“จิ้ม จิ้ม กันไหมเธอว์”
คำเชิญชวนเล็กๆ ที่ปุ๋มอยากจะชวนทุกคนมา “จิ้ม”กัน งานคราฟท์ชิ้นนี้ ปุ๋มอยากทำนานมากแล้ว ได้แต่เก็บความอยากเอาไว้ เพราะรู้ตัวว่า หากเริ่มต้นปุ๊ป ต้องหยุดไม่ได้ แล้วทำให้เสียงานประจำที่ทำอยู่แน่ๆ แต่ในวันนึงที่มันล้นปรี่ อยากทำมากๆ เหลือเกิน ปุ๋มก็ไปซื้ออุปกรณ์มาลองทำเลย โชคดีที่งานนี้ที่ร้าน พิณช้อป มีขาย อุปกรณ์เบื้องต้น ทำให้ปุ๋มได้ทดลองทำ
การทดลองทำ จริงแล้ว เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการจะจับงานแฮนเมดชิ้นใหม่มาทำ เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าเรามีทักษะด้านไหนดี เราชอบทำอันไหน เย็บ ปัก ถัก ร้อย วาด เขียน ระบายสี จนกว่่าเราจะได้ลองทำมัน หลายครั้ง หลายงานที่ปุ๋มชอบ และอยากทำ พอทำสักครั้ง เรารู้เลยว่า ไปไม่รอด เราก็หยุด แล้วไปทำอย่างอื่นต่อ
หาจนกว่าจะเจอว่าเราชอบอะไร และทำอะไรได้ดี ซึ่งสำหรับ ปุ๋ม งาน Needle Felt เป็นงานที่ ถูกจริตกับเรามากๆ เีรียกได้ว่า หลงใหลทีเดียวเลย
ก่อนอื่นมารู้จักกันก่อนว่า Needle Felt คืออะไร
Needle ก็คือเข็ม Felt ก็คือขนสัตว์ ในที่นี้เราใช้ขนแกะ มาทำเป็นสีๆ
งาน NeedleFelt เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากสำหรับคนที่เพิ่งมารู้จัก หรือได้สัมผัสงาน เพราะว่ามันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก ไม่อยากเชื่อว่าใช้แค่เข็มอันเดียว ก็ทำให้ขนแกะปุยๆ กลายเป็นรูปร่างขึ้นมาได้ แถมน่ารักซะด้วย
ตอนแรกปุ๋มก็เคยไปดูที่ร้านพิณ ก็งงเหมือนกันว่า มันจะเป็นรูปร่างได้ไง สงสัยต้องใช้เข็มแบบเป็นเครื่องๆ ที่อันละเกือบพันบาทแน่ๆเลย แต่ไม่มีตังค์เลยซื้อเข็มเล็กๆ อันละสามสิบกว่าบาท มาอันเดียว กับเฟลท์สองสามสี ซึ่งราคาก็ไม่แพงเกินไป ถุงละ 30 กว่าบาท (แต่มีอยู่ติ๊ดเดียวเอง) พอกลับมาบ้าน เปิด Youtube ดู โหห มันง่ายขนาดนี้เลยเหรอ จิ้มๆๆ เป็นกระต่ายได้ไงฟระ งงมาก 55 ปุ๋มทำอันแรก ให้เป็นก้อนๆ อันนึงได้ปุ๋มก็ดีใจแล้ว
อุปกรณ์มีแค่นี้เองสำหรับ Needle Felt
และนี่คืองานชิ้นแรกที่ปุ๋มทำได้ค่ะ ไอ้ลูกเจี๊ยบที่อยู่บนหมวกน้องตุ๊กตานั่นแหล่ะค่ะ คือเวลาปุ๋มทำอะไรได้ ปุ๋มจะพยายามเอามาบวกกับ งานของตุ๊กตาให้ได้ เพื่อที่จะให้เป็น สิ่งที่เพิ่มเติมที่ทำให้ชุดธรรมดาๆของปุ๋ม ดูมีอะไรมากกขึ้น

มันก็เลยทำให้ปุ๋็มรู้สึกว่า “เหยยย มันน่ารักว่ะ แล้วก็ไม่ยากด้วย” คือ..ไอ้นก ลูกเจี๊ยบหรืออะไรเนี่ย เป็นรูปทรงที่ง่า่ยที่สุดแล้วที่เราจะทำ เพราะมันคือก้อนกลมๆ หนึ่งก้อน เติมปีกเข้าไป เติมปากเข้าไป ใส่ตาก็เป็นนกแล้ว 55 อีกอย่างปุ๋มก็ชอบ ตัวลูกเจี๊ยบด้วย (สรุปว่า่ มันเป็น นก ลูกเจี๊ยบ หรือไก่ หรืออะไรก็ไม่รู้ค่ะ 55)
จากนั้นมาปุ๋มก็ทำมาเรื่อยๆ โดยพอเรารู้ตัวแล้ว ว่าเราชอบนะ ก็ลงทุนเลยค่าาาา ไปคิโนะคุนิยะ ซื้อหนังสือ มากมาย สั่ง Felt จากเมืองนอก (เมืองไทยแพงมากมาย ได้น้อยด้วย) สั่งมาเพียบเลย เรียกว่า กะเอาดีทางนี้ 55 แล้วปุ๋มก็ว่า ปุ๋มทำได้ดีแล้วก็สนุกกับมันมากๆเลยค่ะนี่คือ ตัวอย่างผลงานของปุ๋ม
นี่คือ รูปที่ปุ๋มถ่าย รู้สึกภูมิใจมากๆ ที่มันน่ารัก วันนี้ใช้วิธีนำเสนอรูปแบบใหม่ ด้วย จะได้ไม่เปลืองที่ในบล็อค
สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ ของงาน NeedleFelt ก็คือ เราสามารถ ผลิตตุ๊กตา ออกมาเป็นตัวๆ ตามที่เราต้องการได้ !! ผลิตตุ๊กตาเลยนะคะ มีบางตัวที่ปุ๋มก็ใช้ จินตนาการทำเอง โดยไม่ได้ดูแบบ คือเราอยากได้ตุ๊กตาแบบไหนเราก็ทำเองเลย สรุปว่าน่ารักดีค่ะ ตลกดี ชอบ

อันนี้เป็นตัวอย่าง หมีแอปเปิ้ล ที่คิดแบบเอง ทำอยู่ครึ่งวัน พอลงขายก็มีคนซื้อไปเลยดีใจมากๆ แต่ก็เสียดายมากๆด้วย ไว้จะทำอีกสักตัว
แล้วก็มี SuperBear อีกตัวที่คิดเอง สนุกดีค่ะ
ไปดูอัลบั้มทั้งหมดงาน Needle Felt ของปุ๋มได้ที่นี่นะคะ
คลิกรูปซุปเปอร์หมีแล้วไปดูอัลบั้มกันเลยค่า ^^
ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่า ปุ๋มทำงาน Needle Felt มาประมาณ 5 เดือน ก็มีงานออกมามากมาย ^^ ดีใจที่มีคนชอบงานที่ปุ๋มทำ บางครั้งก็แอบเสียดายนิดๆ เวลา ขายงานให้กับเพื่อนๆ หรือลูกค้า เพราะงาน Felt มันไม่ใช่งานที่พรินท์ออกมาจากเครือ่งพิมพ์ที่มันจะสามารถเหมือนกันได้ทุกชิ้น มันจะแอบต่างกันออกไปเสมอ นี่แหล่ะเนาะ เสน่ห์ของงานแฮนเมดเนาะ

อย่างงานนี้ปุ๋มเอาตุ๊กตาเป็ดยางมาตั้ง แล้วปั้นทำให้เหมือนเลย ทำให้รู้ว่า …งานเฟลท์มันเหมือนงานปั้น นี่นา ทิ่มซ้าย ทิ่มขวา ทำให้มันเป็นรูปทรงที่เราต้องการ แล้วเอาแต่ละส่วนมาประกอบกัน ไม่อยากเชื่อว่า มันทำให้ปุ๋มรู้ว่า งานปั้นเป็นอีกงานที่ปุ๋มสนใจ 555 แล้วคงจะได้ทำในโอกาสต่อไป
งานเป็ดนี่ คนสั่งกันเยอะเลย ชอบกันมาก ดีใจ นี่ยังจิ้มให้ไม่หมดเลย จิ้มกันต่อไป ไหมสีนี้ ต้องใช้ของพิณด้วยนะคะ ถึงจะได้สีเหมือน เป็ดยางเปี๊ยบ ^^

อันนี้คือปั้นแบบไม่มีแบบ ตามจินตนาการไปเลย พี่เอ๋เหมาไปหมดเลย ^^ หลายๆ งานต้องใช้วิธีเก็บภาพเอาไว้ มันไม่อยู่แล้ว อิอิ ช่วยไม่ได้อ่ะนะ มันเป็นอาชีพของเรา ก็ต้องขายอ่ะเนาะ
ความฝันของปุ๋มอีกอย่าง คือ สักวัน ปุ๋มอยากเปิดเวิร์คชอป สอนทำพวกนี้น่ะค่ะ ขายอุปกรณ์ แล้วก็สอนทำ เปิดเว็บ อยากให้คนได้รู้จักงานแบบนี้แล้วมาลองทำกันดู ได้ชื้นงานเล็กๆ กลับบ้าน …ดีจังนะคะ หวังว่าคงได้ทำในเร็วๆวันนี้เนาะ คอยติดตามกันต่อไปนะคะ ขอบคุณมากๆเลย
ส่วนใครที่สนใจงาน NeedleFelt ของปุ๋ม อยากได้ ก็เมลล์มาสั่งได้นะคะ รับเรื่อยๆ มีเวลาจะจิ้มให้ค่ะ ที่ ipumuq@gmail.com
อ้าว รีวิวไปรีวิวมาขายของซะงั้น 5555 เดือนหน้าจะเปิดเว็บแล้วค่ะ มีอะไรขายไม่ออกจะมาแปะไว้เพื่อประชาชนคนทั่วไปน๊าค๊าาาาาาาาาาาา 555
คงต้องไปทำงานประจำแล้ว…จบบล็อควันนี้ดีกว่า เนาะ
ว่าจะสาระเสียหน่อย ไม่รู้ได้อะไรกันบ้าง
ไว้ทำเวิร์คชอปเมื่อไหร่ จะมาบอกอีกทีนะคะ (อ่ะขายของอีกแล้ว) 555
จดโดเมนเว็บไว้แล้ว คงเดือนหน้า นะคะ จะได้ฤกษ์เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ไว้ไปอุดหนุนกันด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่า

วันนี้ปุ๋มยุ่งกับงาน ที่ไม่ใช่งานหลักซะครึ่งวันเลย
เฮ้อ………..ถอนหายใจยาวๆ หนึ่งที จะหกโมงเย็นอีกแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจัง ยังคงคิดวุ่นวายวนเวียนอยู่ในหัว เรื่องเวบไซต์สำหรับขายของ มันจำเป็นไม๊ มันควรทำใช่ไม๊ แล้วจะขายอะไรบ้าง แบ่งเป็นกี่หมวดหมู่ แล้วจะโปรโมทยังไง ได้แต่คิดๆๆๆ แต่คิดและไม่สามารถให้เวลากับมันได้เต็มที่ เพราะมี “งานประจำ” ที่ต้องทำ มากมายเหลือเกิน …. มันทำให้พอเราจะทำงานที่เสริมเพิ่มขึ้นมา (แต่อยากทำมากกว่า) ก็ทำให้เราทำมันไม่เต็มที่ แบบกั๊กๆ กลัวโกรธตัวเองที่งานประจำ ไม่ทำมาทำงานใหม่ ซึ่งวันนี้ก็เป็นเช่นนั้น เฮ้อ…..
มันเริ่มจากจะเขียนบล็อคก่อน ก็เสิร์ช ไปเจอนั่น เจอนู่น เจอนี่ …นอกจากจะไม่ได้เขียนบล็อคใยเวลาอันรวดเร็วแล้ว (ตั้งท่าตั้งแต่บ่ายโมง) งานประจำก็ยังไมไ่ด้ทำอีกด้วย เอาน่า อย่าโกรธตัวเองเลย เวลาที่เสียไปก็ไม่ได้เสียไปเปล่าๆ เราก็ได้ความรู้จากมันมากมาย …โน โน ไม่ใช่ความรู้อย่างเดียว ยังเป็นกิเลศเพิ่มขึ้นมาอีกค่าาา อยากทำนู่น อุ๊ยคนนี้เค้าทำนี่แล้ว อ่า อยากทำมากๆ ไอ้นี่ เค้าทำก่อนเราอีก เราคิดแต่ยังไม่ได้ทำ กลัวเสียโอกาส ทำไงๆๆๆดี ร้อยแปดพันสิ่งในหัว ก็เยอะอยู่แล้ว ยังจะบวกสิ่งใหม่ๆ เข้ามาอีก…เฮ้ออออออออออออออออ ถอนหายใจยาวๆ อีกที
…สายหัวให้ตัวเองดิกๆ………
ปุ๋มไม่รู้ว่าปุ๋มแย่มากไม๊….ที่มีความสนใจอะไรมากมายเหลือเกิน มันมากเกินไปไม๊? แล้วทำให้เราจัดสรรอะไรได้ไม่ดีพอ ไม่ดีที่สุด เพราะเราโฟกัสไม่ถูกจุด ไม่ถูกที่ …ไม่เต็มที่ ไม่ถึงร้อย ก็ไปนับหนึ่งใหม่
…..
ข้อดีน่ะมีเยอะ กับการที่เราเป็นคนอย่างนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าข้อเสียมันก็ไม่น้อยเลย
แต่จะให้ “เลิก” สนใจนู่นนี่…ก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้จริงๆ มันรู้สึกเสียโอกาส โอกาสในการที่จะเรียนรู้ ในวันที่เรามีความอยากรู้เต็มที่ เค้าเรียกว่า “ไฟลุุก” หากวันนึง “ไฟมอด” ล่ะ อยากเรียนให้ตาย แต่ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ก็ตายน่ะสิ… เวลาจะเรียนอะไรตอนไฟลุกเนี่ย ดีที่สุดแล้ว มันเข้าเนื้อ 555
เอนทรีนี้ ใส่หัวข้อไว้ว่า Needle Felt แต่ตอนนี้ พ่นสิ่งที่อัดอั้นในใจมาพรรคใหญ่แล้ว เดี๋ยวคงต้องขึ้นไปเปลี่ยนหัวข้อข้างบนเสียใหม่ -____-”
…ถอนหายใจอีกที…..
งานประจำเยอะมาก อัลบั้มแต่งงานจากเจ้าประจำ มีอีก 3 เล่ม //ขาจรมาให้ทำเพิ่มอีก 2 เล่ม
ลูกค้ามาสั่งออเดอร์ชุดตุ๊กตาล๊อตใหญ่หลายพันบาท จ่ายเงินแล้วด้วย นัดส่งอาิทิตย์หน้า
รับออเดอร์หมวกกุต่ายล็อตใหญ่ อันนี้กระจายงานไปให้คนช่วยได้ แต่ก็ต้องมาประกอบและทำหน้าตาเอง ไม่ไว้ใจคนอื่นจริงๆ
….นี่คืองานประจำสำหรับสองอาทิตย์สุดท้ยของเดือนสิงหาที่ต้องเสร็จภายในสิ้นเดือนจริงๆ
แล้วงานใหม่ ที่จ่อคิวรอ
อยากทำเว็บไซต์ขายของให้เสร็จ — ทำเว็บไซต์ก็ต้องออกแบบเว็บทั้งหมด แบ่งหมวดของสินค้า เพราะไม่ได้จะขายเสื้อผ้าตุ๊กตาอย่างเดียว เป็นงานแฮนเมดต่างๆด้วย รวมไปถึงโปรเจกท์งานออกแบบสำหรับลูกค้า ที่ทำมาค้าขายอยู่ในโลกอินเตอร์เนต ….ก็เป็นอีกธุึรกิจที่น่าทำมากๆ เพราะหลายคนก็อยากมีธุรกิจของตัวเองบนโลกออนไลน์กันทั้งนั้น หน้าตาเวบ แพคเกจจิ้งสินค้าก็สำคัญ เราก็อยากเข้าไปช่วยทำตรงนี้ให้ ก็ต้องมาคิดราคาเป็นแพคเกจ เรียกได้ว่า เหมือนเพิ่มไลน์ของสินค้าและบริการงานของเราเลยทีเดียว …วันนี้ก็มีน้องคนนึงโทรมาให้ออกแบบโลโก้ให้ มันยิ่งทำให้รู้สึกว่า ธุรกิจนี้มันไปได้ มันเริ่มได้โดยไม่ต้องมีการลงทุนอะไร….แต่สิ่งที่ต้องคิดต้องทำ เพื่อการณ์นี้ ก็มากมาย เหมือนเปิดร้านใหม่ร้านนึงเลย…
ในเรื่องของงานแฮนเมด นอกจากจะขายของตัวเองแล้ว ก็อยากขายวัตถุดิบ ขายชุดคิท ทำแมนนวลชุดคิด ให้เค้าสามารถซื้อแล้วเอากลับไปทำเองที่บ้านได้ อยากเปิด workshop …รวมไปถึงอยากทำหนังสือ เกี่ยวกับงานแฮนเมดที่เราชอบทำ…..
งานแฮนเมดที่ชอบทำและสนุกกับมัน ทำชุดตุี๊กตา แกะยางลบ NeedleFelt …เอาแค่นี้ก่อนใช่ป่ะ…อ่ะ
วันนั้นมีคนถามว่า อยากทำอะไรอีกไม๊ นอกจากงานนี้ ก็คิดนานมาก “คงไม่มีแล้วมั๊ง” ณวันนั้นนะ ผ่านมาสองอาทืตย์ สิ่งที่งอกขึ้นมา โดยไม่ได้คิดมาก่อน
อยากทำงานปั้น !!! อยากปั้นดินญี่ปุ่น เหยยย มาได้ไงเนี่ย…อยากได้หนังสือ ก็รู้ว่า ซื้อมาก็ยังไม่มีเวลาทำอย่าเสียตังเลย
จากนั้นก็อยากทำตุ๊กตาผ้าอีก….จะบ้าตาย ซื้อหนังสือมาแล้วด้วยอันนี้
ให้ตายเหอะ ทำไมมันเยอะอย่างนี้
ที่เขียนมาเยอะๆ เพราะอยากระบายไอ้ที่อยู่ในหัวตอนนี้…อยากเรียงลำดับความสำคัญสักหน่อย…ว่าจะทำไงกับชีวิตดี
บางวันก็ใช้เวลากับการเรียงลำดับความสำคัญ โดยไม่ได้งานสักชิ้น นั่งขีดตารางวันที่ นั่งคิดเงิน คิดรายได้รายจ่าย วางแผนงานในอาทิตย์นี้อาทิตย์ต่อไป …หมดเวลาไปหลายชั่วโมง
บางทีก็รู้สึกว่า เสียเวลาตรงคิดนะเนี่ย…ทำงานไปเลยไม๊ ไม่ต้องคิด ทำงานที่ต้อ้งส่งไปก่อนเลย…เห้อ….ถอนอีกที
อยากให้ตัวเองหาข้อสรุปให้ตัวเองได้ในบรรทัดสุดท้ายนี้
ก็ยังหาไม่ได้ มันเหมือนหงุดหงิดที่อยากทำงานที่อยากทำ อยากทำเว็บ อยากทำนู่นนี่ แต่ติดงานประจำที่ต้องส่ง …ซึ่งไม่ทำก็ไม่ได้ มันเป็นรายได้หลัก
ส่วนงานที่เหลือ ยังไม่รู้ว่าจะห้าหรือจะสิบ หรือจะยังไง รู้แค่ว่า “อยากทำ”
…
ชีวิตวุ่นวายดีแท้
แต่ถามว่าสนุกไม๊ ชอบไม๊ รักไม๊…ตอบได้เลยว่า สนุกและมีความสุขกับชีวิตมาก
ค่อยๆทำไปแล้วกันนะปุ๋ม…..มีงานทำ ดีกว่าไม่มีงานทำ งานที่ทำก็รักทุกงาน ชอบทุกงาน
แค่…ตั้งสติหน่อย …แค่นั้นเอง
ไปเดิน (แทนวิ่ง) ก่อนแล้วกัน ขอใช้เวลาคิดอะไรหน่อย
เฮ้อ……………………
วิ่งเสร็จจะกลับมาเขียนเรื่อง NeedleFelt แล้วกัน
ขอลงไว้หน่อย ว่า ไปวุ่นวายกับการทำหน้าพักเวบสักพักเลย
เป็นบริการเวบหน้าแรกของ Godaddy เจ๋งดีเหมือนกัน ช่วงก่อนทำเวบเสร็จก็ใช้อันนี้ไปก่อน ดีกว่าเป็นหน้าโฆษณาให้กับ Godaddy

“ลากเส้นต่อจุด”
เป็นหนึ่งในการเก็ตไอเดียเล็กๆจากสุนทรพจน์อันมีชื่อเสียงของ Steve Job ผู้ก่อตั้ง Apple
ที่ปุ๋มได้ฟังจาก Youtube ที่พี่แหม่มโพสเอาไว้ในเฟสบุค ซึ่งไม่ใช่เพียงผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาในวันนั้นเท่านั้นที่ได้รับข้อคิดดีๆ จากจ๊อป แต่กลับกลายเป็นคนทั้งโลกก็ได้รับแนวคิดดีๆ จากเค้าเช่นกัน
สิ่งหนึ่งที่ปุ๋มประทับใจในทั้งหมดของคำกล่าวในวันนั้นคือเรือง “Connecting the dots” หรือการลากเส้นต่อจุด สรุปใจความสั้นๆ คือ เมื่อเค้าตัดสินใจลาออกจากมหาลัยแห่งหนึ่งเมื่อเรียนไปได้ 6 เดือนแล้วค้นพบว่า สิ่งที่เรียนอยู่นั้นไม่มีสิ่งไหนเลยที่เค้าสนใจอยากรู้อย่างแท้จริง หลังจากลาออก จ๊อบก็ได้ไปสมัครเรียนวิชาที่เค้าสนใจและใช้เวลากับมันอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม เขาชอบที่หลังจากลาออก เขาสามารถที่จะไปเข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ และวิชา
ทั้งหลายที่เขาได้เรียนในช่วงนั้น ซึ่งเขาใช้เวลาทั้งหมด 18 เดือน โดยเลือกเรียนตามแต่ความสนใจ
และสัญชาตญาณของเขาจะพาไป ได้กลายมาเป็นความรู้ที่หาค่ามิได้ให้แก่ชีวิตของเขาในเวลา
ต่อมา และหนึ่งในนั้นคือ วิชา ศิลปะการประดิษฐ์และออกแบบตัวอักษร (calligraphy)
Jobs ยอมรับว่า ในตอนนั้นเขาเองก็ยังมองไม่ออกเช่นกันว่า จะนำความรู้ที่ได้จากวิชานี้ไปใช้
ประโยชน์อะไรได้ในอนาคตของเขา แต่ 10 ปีหลังจากนั้น เมื่อเขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบเครื่อง
คอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก วิชานี้ได้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อน
และทำให้ Mac กลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ที่มีการออกแบบตัวอักษรและการจัดช่องไฟที่สวยงาม
ถ้าหากเขาไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็คงจะไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้ และ Mac ก็คง
ไม่อาจจะมีตัวอักษร แบบต่างๆ ที่หลากหลาย หรือ font ที่มีการเรียงพิมพ์ที่ได้ X ส่วนสวยงาม
รวมทั้งเครื่องพีซี ซึ่งใช้ Windows ที่ลอกแบบไปจาก Mac อีกต่อหนึ่งก็เช่นกัน คงจะไม่มีตัวอักษร
สวยๆ ใช้อย่างที่มีอยู่ในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม Jobs บอกว่า ในเวลาที่เขาตัดสินใจลาออกนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถ
“ลากเส้นต่อจุด” หรือหยั่งรู้อนาคตได้ว่า วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร (คอลิกราฟฟี่)
จะกลายเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ในการออกแบบ Mac เขาเพียงสามารถจะลากเส้นต่อจุด
ระหว่างวิชาลิปิศิลป์กับการคิดค้นเครื่อง Mac ได้อย่างชัดเจน ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลัง
เท่านั้น
ในเมื่อไม่มีใครที่จะลากเส้นต่อจุดไปในอนาคตได้ ดังนั้นคำแนะนำของ Jobs ก็คือ
คุณ จะต้อง “ไว้ใจและเชื่อมั่น” ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ มันจะหา
ทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา
โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่
ใช่ไม๊….ไม่มีใครหรอกที่จะรู้ว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร
สิ่งที่เราทำในวันนี้ จะมีผลต่อในอนาคตหรือไม่ และอย่างไร
สิ่งเดียวที่เราจะมีได้คือ “ศรัทธา” และ “เชื่อมั่น” ว่าสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในเวลานี้ สักวัน จุดต่างๆ ที่เราสร้างขึ้นมันจะหาทางเชื่อมต่อกันได้เอง
*******************
ทั้งหมดจึงเป็นที่มา ของแนวความคิดหนึ่งในสมองของปุ๋ม
บางทีเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไร ว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้ มันจะช่วยอะไรเราได้อนาคตหรือเปล่า แต่มันก็ดีและทำให้ง่ายขึ้นหรือเปล่า หากเราขยันที่จะ “สร้างจุด” ต่างๆ ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เผื่อถึงวันที่มันจะลากเข้าหากัน มันจะได้ง่ายกว่าไง
ปุ๋มระลึกอยู่เสมอว่า ปุ๋มน่ะ รู้ตัวช้าไป ว่าตัวเอง ชอบหรือรักที่จะทำอะไร ในวันที่เราเดินไปเรื่อยๆ ตามกระแสของสังคม ให้เรียนก็เรียน ให้เอนท์ก็เอนท์ ให้เข้ามหาลัยก็เข้า ตามเค้าไปโดยไม่มีอะไรมาบอกหรือไกด์ว่า สิ่งที่ต้องการคืออะไร ปุ๋มจำได้เลาๆแค่ว่า ตอนสมัยม.ปลาย เห็นเพื่อนถือกระดานวาดรูป ไปเรียนพิเศษตอนเย็นเพื่อเตรียมเอนท์เข้าสถาปัตย์ แล้วรู้สึกอิจฉาเล็กๆ อยากเรียนแบบเค้าบ้าง แต่ด้วยรู้ตัวเองดีว่าไม่เก่งเลขและฟิสิกข์จึงถอยตัวเองไปอยู่้ที่อื่นเสมอ ตอนนั้นไม่รู้เลยจริงๆว่า มันมีวิชาศิลปะตั้งมากมายนะ ที่ไม่ต้องใช้ความรู้ด้านการคำนวน….
มันทำให้เมื่อเราโตขึ้น แม้เราจะทำงานด้านที่เราเรียนจบมา ผ่านไปนานแค่ไหน จิตใต้สำนึกเรา ก็ยังคงทำให้เราเดินหวนทางไปในทางที่เราชอบอีกจนได้ และเมื่อมันมาถึงทางแยกใหม่ในชีวิต มันจึงไม่ยากเลยที่ปุ๋มจะเลือกลองเปลี่ยนเส้นทางเดินเสียเฉยๆ โดยไม่ลังเล …คีย์เวิร์ดช่วงการย้ายเส้นทางคือ “เสี่ยงที่จะเดินตามเสียงของหัวใจ” และ “ไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่” คนที่ทำงานจนถึงระดับ “ผู้จัดการฝ่าย” ยอมกลายไปเป็นแค่ “พนักงานกราฟฟิกดีไซน์” ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ….. แต่มันอยากทำนี่ อยากนั่งอยู่หน้าคอมตรงนั้น….ไม่อยากมีลูกน้อง ไม่อยากรับผิดชอบโครงการมากมาย ขอแค่นั่งอยู่หน้าคอม หูเสียบหูฟังฟังเพลงชอบกับงานออกแบบตรงหน้าก็พอใจแล้ว
และนั่นคือ เส้นทางเดินใหม่ของปุ๋ม
จากตอนนั้นถึงตรงนี้ ปุ๋มก็ยังคงสนุกกับเส้นทางนี้ และสนุกที่จะหาอะไรเพิ่มเติมให้กับมันตลอดเวลา หากตีเป็นภาพ ก็เหมือนกำลังเดินอยู่ในเส้นทางนี้ด้วยสเต็ป “ลั๊นลา” ก้าวไปกระโดดไป เส้นทางข้างๆ รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้ มีบ่อยครั้ง ที่แวะข้างทาง โดยไม่กลัวว่าจะไปไม่ถึงจุดหมาย เพราะปุ๋มสนุกกับการแวะ”เติม”อะไรให้ตัวเองได้ตลอดเวลา เหมือนที่หลายๆ คนเคยบอกไว้ “จุดหมายหาได้สำคัญ เท่ากับเรื่องราวที่เราเก็บเกี่ยวได้ระหว่างทางไม่”
ปุ๋มยังคงเริ่มเรียนศิลปะในแขนงต่างๆ ตามจังหวะ และโอกาสที่มีเข้ามา โดยไม่ได้คิดว่า วันนึงจะใช้มันทำอะไร แค่ได้สนุกกับการเรียนนั้นๆก็พอแล้ว

ปุ๋มเรียนคอร์สเวิร์คช็อปสีน้ำคอร์สั้นๆ หลายครั้ง เวลาเราไปเรียนอะไรพวกนี้ มันจะทำให้เราเจอกับคน ประเภทเดียวกัน ชอบอะไรคล้ยๆกัน คนบางคน ก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน เพื่อนที่มีจริตเหมือนๆกัน แม้อายุ หน้าที่การงานจะต่างกัน เพื่อนในคลาสสีน้ำ แนะนำให้ปุ๋มไปเรียนศิลปะพื้นฐานจากเวบ Ensogo ที่มีคูปองราคาพิเศษ แล้วปุ๋มก็เลือกที่จะเรียนที่ Art Element ในคลาสวิชา Compose และ Sketching Design การเรียน 4 ครั้งในหนึ่งเดือน อาจไม่ทำให้เราล่วงรู้หรือเก่งขึ้นมาได้ แต่อย่างน้อยมันได้สร้างความเพลิดเพลินให้กับชีวิต และทำให้เราเปิดประตูไปสู่อีกโลกนึงของศิลปะ ได้เจอคนต่างๆมากมาย และผู้คนเหล่านั้น ก็เปิดหู และเปิดตา ให้เรารู้จักสิ่งต่างๆ อีกมากมาย

จาก Sketching design

จากวิชา Compose
เมื่อ จุด เล็กๆ จุดหนึ่ง เชื่อม ให้เราไปเจอ จุดเล็กๆ อีกจุดหนึ่ง …….และใครจะรู้ว่า จุดเล็กๆในวันนี้ จะพาเราไปเจออะไรข้างหน้าบ้าง
แม้เราจะไม่มีทางรู้….แต่อย่างหนึ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ….”เรา ก้าว ไป ข้าง หน้า”

จริงๆ จะนอนอยู่แล้วเชียวนะ แต่ดันเข้าไปในห้องที่คุยกันทำให้รู้่ว่า….สัญญากันไว้กับน้องเอ๋นี่นาว่าจะเขียนบล็อคกันทุกวัน
เลยต้องมานั่งตาหรี่เขียนบล็อคอยู่อย่างนี้ ก็ดีเหมือนกัน พอไม่มีใครกระตุ้น ก็เฉื่อยแฉะทำให้เรื่องบางเรื่องก็ไม่ได้เขียนลงไป แย่จริงๆ
แต่พอได้คุยกะน้องเอ๋ ไฟก็ลุกโชนอีกครั้ง อิอิ เพราะอยากให้น้องเอ๋เขียนเล่าเรื่องที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ อยากอ่าน อยากเห็น เลยต้องรับปากว่าจะต้องเขียนของตัวเองด้วย (บังคับตัวเองไปในตัว)
แต่คืนนี้ ไม่ไหวแล้ว สำหรับการเขียนรีวิวร้านอาหารที่เก็บสะสมไว้ ได้แต่ถ่ายเก็บๆไว้ไม่ได้เขียนสักที ต่อไปก็ต้องขุดมาเขียนกันล่ะ
จะทำได้นานแค่ไหนไม่มีใครรู้ แต่ว่า..จะทำให้ดีที่สุดแล้วกันเนาะ
อันนี้เป็นกาแฟที่มีกลิ่นอบเชยหรือชินเนมอนด้วย ซึ้อจากร้านซัมไทม์ ชอบมาก
ไปนั่งดูรูปจากไอโฟนที่เก็บๆไว้ เลยขอเลือกเรื่องง่ายๆมาเขียนก่อนแล้วกัน
เรื่อง “แก้วกาแฟของฉัน” ฮ่าๆ แปลเป็นไทยแล้วตลกจัง
ปกติปุ๋มไม่ค่อยได้กินข้าวเช้า จะเป็นกาแฟกับขนมปังอะไรสักอย่าง แล้วก็ชอบถ่ายรูปลง Instagram แทบทุกวันจนจะเป็นรูทีนจ๊อบช่วงเช้าไปเสียแล้ว
คนที่ติดมื้อเช้าแบบนี้ของปุ๋มด้วยก็คือสีน้ำ เจ้าสีน้ำ รออยู่พอขึ้นมาปั๊บก็จะวิ่งร้องตามเหมียวๆ เลย สีน้ำขอกินนิดๆหน่อยๆก็ดี เช่น ขนมปังโฮลวีท ไข่ต้ม ชอบมากพวกมายองเนส ครีมเค้ก แต่ก็กินไม่เกินสามคำ พอหายอยากแค่นั้นเอง แล้วก็ไปนั่งเลียมือสบายใจแมวแล้ว
รสนิยมการดื่มกาแฟของปุ๋มนั้นเรียบง่าย อะไรก็ได้ ขอให้มีฟีลกลิ่นหอม และรสขมของกาแฟก็พอแล้ว
แต่จะดื่มแบบเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางวันก็อยากกาแฟดำ ก็ใส่แค่น้ำตาลเทีียม บางวันก็ใส่คอฟฟี่เมท บางวันก็ขอเป็นกาแฟสด แม่จะบดทิ้งไว้ให้อยู่แล้ว แต่ขั้นตอนเยอะ ส่วนใหญ่นานๆ ทำทีเนาะ แล้วก็มีพวก 3 in 1 ซึ่งถือว่าเป็นสีสันของชีวืตการดื่มกาแฟ เพราะว่าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อ ความแปลกใหม่ บางยี่ห้อก็หอมมากๆ บางยี่ห้อก็หวาน ปุ๋มจำไม่ได้จริงๆว่าอันไหนอร่อยสุด ไว้จะพยายามจำนะคะ แต่แม่ชอบสนับสนุน “เขาช่อง” เพราะบอกว่าแพคเกจสวยดี อิอิ
ส่วนเรื่องเคื่องเคียงหรือของที่ทานคู่กับกาแฟ อันนี้ยอมรับว่าหลากหลายมากกกก ขนมปัง แซนวิช ไข่ลวก ไข่ต้ม หมูปิ้ง ไก่ย่าง และเบเกอรี่ต่าง ๆ แล้วแต่โอกาส
เดนิชมะม่วง จาก JW ขอบอกว่าเป็นเดนิชที่อร่อยที่สุดที่เคยทานมา หอมมะม่วงมากกก ราคาไม่ถึงห้าสิบบาท
ว่าแล้วก็อยากแวะไปซื้ออีกจริงๆ อร่อยมากๆ
แต่หากเป็นมื้อพิเศษๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวันอาทิตย์ คือมีการไปซื้อมาตุนไว้เมื่อวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์ก็จะชิลๆ ฟีลเหมือนหยุดงานเลียนแบบคนที่ต้องไปทำงานออฟฟิศทุกวัน และได้หยุดในวันอาทืตย์ ทั้งๆที่ปุ๋มเองก็เหมือนหยุดทุกวันอยู่แล้ว ฮ่าๆ แต่ก็ยังคงรู้สึกว่าวันอาทิตย์เป็นวันหยุดกะเค้าด้วย อิอิ
ชื้นนี้เป็น เชอรี่่ ครัมเบิ้ล จากคอฟฟี่บีน บายดาว ชอบที่สุดเหมือนกัน เพราะว่าชอบเชอรี่
แล้วส่วนใหญ่ที่ชอบครัมเบิ้ลเพราะว่าจะได้ทานขนมหอมๆ ราดซอส วนิลา…ซึ่งมันช่างเข้ากันเสียจริง แทรกด้วยรสเปรี้ยวของเชอรี่
สวรรค์ชัดๆ ทานได้สองเช้าเพราะมันเยอะมาก
ความสุขที่ได้มาจากการทานอะไรที่อร่อยๆ ที่ชอบเนี่ย เป็นความสุขที่สุดยอดจริงๆ แ้ม้จะต้องกังวลเรื่องน้ำหนักตัวก็ตามที
ไม่ได้กินทุกวัน ทุกอาทิตย์น๊าาา นานๆที คงไม่เป็นไรมั๊ง 555 (เข้าข้างตัวเองสุดริด)
…
เรื่อง “ถ้วยกาแฟของฉัน” จบแล้ว ปุ๋มว่าอาจมีภาคสองได้นะ เพราะรูปเยอะจริงๆ
และไหนจะถ้วยกาแฟแบบนอกสถานที่อีก…
เป็นความสุขแบบหนึ่งของปุ๋มเรยยยย
…
จบร่ะ
ทำตัวเหมือนเด็กแว๊น เด็กเกรียนในเนต
“เข้ามาแล้วช่วยเม้นนนนนด้วยน๊าค๊าาา จุ๊บจุ๊บ”
555
…
วันนี้คุยกับน้องเอ๋ทำให้รู้ว่า จริงๆก็มีคนตามอ่านบล็อคเราอยู่แหล่ะน๊าาา
แต่ว่า ไม่ได้เม้นท์ น้องเอ๋บอกว่าพี่ปุ๋มหายไปเลย เดือนกว่าแล้วมั๊งแปลว่าตามจริง 55
พี่จะได้มีกำลังใจเขียนนะคะ
จุ๊บๆ

เพลง คิดมาก
ศิลปิน ปาล์มมี่
ตอนที่เพลงปาล์มมี่ออกมา ก็ทำทุกวิถีทางให้ได้มาไว้ในเครื่องไอโฟนของตัวเอง “อย่างถูกกฏหมาย”
เพราะยิ่งเป็นศิลปินที่เรารัก เรายิ่งไม่อยากรู้สึกว่า “ขโมย” งานของเค้ามาฟัง
แม้ไม่ใช่เงินมากมาย แต่ก็อยากสนับสนุน
ได้มาร่ะ ในที่สุด หลังจากฟังทีเซอร์มันอยู่นั่น
ในที่สุดก็ได้ดู MV วันนี้เอง
อยากบอกว่า “ชอบมากกกกกกกกกกกกกก”
ใน MV ดูเป็น “วินเทจ” ทุกสิ่งอย่าง
ปาล์มมี่เคยให้สัมภาษณ์ว่า เพลงอัลบั้มนี้จะซาวน์แบบ ยุค ซิกตี้
แล้วดูเอ็มวีก็เข้ากันมากๆ
ซึ่งเราก็ ชอบมากๆ อยุ่แล้ว
มันเป็นที่ “วัย” หรืออย่างไร สังเกต หลายคนแล้ววัยยุคเรานะ ประมาณนี้จะชอบอะไรที่มันย้อนยุคๆ หน่อย
ชอบมากๆ บางทีก็เป็นยุคที่เกิดมาก่อนเรา แต่เห็นล่ะไม่ได้เลย
ตามหนังสือแต่งบ้านก็จะมีไอเท็มที่ไปหาซื้อตามตลาดโบราณ เราเองก็เคยตามไปเลย อยากได้มาก กระติกน้ำลายสก๊อต
ทางร้านบอกมีใบเดียว ก็หนังสือเล่มนั้นถ่ายรูปแล้วก็ซื้อไปแล้ว
อ้าว…ไรฟระ หลอกลวง ฮ่าๆ
…
โทรศัพท์ นาฬิกา ขวดน้ำ กระติก กรอบรูป ชั้นวางของ
อะไรๆ ที่เก่าๆ ตอนนี้มีค่ามากในท้องตลาด กลายเป็นของแต่งบ้านสุกชิคไปแล้ว
..
อ้าว คุยถึงเอมวีอยู่เลย มาเรื่องของแต่งบ้านโบราณได้ไง
เอาว่า ไว้เรามาคุยเรื่องของโบๆ กันอีกในโอกาสต่อไป เนาะๆ
..
อันเนื่องมาจาก มิวสิควิีดีโอ ของปาล์มมี่ก่อน
ดูก็รู้ว่าห้างเก่าที่ไหนสักแห่ง คุ้นๆ ว่าเคยเห็นในหนังสือ (เล่มนั้นแหล่ะ)
สรุปว่าเป็นห้างเก่าแถวดิโอลด์ ชื่อ ไนติงเกล
ว๊าววว ยังเปิดอยู่เลย อยากไปจัง
ไว้ไปแล้วคงได้ถ่ายรูปสวยๆ มาอวดเนอะ (เค้าไม่ให้ถ่ายรุปอ่ะ)
แต่จะลองดู หุหุ ไปสำเพ็งคราวหน้าแวะไปแน่นอน
..
เอมวีตัวนี้น่ารักมาก นอกจากฉากสวยๆแล้ว ปาล์มมี่ก็แต่งตัวได้น่ารักมากกก
หากปาล์มมี่ไม่ใช่นักร้องที่มีชื่อเสียงมานานเป็นสิบปี
หากเป็นศิลปินหน้าใหม่ในยุคนี้ เปิดตัวด้วยเพลงนี้เพลงแรก
อิชั้นก็เชื่อว่า ชีต้องเกิดอย่างแน่นอน หน้าตา เสื้อผ้า แต่งหน้า ทำผม มันโดนใจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
น่าเลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ มั่กๆ จุ๊บๆ
..
ชอบ สวย ทุกสิ่ง
เก็บไว้ดูในบล็อค ต่อไปนานๆ
จบล่ะ
ปล.ไปเที่ยวบ่อย ทำไมไม่อัพบล็อคยะเธอว์…..
#ด่าตัวเอง
…555…













