากเปิด workshop …รวมไปถึงอยากทำหนังสือ เกี่ยวกับงานแฮนเมดที่เราชอบทำ…..

งานแฮนเมดที่ชอบทำและสนุกกับมัน ทำชุดตุี๊กตา แกะยางลบ NeedleFelt …เอาแค่นี้ก่อนใช่ป่ะ…อ่ะ

วันนั้นมีคนถามว่า อยากทำอะไรอีกไม๊ นอกจากงานนี้ ก็คิดนานมาก “คงไม่มีแล้วมั๊ง” ณวันนั้นนะ ผ่านมาสองอาทืตย์ สิ่งที่งอกขึ้นมา โดยไม่ได้คิดมาก่อน

อยากทำงานปั้น !!! อยากปั้นดินญี่ปุ่น เหยยย มาได้ไงเนี่ย…อยากได้หนังสือ ก็รู้ว่า ซื้อมาก็ยังไม่มีเวลาทำอย่าเสียตังเลย

จากนั้นก็อยากทำตุ๊กตาผ้าอีก….จะบ้าตาย ซื้อหนังสือมาแล้วด้วยอันนี้

 

ให้ตายเหอะ ทำไมมันเยอะอย่างนี้

ที่เขียนมาเยอะๆ เพราะอยากระบายไอ้ที่อยู่ในหัวตอนนี้…อยากเรียงลำดับความสำคัญสักหน่อย…ว่าจะทำไงกับชีวิตดี

บางวันก็ใช้เวลากับการเรียงลำดับความสำคัญ โดยไม่ได้งานสักชิ้น นั่งขีดตารางวันที่ นั่งคิดเงิน คิดรายได้รายจ่าย วางแผนงานในอาทิตย์นี้อาทิตย์ต่อไป …หมดเวลาไปหลายชั่วโมง

บางทีก็รู้สึกว่า เสียเวลาตรงคิดนะเนี่ย…ทำงานไปเลยไม๊ ไม่ต้องคิด ทำงานที่ต้อ้งส่งไปก่อนเลย…เห้อ….ถอนอีกที

 

อยากให้ตัวเองหาข้อสรุปให้ตัวเองได้ในบรรทัดสุดท้ายนี้

ก็ยังหาไม่ได้ มันเหมือนหงุดหงิดที่อยากทำงานที่อยากทำ อยากทำเว็บ อยากทำนู่นนี่ แต่ติดงานประจำที่ต้องส่ง …ซึ่งไม่ทำก็ไม่ได้ มันเป็นรายได้หลัก

ส่วนงานที่เหลือ ยังไม่รู้ว่าจะห้าหรือจะสิบ หรือจะยังไง รู้แค่ว่า “อยากทำ”

ชีวิตวุ่นวายดีแท้

แต่ถามว่าสนุกไม๊ ชอบไม๊ รักไม๊…ตอบได้เลยว่า สนุกและมีความสุขกับชีวิตมาก

ค่อยๆทำไปแล้วกันนะปุ๋ม…..มีงานทำ ดีกว่าไม่มีงานทำ งานที่ทำก็รักทุกงาน ชอบทุกงาน

แค่…ตั้งสติหน่อย …แค่นั้นเอง

 

ไปเดิน (แทนวิ่ง) ก่อนแล้วกัน ขอใช้เวลาคิดอะไรหน่อย

เฮ้อ……………………

 

วิ่งเสร็จจะกลับมาเขียนเรื่อง NeedleFelt แล้วกัน

 

ขอลงไว้หน่อย ว่า ไปวุ่นวายกับการทำหน้าพักเวบสักพักเลย

www.sweetribbonshop.com

เป็นบริการเวบหน้าแรกของ Godaddy เจ๋งดีเหมือนกัน ช่วงก่อนทำเวบเสร็จก็ใช้อันนี้ไปก่อน ดีกว่าเป็นหน้าโฆษณาให้กับ Godaddy

 


05
Jul 11

วันอาทิตย์ของฉัน

วันอาทิตย์ เคยเป็นวันที่ฉันต้องหวาดกลัว ที่จะ้ต้องอยู่คนเดียว ไ่ม่อยากออกไปไหน เพราัะทุกภาพมันบาดตา แต่ในวันนี้ วันที่วันอาทิตย์กลับมาสดใสมีชีวิตชีวา…และ  “มีความสุข” อีกครั้ง จริง ๆ เรารู้สึกแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ หลายเดือนมากแล้ว เคยไปวิ่งอยู่ครั้งนึง แล้วเกิดความรู้สึกในใจ “วันอาทิตย์ดีจัง ฉันไม่กลัววันอาทิตย์อีกต่อไปแล้ว  และฉันมีความสุขกับมันได้ด้วยตัวของฉํนเอง”  นานมากแล้วที่ฉันกลับมายิ้มให้กับวันอาทิตย์ได้อีกครั้ง ทำไมต้องวันอาทิตย์ในเมื่อฉันไม่ได้ทำงานประจำ ก็เพื่อนๆ ของฉันเค้าหยุดวันอาทิตย์กันนี่นา มีเพื่อนหลายกลุ่ม  ที่ให้เราได้ “เลือก” ที่จะไปทำกิจกรรมด้วย ขึ้นอยู่กับฉันด้วยนะ ว่าอยากออกหรือไม่  หรือบางทีก็อยากทำงานอยู่บ้านซะงั้น แต่หน้าแปลก ตั้งใจทำงานอยู่กับบ้านมากเท่าไหร่  กิจกรรมนอกบ้านก็ท้าทายให้ฉันออกไปเสมอ มีตั้งแต่ ไปฟังดนตรีในสวน ไปวิ่ง ไปตีแบท ไปเรียนวาดรูป ไปเล่นตุ๊กตา  ไปช็อปปิ้ง ไปกินกาแฟ ไปหม่ำเค้ก ไปปาร์ตี้ ไปดูพลุ ฯ….  ฉันมีความสุข กับทุกสิ่งที่ได้ทำ และวันอาทิตย์นี้ก็เป็นอีกอาทิตย์นึงที่ฉันได้ทำอะไรใหม่ๆ ที่เคยทำมา ไอซ์สเก็ต ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปกว่าสิบปี ทันทีที่เกาะขอบสนามได้ รอบครึ่ง  ฉันก็สามารถปล่อยมือจากราวจับ หันมาเสก็ตได้อย่างคล่องแคล่วเสียแล้ว  …คงเหมือนขี่จักรยาน ต่อให้เวลาผ่านนานไปแค่ไหน  ในเมื่อเราเป็นแล้วม้นก็กลับมาเล่นได้อีกครั้งเสมอ วันนี้ แอนดรีนาลีนหลั่งอีกแล้ว…ตอนลื่นไหลอยู่บนลานเสก็ต  ฟังเพลงที่ชอบ แล้วมีความสุขมาก 1 ชม.45 นาที ฉันไม่ล้มเลย ว๊าว  ..แต่ฉันได้ฝึกสมาธิอย่างมาก เพราะเมื่อใดที่เราเผลอใจ  ปล่อยไปไม่คอนเซนเทรดอยู่กับการสเก็ต ฉันก็เกือบล้มไปหลายที  และเมื่อใดที่เฉันเอาใจไปจ่อไว้กับการสเก็ตถึงขนาด ท่องซ้าย ขวา ซ้ายขวา  ในขณะที่ใบมีดรองเท้าถูไปกับพื้น ความเร็วในการสเก็ตฉันจะเพิ่มตามไปด้วย  และเมื่อใดยิ่งเร็ว ก็ยิ่งต้องระวังตัว เพราะหากเสียหลัก  ก็คงล้มแรงทีเดียว…สรุปว่าเป็นกีฬาที่ได้ฝีกสมาธิมาก  ฉันให้ห้าดาวเลย ชอบมากๆ  ตกเย็นก็ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ  ที่คบกันมาเป็นสิบปี…ด้วยความชอบที่เหมือนกัน  แม้วันนี้มันจะต่างกันออกไปมากมาย แต่ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่  แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสถานะของเพื่อนๆ ได้เปลี่ยนไปเป็น  “คุณแม่” และ “คุณพ่อ” กันหมดแล้ว  …น่าอิจฉาจริงๆ มีเสียงแทรกเข้ามาว่า ดีแล้ววววเธอว์  ..แบบเธอน่ะ จะนอนตอนไหนก็ได้ จะไปไหนก็ได้  รวมไปถึงจะดูเอเอฟถึงกี่โมงก็ได้…555  ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยนึง ฉันก็แอบเห็นด้วยมากๆไม่ได้ 555  ขอบคุณ  สรุปว่าฉันมีความสุข….จบข่าว

วันอาทิตย์

เคยเป็นวันที่ฉันต้องหวาดกลัว ที่จะ้ต้องอยู่คนเดียว

ไ่ม่อ ยากออกไปไหน เพราัะทุกภาพมันบาดตา ความรู้สึกเจ็บแปล๊บยังคงชัดในใจ

แต่ในวันนี้ วันที่วันอาทิตย์กลับมาสดใสมีชีวิตชีวา…และ “มีความสุข” อีกครั้ง

จริง ๆ เรารู้สึกแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ หลายเดือนมากแล้ว

เคยไปวิ่งอยู่ ครั้งนึง แล้วเกิดความรู้สึกในใจ แล้วก็ยิ้มให้กับตัวเอง

“วันอาทิตย์ดีจัง ฉันไม่กลัววันอาทิตย์อีกต่อไปแล้ว และฉันมีความสุขกับมันได้ด้วยตัวของฉํนเอง”

 

นานมากแล้วที่ ฉันกลับมายิ้มให้กับวันอาทิตย์ได้อีกครั้ง

ทำไมต้องวันอาทิตย์ในเมื่อ ฉันไม่ได้ทำงานประจำ

ก็เพื่อนๆ ของฉันเค้าหยุดวันอาทิตย์กันนี่นา มีเพื่อนหลายกลุ่ม ที่ให้เราได้ “เลือก” ที่จะไปทำกิจกรรมด้วย

ขึ้น อยู่กับฉันด้วยนะ ว่าอยากออกหรือไม่ หรือบางทีก็อยากทำงานอยู่บ้านซะงั้น

แต่ หน้าแปลก ตั้งใจทำงานอยู่กับบ้านมากเท่าไหร่ กิจกรรมนอกบ้านก็ท้าทายให้ฉันออกไปเสมอ

มีตั้งแต่ ไปฟังดนตรีในสวน ไปวิ่ง ไปตีแบท ไปเรียนวาดรูป ไปเล่นตุ๊กตา ไปช็อปปิ้ง ไปกินกาแฟ ไปหม่ำเค้ก ไปปาร์ตี้ ไปดูพลุ ฯ….

 

ฉันมีความสุข กับทุกสิ่งที่ได้ทำ

 

 

และวันอาทิตย์นี้ก็เป็นอีกอาทิตย์นึงที่ฉันได้ทำ อะไรใหม่ๆ ที่เคยทำมาก่อน นานหลายปีมาก

 

ไอซ์สเก็ต ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปกว่าสิบปี ทันทีที่เกาะขอบสนามได้ รอบครึ่ง ฉันก็สามารถปล่อยมือจากราวจับ หันมาเสก็ตได้อย่างคล่องแคล่วเสียแล้ว จนพี่ที่ไปด้วยกันถามว่า นี่เพิ่งเล่นครั้งแรกเหรอ? …คงเหมือนขี่จักรยาน ต่อให้เวลาผ่านนานไปแค่ไหน ในเมื่อเราเป็นแล้วม้นก็กลับมาเล่นได้อีกครั้งเสมอ

วันนี้ แอนดรีนาลีนหลั่งอีกแล้ว…ตอนลื่นไหลอยู่บนลานเสก็ต ฟังเพลงที่ชอบ แล้วมีความสุขมาก 1 ชม.45 นาที ฉันไม่ล้มเลย ว๊าว ..แต่ฉันได้ฝึกสมาธิอย่างมาก เพราะเมื่อใดที่เราเผลอใจ ปล่อยไปไม่คอนเซนเทรดอยู่กับการสเก็ต ฉันก็เกือบล้มไปหลายที และเมื่อใดที่เฉันเอาใจไปจ่อไว้กับการสเก็ตถึงขนาด ท่องซ้าย ขวา ซ้ายขวา ในขณะที่ใบมีดรองเท้าถูไปกับพื้น ความเร็วในการสเก็ตฉันจะเพิ่มตามไปด้วย และเมื่อใดยิ่งเร็ว ก็ยิ่งต้องระวังตัว เพราะหากเสียหลัก เพียงนิดเดียว ชั่ววินาที ฉันก็คงล้มแรงทีเดียว…สรุปว่าเป็นกีฬาที่ได้ฝีกสมาธิมาก ฉันให้ห้าดาวเลย ชอบมากๆ คิดไว้ว่าอยากไปอาทิตย์ละครั้ง

http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/263108_10150257302454593_512694592_7181120_5245822_n.jpg

 

ตกเย็นก็ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่คบกันมาเป็นสิบปี…ด้วยความชอบที่เหมือนกัน แม้วันนี้มันจะต่างกันออกไปมากมาย แต่ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสถานะของเพื่อนๆ ได้เปลี่ยนไปเป็น “คุณแม่” และ “คุณพ่อ” กันหมดแล้ว …น่าอิจฉาจริงๆ มีเสียงแทรกเข้ามาว่า ดีแล้ววววเธอว์ ..แบบเธอน่ะ จะนอนตอนไหนก็ได้ จะไปไหนก็ได้ รวมไปถึงจะดูเอเอฟถึงกี่โมงก็ได้…555 ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยนึง ฉันก็แอบเห็นด้วยมากๆไม่ได้ 555 ขอบคุณ

 

สรุปว่าฉันมีความสุข….จบข่าว

 

 

ทิ้งท้าย ลานไอซ์สเก็ตที่อิมพีเรียลสำโรง ใหญ่มาก และคนน้อย ราคาไม่แพง แม้รองเท้าจะไม่ใหม่มาก แต่ก็โอเคกับราคา
อิมพีเรียล (บิ๊กซี) สำโรง 200 บาท / รอบ 3-4 ชม.
เอสพลานาท 350 บาท / 1 ชม.
เซนทรัลเวิร์ล เล็ก และยังไม่ทราบราคา สักครั้งจะไปลองดู
สยามดิสคัฟเวอรี่ เค้าก็ว่ามี ไว้จะไปลองดู


06
Jun 11

Raining

Into each life some rain must fall.

วันไหนที่ฝนตก..อย่าท้อ เพราะยังไง เดี๋ยวมันก็จะหยุดเอง

และตอนฝนหยุดใหม่ๆ อากาศจะดีใช่ไม๊ สดชื่น และมีความสุข

วันนี้ รู้สึกดีกับความรักของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร

อยากอวยพรให้ทุกคน มีความสุขกับความรักที่เลือกที่จะมี…ตลอดไป

อยากให้ยิ้มได้ในทุกๆ วัน….ความรัก สวยงามเสมอ

ยิ้มให้กับความรักของทุกคน ในวันนี้ ฉันมีความสุขนะ ^___^

..

Raining every day but I will smile every day too.


17
Mar 11

ฉันกับประเทศญี่ปุ่น


เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 (เลขหนึ่งมาให้เห็นอีกแล้ว…) ปุ๋มนั่งดูทีวีอยู่…ได้เห็นข่าวที่ทำให้ขนลุกและตกใจมาก นั่นคือเกิด Tsunami และแผ่นดินไหว ที่ประเทศญี่ปุ่น ตกใจมาก แต่ใครจะรู้ว่าความตกใจในตอนนั้น กลับทวีคูณเพิ่มขึ้น ในแต่ละครั้งที่ได้รับข่าวสารเพิ่มเติม จนถึงวันนี้..วันที่ 17 แล้ว ปุ๋มยังต้องตื่นมาพร้อมกับข่าวร้าย ที่ยังถาโถมประเทศญี่ปุ่น ไม่จบสิ้น

“เตาปฏิกรณ์ปรมาณูอีกลูกระเบิดแล้วนะ ข่าวออกแต่เ้ช้า” แม่บอกข่าวร้ายเพิ่มเติมเมื่อเช้านี้

เรา…ใจหาย…

วันนี้ประเทศไทยอากาศผิดปกติ มีฝนตกตั้งแต่เมื่อวาน และมีอากาศเย็นมากติด 18 -19 องศา ตั้งแต่เมื่อคืน

ตื่นเช้ามาหนาวจัง คิดไปถึงคนญี่ปุ่น ที่ประสบภัย…ที่บ้านเค้าหายไปกับคลื่นยักษ์ ไม่มีที่พัก ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มีอาหาร เหมือนเมื่อก่อน อุณหภูมิติด 5 องศา แถมหิมะตก !!! เห้ย!! อะไรมันจะหนักกันนักกันหนา…

“ความช่วยเหลือ” จากมนุษย์ด้วยกัน เกิดขึ้นทั่วโลกใบนี้ เช่นเดียวกันกับประเทศของเรา มันไม่ใช่ “กระแส” แต่มันคือความรู้สึก สงสาร เห็นใจ และอยากช่วยเหลือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“น้ำตา” ที่ไม่สามารถให้กลั้นไม่ให้หยดไหลลงมา เวลาดูภาพข่าวสะเืทือนใจเหล่านั้น…ณ ตอนนี้ แค่เขียนถึง ก็พาลจะไหลลงมาแล้ว

 

ตอนเกิดเรื่องแผ่นดินไหวที่เฮติ หรือที่นิวซีแลนด์ เรารู้สึก แต่มันไม่มากขนาดนี้ เพราะความผูกพันธ์ที่มีต่อกัน มันไม่ได้ใกล้ชิดขนาดนั้น

แต่ญี่ปุ่น…กับคนไทย มัน……เหมือนพี่น้อง…

ตัวปุ๋มเอง…ก็ผูกพันธ์กับประเทศญี่ปุ่น มาตั้งแต่จำความได้ คงเหมือนกับคนไทยหลายๆคน ที่ซึมซับ อะไรหลายๆ อย่างจากประเทศนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เป็นสิบๆ ปี

เรามองญี่ปุ่น เป็น ..”ไอดอล” ในหลายๆ ด้าน ฉันเอง ไม่ใช่พวก คลั่งไคล้การ์ตูนของญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ รักโดเรมอนในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับเป็นแฟนคลับ รู้จักอิีกคิวซัง กับวัดอังโคะคุจิมาตั้งแต่ยังแบมือขอขนมจากอากงอยู่  สนิทกับอาราเล่ กั๊ตจัง จนเหมือนเป็นเด็กข้างบ้านเรา ซุนหงอคง ในดราก้อนบอลก็เคยติดตามกันมาหลายภาค ตายแล้วฟื้น ตายแล้วฟื้น ปุ๋มยังจำได้ดี จนเลิกดู…..หลายต่อหลายเรื่องราวผ่านการ์ตูนที่ทำให้เรารู้จักญี่ปุ่น

 

จนเมื่อเติบโตขึ้นมา ปุ๋มกลับกลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่หลงใหลตุ๊กตา …ที่จุดเริ่มต้นจากตุ๊กตาที่ผลิตและขายจากประเทศญี่ปุ่น…และเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรหลายๆอย่าง งานอดิเรก ตัดเย็บชุดตุ๊กตา และประเภทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตุ๊กตา ล้วนได้รับอิทธิพลจากประเทศญี่ปุ่นทั้งสิ้น…งานฝีมือต่างๆ ของคนญี่ปุ่น กลายเป็นแรงบันดาลใจในทุกงานฝีมือของปุ๋ม

เรามีกลุ่มเพื่อนที่รักตุ๊กตาเหมือนกัน หลายคนมีสามีและครอบครัวเป็นคนญี่ปุ่น เรารู้สึกถึงความใกล้ชิดกับคนญี่ปุ่นมากขึ้น…เหมือนจะได้ไปนอนค้างบ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่นในสักวัน….

จึงไม่แปลกที่ ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นประเทศในฝัน ที่ต้องการไปมากที่สุดของปุ๋ม

งาน Doll ที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือนเมษานี้ ปุ๋มและกลุ่มเพื่อนที่รักอะไรๆ ในญี่ปุ่นไม่ต่างกัน จัดกรุ๊ปขึ้นมาเพื่อไปเที่ยวด้วยกัน เราเตรียมการกันมาเกือบปี…ปุ๋มซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นมากมาย..เราแพลนจะไปโตเกียว หลังจากเที่ยวงาน Doll เสร็จ เราก็จะไปย่าน Nippori ดินแดนผ้าญี่ปุ่นและงานฝีมือ …..มันคือ “ดิสนีย์แลนด์” ของพวกเรา….เราจะไปย่านขนมหวาน Jiyugaoka sweets forest …ไปถ่ายรูปเค้ก กันให้มันไปเลย..เราจะไปกินราเมนชามโตๆ หลังจากที่กินที่เมืองไทยกันจนปรุไปหลายร้าน โปรดขนาดนี้ควรไปกินที่ประเทศออริจินัลสักครั้งชิมิล่า…

ใกล้เวลามากขึ้นไปทุกที ตั๋วที่จะไปญี่ปุ่นเกือบเต็มในช่วงเวลานั้น…แต่หลังจากเราจองตั๋วได้หนึ่งวัน ก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น…

….ฝันของปุ๋ม …ก็สลายไปในบัดดล….

..

แต่ปุ๋มไม่ได้เศร้ากับมันนานนัก เรียกว่า ไม่ได้เศร้าเลยเหมือนที่เคยคิดว่าไม่ได้ไปจะรู้สึกยังไง …

ได้แต่หวังว่าเหตุการณ์จะพลิกกับดีขึ้นในสักวันที่ตื่นขึ้นมา….แต่อย่างที่เล่าไปข้างบน…มันไม่ได้ดีขึ้นเลย………………………………………..

จำนวนผู้เสียชีวิตยังมากมาย…โรงงานนิวเคลียร์ ยังคงระเบิด และยากจะควบคุม

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

เสียใจ …..

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากช่วยเหลือได้เท่าที่ช่วย

เมื่อวานปุ๋มนั่งเสียน้ำตากับข่าวหมาแมวที่ประสบภัย…สิ่งที่ปุ๋มเสียใจและรับไม่ได้มากที่สุด..การที่ หมา หรือ แมวที่มีเจ้าของ แล้ว…หาเจ้าของไม่เจอ มันไม่รู้อะไรหรอก ่บ้านจะพัง น้ำจะมาจากไหน สิ่งที่มันโหยหามากที่สุดคือเจ้าของของมัน…ใจคงแหลกสลาย …ดังเช่นเจ้าของของมัน

http://farm6.static.flickr.com/5095/5531343464_e4ff899555.jpg

ปุ๋มนั่งร้องไห้อยู่พักนึง แล้วก็กดบริจาคไปทาง Paypal มันไม่ยาก และคิดว่าตรงจุด

http://www.facebook.com/pages/Japan-Earthquake-Animal-Rescue-and-Support/207835229228979

http://japanearthquakeanimalrelief.chipin.com/japan-earthquake-animal-rescue-and-support

หากมีโอกาส ก็คงจะช่วยอีกเท่าที่เราช่วยได้…

อีกสิ่งที่ทำได้ #prayforjapan

Tag ที่เราใส่ในรูปใน SocialNetwork Instargram ทุกวัน

อย่างที่บอกมันไม่ใช่กระแส…แต่มันคือสิ่งที่เราคิดถึง นึกถึง ในทุกวันที่เราลืมตาตื่นขึ้นมา….เราอย่างให้ ญี่ปุ่น พ้นจากโชคร้ายเีสียที…..และเรา “หวัง” ว่าญี่ปุ่นฟื้นคืนกลับมาแข็งแรงได้ในเร็ววัน…

“เราหวัง…และภาวนาแบบนั้นจริงๆ”

http://26.media.tumblr.com/tumblr_li30x2yAEs1qbacxlo1_500.jpg

 

 

http://25.media.tumblr.com/tumblr_li5m51tvbv1qbacxlo1_500.jpg

 

http://27.media.tumblr.com/tumblr_li6nrr2BrF1qbacxlo1_500.jpg

….

….

(IG : follow me at @pumuq)

http://27.media.tumblr.com/tumblr_lhs7byyNdF1qbacxlo1_500.jpg

โตเกียวจ๋า….หายป่วยไวๆนะ…อย่าเป็นอะไรมาก …เข้มแข็งเอาไว้

วันนึง…ฉันจะไปเยี่ยมเธอนะ

เข้มแข็งเข้าไว้….นะ

บ้านของเธอ จะต้องกลับมาสวยงาม แข็งแรงอีกครั้ง

ฉันเชื่อแบบนั้น

..

สู้ ๆ นะจ๊ะ