pages
categories
archive
recent post
link
et cetera










Thursday, December 16, 2010, filed under My Entertainment

http://2.bp.blogspot.com/_lYOjitgGwSU/TKfukbzrruI/AAAAAAAAEFo/D23hiiXyiuw/s400/social-network-poster-large.jpg

The Social Network เป็นหนังที่อยากดูตั้งแต่พรีวิวที่อเมริกา อาจเป็นเพราะรู้สึกว่ามันใกล้ตัวมั๊ง ไอ้เราก็คนหนึ่งที่เข้า Facebook วันละล้านรอบ แล้วก็ได้ยินชื่อของนาย Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง้ Facebook บ่อยๆ ในปีนี้เกี่ยวกับการจัดอันดับเศรษฐีใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในปีนี้…

แล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่านไป จนคิดว่าอาจจะไม่ได้ดูแล้ว รอบก็เหลือน้อยเต็มที โรงหนังใกล้บ้าน ก็ไม่ต้องไปหวังดูหนังฝรั่งเพราะมันจะมีแต่พากย์ไทย แล้วก็ฟลุคจริงๆที่มีนัดที่ เอมโพเรียมพอดี แล้วก็ฟลุคอีกที่เวลาของรอบหนังมันพอดี๊พอดีกัน ได้ดูเสียที (แล้วก็แอบไปวิ่งหนีผีที่ TCDC มาแป๊ปนึงเมื่อ entry ที่แล้ว)

เอาแบบไม่เคยอ่านรีวิวที่ไหนมาก่อน หรือไล่ตามดู Trailer มากมาย อยากดูหนังเรื่องไหนจะไม่รับสื่อเลย รอชมเองด้วยตาตัวเอง

สรุปได้ว่า ชอบหนังเรื่องนี้ไม่เบาเลย

http://26.media.tumblr.com/tumblr_ldgt4lQgzT1qbacxlo1_500.jpg

มีบางคนบอกว่า เดินเรื่องเร็วไป ตัวละครพูดเร็วมาก…ก็จริงในส่วนนี้ แต่ปุ๋มรู้สึกว่านี่คือจุดเด่นของหนังเรื่องนี้…หนังที่ไม่แอ๊คชั่น ไม่ีมีบทดราม่า ร้องไห้ ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ไม่ีบทตลกโปกฮา จะทำไงให้สนุกล่ะ ..

แต่หนังเรื่องนี้ทำให้สนุกได้ด้วยการดำเนินเรื่อง แบบตัดไปตัดมา ระหว่างการเล่าเรื่องกับการดำเนินคดี เมื่อมีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการแย่งเป็นผู้ก่อตั้ง Facebook

มันทำให้เราตื่่นเต้นได้นะ แบบ ลุกจากเก้าอี้มานั่งเท้าคางดูเลยหล่ะ (เวอร์ไปรึเปล่า อาจแค่ต้องการเปลี่ยนท่าเพราะเมื่อยมั๊ง 555) นั่นแหล่ะ เอาว่า มันส์แล้วกัน

เรื่องความจริง หรือไม่จริงของหนังเรื่องนี้ ปุ๋มก็ไม่่สามารถยืนยันได้ แต่จากที่หาข้อมูลมา Mark Zuckerberg ออกมายืนยันว่า เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง อันนี้ปุ๋มว่าก็คงส่วนหนึ่ง เพราะมันก็ต้องถูกใส่สีตีไข่พอสมควรให้เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างน่าสนใจ แต่ใครจะรู้…ว่ามันไม่จริงแค่ไหน ในเมื่อคนแต่งหนังสือเรื่อง The Accidental Billionaires คือ Eduardo Saverin เพื่อนพระเอกที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นเพื่อนที่สนิที่สุดของ Mark ใครจะรู้ล่ะ …..ในเมื่อ….เรื่องทุกเรื่องสามารถเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงได้ทั้งนั้น มันอยู่ที่ใครเป็นคนมอง หรือมองจากมุมใด

มี Quote มากมายในเรื่องนี้ ที่ประทับใจ แม้จะฟัง (อ่าน)ไม่ค่อยทันก็ตาม มาเก็บทีหลังเอา ฮ่าฮ่า

Erica Albright (Rooney Mara): “You are going to go through life thinking that girls don’t like you because you’re a nerd. And I want you to know from the bottom of my heart that that won’t be true. It’ll be because you’re an asshole.”

+100 Like

ชอบประโยคของ Erica หลายครั้ง แม้จะมาตอนต้น กับตอนใกล้จบ

และประโยคนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด อย่างที่เค้าว่ากัน “ความรัก” เป็นบ่อเกิดของแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ สามารถทำให้คนเราทำอะไรก็ได้ ที่ไร้ขีดจำกัด จะเป็นพลังด้านบวก หรือด้านลบ ก็ยิ่งใหญ่มหาศาล จนเกิดอะไรต่างๆ ตามมาได้มากมาย

Marylin Delpy: You’re not an asshole, Mark. You’re just trying so hard to be.

คนบางคน…ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเลวจริง…ทนายสาวเค้าว่าอย่างนั้น

Erica Albright: I think we should just be friends.
Mark Zuckerberg: I don’t want friends.
Erica Albright: I was being polite, I had no intention of being friends with you.

โอ้ว แรง….ง…ดี คนเราบางทีก็ สุภาพเกินไปก็ไม่เข้าใจ

Marylin Delpy: Every Creation has its Devil.

จะสร้างพระเจ้า ต้องสร้างมารก่อน…เหอเหอ จริง!

และที่ชอบสุด…

Erica Albright: The internet’s not written in pencil, Mark. It’s written in ink.

จะลบอะไรในอินเตอร์เนตน่ะเหรอ…มันไม่ใช่แค่การลบรอยดินสอออกจากกระดาษหรอกนะ มื่อคุณได้ เขียน หรือ บันทึก…อะไรลงไปแล้ว..มันไม่ง่ายที่จะลบ การที่คุณแค่กด Delete …ไม่ได้แปลว่า สิ่งที่ “ทุกคน” รับรู้ มันจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้….การที่เราปล่อยผ่านข้อความสั้นๆ ผ่านทวิตเตอร์ หรือยาวๆ ผ่านบล็อค….มันไม่ใช่แค่การคงอยู่ในโลกของอินเตอร์เนต แต่มันหมายถึง “การเข้าถึง” ข้อมูลนั้นได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง คราวนี้ถ้าคิดจะเปลี่ยนอะไร…มันก็ไม่ง่ายแล้วหล่ะ

===============

บทสรุป

เมล็ดพันธ์ในใจ…แต่ละคนกันคนละอย่าง อาจเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือ “ปม” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  Mark ไม่ได้ต้องการเงิน หรือ ชื่อเสียงตั้งแต่ต้น สิ่งที่เค้าต้องการ คือการยอมรับ จากผู้หญิงคนนนึง…แค่นั้นเอง ปมนี้ถูกเฉลยในตอนจบ…ว่าแท้ที่จริง ต่อให้เค้ามีคนมาใช้เฟสบุคเป็นล้านคน หรือจะกี่ทวีป…คนๆ เดียวที่เค้าอยากกลับไปเป็นเพื่อนด้วย ก็คือ Erica คนที่เคยเดทกับเค้า การ “คลิก” ขอ Add Friend และเฝ้าคอย Refresh ….ว่าจะได้รับการตอบกลับมาไม๊…แล้วก็เฟด….จบไปตรงนั้น

นั่นคือ “ปม”ในใจเค้า…ปุ๋มไม่รู้หรอกว่า หนังเรื่องนี้ จุดนี้ มันเป็นส่วนที่แต่งขึ้นหรือเปล่า..แต่ปุ๋มชอบแนวคิด และการขมวดปมปิดเรื่องแบบนี้ ดูมีอะไรดี

=================

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

http://drlillianglassbodylanguageblog.files.wordpress.com/2010/10/winkevoss-cameron-uptight.png?w=394&h=368

Cameron Winklevoss & Tyler  Winklevoss สองพี่น้องฝาแฝดใน The Socail Network แสดงโดย Armie Hammer คนเดียว! So cool to knows^^

ปุ๋มชอบตัวละครสองคนนี้มาก เพราะหล่อเหลือเกิน เท่สุดๆ กลับมาหาข้อมูลถึงกับอึ้งกับ HollyWood ที่เค้าให้คนๆเดียวเล่นเป็นฝาแฝดกัน ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่ใช้คนๆเดียวแสดงเป็นแฝดคนละบุคลิก แต่มันไม่ใช่การร่วมเฟรมกันขนาดนี้ เพราะสองฝาแฝดนี้อยู่ติดกันตลอดเวลา แต่บุคลิกแตกต่างกันเท่านั้นเอง เค้าใช้ดิจิตอลแอดคนที่แสดงคนละทีใส่เข้าไปในเฟรมได้แล้วค่าาา สุดยอด!! นี่ถ้าไม่หล่อนี่ สงสัยจะไม่ประทับใจจนไปหาเจอข้อมูลนี้มานะเนี่ย 555

http://www.arip.co.th/images/news/facebook/1/mark-zuckerberg-facebook-ceo-Time-person-of-the-year-2.jpg

วันนี้วันที่ 16/12/10

Mark Zuckerberg ได้รับรางวัล People choice Award 2010 จากนิตยสาร Time และขึ้นปกดังกล่าว และหนังเรื่อง The Social Network ยังได้รับเข้าชิงรางวัลทางด้านภาพยนต์ร อีกมากมาย…

==============================

จบดีกว่า

ต๊าย …เล่ายาวเนอะ …ก็ดีนะ เขียนถึงหนังที่ไปดูมา แล้วก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมไปด้วย จะเขียนอะไรได้ยาวอย่างนี้อีกไม๊เนาะ

อยากเขียนเรื่อง Eat Pray Love แล้ว…มีรูปสวยๆเต็มเลย แปะไว้ก่อนนะ

กู๊ดไนท์ดีกว่า…..


http://www.pumuq.net/blog/2010/12/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-tcdc/

divider

Wednesday, December 15, 2010, filed under My Entertainment
วันนี้ปุ๋มไปวิ่งหนีผีมา !! โอ้ว มาย บุ๊ด ด้า……คือว่า ไม่รู้เพราะอยากเล่ามากๆ หรือเพราะเพิ่งได้คีย์บอร์ดมาใหม่ไม่แน่ใจ อิอิ (พิมพ์บล็อคนี้ด้วยไอโฟน กับไวเลสคีีย์บอร์ดบนที่นอนเมื่อคืน)
เอาว่า…ปุ๋มอยากเล่าจริงๆนะ อยากอธิบายความรู้สึกมาก มันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นสำหรับปุ๋มมากๆ….ฝึกการเขียนแบบบรรยายโวหารด้วยไง
เนื่องด้วยวันนี้ มีเวลาช่วงเย็นเหลือ หลังจากนั่งทำงานในร้านกาแฟมาพักใหญ่ๆ นึกขึ้นได้ว่าอยากดูหนังเรื่องนึง “Social network” ลองเสริ์ชหาทางเนต ผ่านไอโฟนดู ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ว่ามีฉายที่ SF เอมโพเรียมใกล้ๆในเวลาที่โอเค เรียกได้ว่า เดินทางไปสิบห้านาที ซื้อตั๋วก็เข้าดูได้เลย ไม่ต้องรอ และไม่ต้องกลับบ้านดึกด้วย
http://www.tcdc.or.th/files.php?lang=th&act=view&id=3631&fit=250x500
เดินทางไปถึง ที่ซื้อตั๋วหนัง ซื้อตั๋วหนึ่งใบ ดีใจที่ยังฉายอยู่นึกว่าออกไปแล้วเสียอีก ด้วยความที่รู้ธรรมเนียมโรงหนังสมัยนี้ว่า ต้องฉายโฆษณาจนคุณสปอนเซอร์ทั้งหลายพอใจก่อนถึงจะฉายได้ งั้นขอโอ้เอ้ก่อนแล้วกัน ปุ๋มมุ่่งตรงไปที่ TCDC ทันที ชอบแวะเข้าไปดู วันนี้จัดอะไรน๊า..มองไป อืม….ป้ายด้านหน้าเหมือนภาพวาดการ์ตูนไทยผี เล่มละบาท หรือโปสเตอร์ที่เป็นรูปวาดที่มักตั้งอยู่หน้าโรงหนังสมัยก่อน ก็นึกสนุกว่า ดีๆ อยากดูๆ ….เคยเข้าไปสองสามครั้ง ก็สนุกดี (เหอ เหอ)
http://www.tcdc.or.th/files.php?lang=th&act=view&id=3767&fit=250x500
ปุ๋มเดินเข้าประตูไป มืดมาก แอร์เย็นเฉียบ พอผ่านประตูเลื่อนเข้าไป ก็มีเสียงเหมือนในหนังผีเลย เปิดขึ้นมาพอดี มองไปก็เป็นช่องทางเดินเล็กๆ ที่ต้องเข้าไปแล้วมีซอยหักมุมอยู่ด้านหน้า เดินไปก็กลัวเสียง และความมืดแล้ว มองไปที่พื้น อ่า.มีรอยเลือดดด เหมือนลาก…อะไรเข้าไป แง….เค้ากลัว มองไปที่ผนัง มันขึ้นแสงเป็นตัวหนังสือว่า…”เรากลัว สิ่งที่เราคิด เราเห็น สิ่งที่เรากลัว” คืออยากถ่ายรูปนะตอนนั้น แต่….ด้วยบรรยากาศทั้งหมด ไม่ไหว ขอเดินย้อนกลับมาดีกว่า…หน้าตาตื่นเชียว ความน่าสะพรึงกลัวยังไม่หมดแค่นั้น ปุ๋มก็เดินทะลุประตูทางเข้าออกมา แล้วบอกพี่รปภ.ว่า…
“คือ..กลัวอ่ะค่ะ ไม่กล้าเข้าไป น่ากลัวจัง ผ่านตรงนี้ไปแล้วน่ากลัวไม๊คะ”
“อ๋อ ตรงทางเข้ามันมีเซนเซอร์เสียงน่ะครับ ไม่มีอะไร เข้าไปก็เป็นห้องโถงใหญ่ๆ เหมือนเดิม คนกลัวตรงนี้แล้วเดินกลับมากันเยอะเลยครับ” พี่รปภ.ตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ
เราเห็นคนสองคนกำลังทำท่าอยากเข้าไป เป็นแฟนกัน ก็ถามเค้าว่า เข้าไม๊คะ จะขอตามไปด้วย คือไม่กล้าเข้าไปคนเดียว…สองคนนั้น ชี้ชวนกัน แล้วก็เดินเลี่ยงไป…ตายละหว่า….
แล้ว ก็ไม่รู้ทำไมว่าเราอยากเดินเข้าไปอีก…คงกลัวเสียฟอร์มมั๊ง เลยกลับไปคุยกับพี่รปภ.อีก พี่เค้าก็…”ดัน” ใจดี พาเข้าไป “ขอบคุณค่ะเพ่” แล้วพาเข้าไปก็ไม่พาไปให้สุดเฟ้ยยยย…...ตรูต้องพบกับอารายบ้างรู้ ม๊ายยยยยยยยยยย

ปุ๋มเดินผ่านรอย เลือดจางๆที่พื้นเข้าไป เลี้ยวขวา มืดมาก เย็นมาก พี่รปภ.ยังอยู่ พร้อมบอกว่า ไม่มีอะไรครับ มันเป็นทางมืดหน่อยเท่านั้น แล้วก็เลี้ยวซ้าย พี่รปภ.ยังอยู่ บอกว่า พ้นตรงนี้ไปก็ไม่มืดแล้วครับ…
http://www.tcdc.or.th/files.php?lang=th&act=view&id=3666&fit=250x500
ปิยะวรรณก็โล่งใจ เมื่อเดินมาเห็นแสงสว่าง และเริ่มมีข้าวของต่างๆ วางข้างทางแล้วพี่รปภ.ก็เดินจากไป….เราก็มองไปมองมา ด้านซ้ายเป็นจอหนังขนาดใหญ่เหมือนหนังกลางแปลง พร้อมโซฟานั่ง สามสี่เบาะ…แน่นอน ใครจะฉายมิกกี้เมาส์ เค้าก็ฉายหนังผีสิ ..ด้านขวา เหมือนมีห้องเล็กๆ ที่มองไปก็เห็น….ศาลพระภูมิเล็กๆ ตั้งอยู่กลางห้อง ….อืม…ไม่อยากเดืนเข้าไปนะนั่น ดูใกล้ชิดกันเกินไป ศาลเล็กๆ ที่ตั้งเสาสูงขึ้นมาจากพื้นไม่มาก อยู่ระดับออกเราเอง แต่ทางเดินตรงไปหมือนจะมีผ้ากั้นบางๆ แล้วเหมือนมีนู่นนี่นั่น อยู่ด้านหลัง…อ่อ ทุกคน อย่าลืม Soundeffect เสียงเหมือนหนังผี ช่วงที่ผีใกล้ออก ดังกล่อมตลอดเวลา สลับกับเสียงสวดๆ เสียงผีๆ คือมันปนกันไปหมด
เดินตรงไปก็ไม่ ได้ ก็ต้องเลี้ยวเข้าห้องศาลพระภูมิ เพื่อไปออกอีกห้อง ปุ๋มกลั้นใจวิ่งผ่านหน้าศาลพระภูมิไปค่ะ เข้าไปอีกห้อง ในใจคิดว่าจะเป็นห้องโถงโล่งๆ เหมือนที่เคยเห็นสักที ปรากฏว่า …ยังไม่ใช่ค่ะ…ตอนนี้เริ่มกลัวแล้ว เพราะมองไม่เห็นทางออกเลย ด้านหน้า มองไปมันเป็นผ้าดำบางๆ ขึงอยู่ แล้วมองลอดผ้าไปจะเห็นผี พร็อพต่างๆ ตั้งไว้ ….แต่ที่แน่ๆหนึ่งในนั้นต้องเป็น “กระสือ” แน่ๆ ซึ่งมันเคลื่อนไป ลอยยยย ไป ลอยยมา..มองไปอีกด้าน ก็มีผ้าดำขึงอยู่เช่นกัน มองทะลุผ้าไป เป็นจอหนังกลางแปลงอีกแล้วค่ะ ซึ่งคราวนี้จอตั้งสูงจากพื้นมาก..ฉายหนังเรื่อง แม่นาคภาคเก่า ที่น่ากลัวที่สุดอยู่ …..แง๊ วินาทีนี้ เริ่ม…กลัวมากขึ้นไปอีก…เพราะปุ๋มมองไม่เห็นทางออกเลยค่ะคือ…เดินไปจะ ถึงผ้า เจอผีก็ไม่กล้าเดินต่อ ไม่กล้ามุดไป คือไม่รู้จะไปทางไหน มันไม่มีทางออกค่ะ

เสียงเพลงประกอบหนังผีที่มีปุ๋มเป็นนางเอก ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง…

หนังผีก็ฉายไป มองไปทางไหนก็มีแต่พร็อพน่ากลัว….ไม่ไหวๆๆๆ ต้องกลับทางเก่า
เชื่อไม๊ วินาทีที่ต้องวิ่งกลับทางเก่า ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน เพราะความกลัวที่เรามี ตอนที่หาทางออกไม่เจอ กำลังทำให้เราแย่ แล้วทางเดินกลับ ก็มีหลายช่วงที่มันน่ากลัวมาก ในความไม่มีอะไรนี่แหล่ะน่ากลัวที่สุด ช่องทางเดินเลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย เล็กๆก่อนถึงทางออก…นี่แหล่ะน่ากลัว เพราะมีแค่เราคนเดียว แทบจะวิ่งน่ะค่ะ หัวใจแบบเต้นแรงสุดๆเลย…โชคดีที่ประตูเลื่อนออก …..ฟร่วบบบบบ
พ้น มาได้….
ขำตัวเองสุดๆ….แต่ก็เก็บไว้ในใจ มองหาพี่รปภ.เค้าไม่อยู่พอดี ไม่งั้นจะอายกว่านี้ นี่แหล่ะที่เค้าบอกไว้ ว่า สิ่งที่เรากลัว ก็คือความคิดของเราเอง เพราะปุ๋มอยู่คนเดียวไงคะ มันเลยทำให้เราคิดไปไกล และกลัว หากไปกับเพื่อนสักคน ปุ๋มว่าปุ๋มคงไม่ฟุ้งซ่านและกลัวขนาดนี้
เดินตรงไปทางเข้าโรงหนัง ก็เริ่มกลัวความมืด โชคดีที่หนังตัวอย่างได้ฉายแล้ว ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมามากกกกกก โยกี้ หนังอนิเมชั่นหมีน้อยในป่าใหญ่ทำให้ยิ้มออกได้ และลืมความกลัวเมื่อกี๊ไปได้
ปุ๋มรู้สึกว่า ป๋มอยากเล่าความรู้สึกนี้ให้ฟังมาก แบบ…มันตื่นเต้นน่ะค่ะ สนุกนะ เหมือนเราไปเล่นรถไฟเหาะ กลัว เสียว….และคงเหมือนไปเที่ยวบ้านผีสิงในสวนสนุกมั๊ง สนุกที่ได้รู้สึก แปลกไปจากชีีวิตประจำวัน….เก็บไว้ อยากมาเล่า
เล่าผ่าน ทวิตเตอร์ก็ได้สั้นๆ เล่าผ่านเฟสบุคก็แปลกๆ เลยตั้งใจว่าจะมาใส่ไว้ในบล็อค เดี๋ยวนี้คงมาพร่ำๆ เล่าอะไรต่อมิอะไรให้ฟังเยอะหน่อย จะได้ไม่อึดอัด ปกติไม่เคยเก็บไว้คนเดียวสักเท่าไหร่ มีอะไรก็เล่าหมดดดด…^^ เอาว่าทนๆ “คนขี้เล่า” คนนี้หน่อยแล้วกันนะจ๊ะ…
ปอลิง. เหตุการณที่เกิดขึ้น ปุ๋มว่ารวมแล้วไม่น่าเกิน 5-10 นาที….แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้อะดีรนาลีนหลั่งได้มากมาย…..โอ้ววว มายบุดด้า
ปอลิง. หากใครไปแล้วรู้สึกว่า “ไม่เห็นหน้ากลัวตรงไหน”…ก็ขอโทษด้วยแล้วกันนะคะ คือ….ณ วินาทีนั้นเค้ากลัวจริงๆอ่ะ และแต่ละคนอ่ะนะ ความกลัวก็ไม่เท่ากัน อีกอย่าง…เคยดูหนังผีที่ดันไปอ่านสปอยด์แล้วป่ะ คล้ายๆกัน…รู้แล้วก็ไม่กลัวดิ กลัวเพราะมันไม่รู้นี่แหล่ะเฟร้ย….

divider

Monday, December 13, 2010, filed under About Me

Sky after rain its the single most beautifull sky in the world. Lights shine through the clouds. Plus, rainbow only came out after rain.

http://farm6.static.flickr.com/5006/5257689076_a59d0aa39a.jpg

ตั้งแต่ตีสาม ฝนก็ตกลงมาอย่างไม่บอกกล่าว

ไม่มีท่าทีมาก่อน…อยู่ดีๆ นึกจะตกก็ตก…นึกจะทำอะไรก็ทำ

ไม่สงสารคนอยู่ใต้ฟ้าบ้าง

..

แต่ฝน…ไม่มีวันตกได้ตลอดไป

ฝนอาจทำให้เราลำบาก รถติด ไปทำงานสาย ตาบวม น้ำหนักลด (อันนี้ข้อดีนี่นา )

และอื่นๆอีกมากมาย ในแบบที่เราไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน

ปุ๋มตื่นแต่เช้า ถือร่มเดินก๊อกๆ แก๊กๆ ไปส่งงาน ตามที่นัดหมายไว้

น่าแปลกที่ไม่ได้กร่นว่าฝนสักนิด…

แต่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์วินบ่นกันว่า

“หากร้อนเราก็อาบน้ำได้”

ปุ๋มคิดว่า เค้าคงบ่นคุณฝนเข้าให้แล้ว…ปุ๋มไม่ชอบหน้าร้อนอ่ะ

…ฝนตก …เราก็มุดผ้านวมนิ่มๆนอนต่อได้…555

วันนี้ รอนาน พระมาพอดีเลยวิ่งไปตักบาตร …

รับพรพระแล้วสบายใจจัง ท่านให้พรยาวเชียว

พรุ่งนี้ไม่อยากให้น้ำในขวดพลาสติกแบบนั้นแล้ว (ที่เค้าขายเป็นเซ็ต) มันต้องไม่อร่อยแน่ๆ

อยากซื้อนมถั่วเหลืองให้ท่าน…พรุ่งนี้ตั้งใจใหม่

..

กลับมาบ้าน …กรวดน้ำ…ท่องบทแผ่เมตตา

..

ดูสิ…ฝนทำให้ปุ๋มได้เข้าใกล้ธรรมมะได้ขนาดไหน

ขอบคุณสายฝน

อย่างที่บอก…ฝน…ตก…มันก็ต้องหยุด

และเมื่อฝนหยุดตก…

ฟ้าก็กระจ่างใส

..

น้ำตา…สักวัน มันก็ต้องหยุดไหล

..

เรามีความสุขได้ทุกวัน ด้วยความปรารถนาดี ด้วยความรัก ด้วยความทรงจำ

เชื่อปุ๋มสิ

“ฟ้าหลังฝน….สวยงามเสมอ”

..

http://28.media.tumblr.com/tumblr_ldd5dqgPi21qbacxlo1_500.jpg

photo by pumuq

รูปทั้งหมด เพื่อนๆ ถ่ายได้ในเย็นของวันนี้…ในเวลาใกล้เคียงกัน

มีแต่คนบอกว่า่ เนี่ยแหล่ะ…ฟ้าหลังฝน….ของวันนี้

ปุ๋มรู้สึกดี…รู้สึกอุ่นใจยังไงบอกไม่ถูก

รู้สึกว่า…ยังไงเสีย “เราก็ยังอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน”



divider