(โชว์รูปก่อน)
วันนี้มาทำขนมทานเองกันดีกว่าค่า
ปุ๋มเป็นคนชอบทำอาหารนะคะ แต่ที่สนุกก็คือ ได้ถ่ายรูปด้วย ชอบถ่ายรูปอาหาร พอๆ กับการได้ทานน่ะค่ะ
ต่อไปคงได้ทำและนำมาลงบล็อคมากขึ้น…เพราะจะไปอยู่เกาะส่วนตัวแล้ว 555
เนื่องจากเรามีแพลนจะมีปาร์ตี้วันเกิดของอี๊ใหญ่ของพวกเรา
ซึ่งหลานๆทุกคน ก็ต่างครีเอทเมนูกันไป
แม่รับผิดชอบอาหารไทย มีแกงเขียวหวานไก่แล้วก็ ทอดมันปลากรายเนื้อเด้งระดับชาติ
แล้วก็มีข้าวปั้น ไส้กรอกทอด ของอีกบ้านนึง
ไอ้เราก็เห็นมีเด็กๆ ไปด้วย เลยทำขนมหวานไปดีกว่า
อยากทำอยู่แล้วแต่ไม่ได้ทำสักที
ทีนี้ก็รู้ก่อนวันเกิดแค่สองวัน ม่ายมีอุปกรณ์ไรเลย ไอ้ครั้นจะซื้อเตาอบ เครื่องผสม ไรต่อมิไร ก็เกรงจะเป็นการลงทุนมากไป
ก็มาตายรังที่เมนูที่ใช้แค่สองมือนี่แหล่ะทำ
ไม่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือไรมากมาย
มาเริ่มทำกันดีกว่า
จดสูตรจากในเนตกันก่อน
ส่วนผสม
บลูเบอรี่ 1 กระป๋อง, ขนมปังแคร็กเกอร์ ฮับเส็ง 42 แผ่น, เนยเค็ม 1 ก้อน + 1 ช้อนโต๊ะ, ครีมชีส ฟิลาเดลเฟีย 1 ก้อน, มะนาว 1 – 2 ลูก, นมข้น 1/3 กระป๋อง, นมคาเนชัน (นมสด) 2 ชต.
ถาดกลมขนาด 8″ 2 ถาด ในกรณีนี้ ทำถาดเล็กสุด ได้ 18 ถาม แบ่งกินได้ตามสะดวกค่ะ
เริ่มจากการบด แครกเกอร์…แบ่งใส่ถุงซิปแล้วใช้มือกดให้แตกๆ จากนั้นก็บดขยี้ด้วยไม้นวดแป้ง ไม่มีก็ใช้ขวดแก้ว กลิ้งไปมาได้ค่ั
บดละเอียดมาก ก็ดี แต่ตอนทำดึกมาแล้ว ได้แค่นี้หล่ะค่ะ การที่บดละเอียดก็ทำให้แป้งเกาะกันดีค่ะ
นำเนยก้อนที่เตรียมไว้ ใส่ขาม แล้วอุ่นในไมโครเวฟให้ละลาย ไม่เกินหนึ่งนาที คอยดูด้วยนะคะ พอเป็นน้ำ ก็นำออกมาคนๆ ก็ละลายหมดแล้วค่ะ
ทีนี้ก็เทน้ำเนยลงไปคนผสมให้ทั่วกับแป้งเครกเกอร์ที่บดไว้แล้ว
“ขั้นตอนเพื่อความหอม” ไม่ทำก็ได้ ทำก็ดี…
นำเครกเกอร์ที่ผสมกับเนยแล้ว ใส่เข้าไปในไมโครเวฟ แต่เป็นเตาอบจะดีกว่า อบให้เหลือง หอม แป้งมันจะกรอบขึ้น บ้านเราไม่มีเตาอบ ก็ใช้ไมโครเวฟแทน ซึ่งมีระบบย่าง ก็พอช่วยได้ เนื่องจากเครกเกอร์ที่ผสมไว้ค่อนข้างเยอะ ปุ๋มเลยแบ่งเป็นชามๆ ใส่ในไมรโครเวฟระบบย่าง ประมาณ 2 นาที ดูให้เกิดควันหอมๆก็เอาออกมาเทรวมกันไว้ หากไม่มีเตาอบไรเลยก็ไม่ต้องอบ ข้ามไปขั้นตอนต่อไปเลย
นำเครกเกอร์ที่เตรียมไว้มาใส่ลงไปในถาด กดให้แน่นๆแล้วนำไปแช่เย็น รอสัก 6-7 ชม. คือควรทำค้างคืนทิ้งไว้ ค่ะ ค่อยทำหน้าราดทีหลัง ให้มันเกาะกัน น่ะค่ะ ถามว่า แกะตัวนั้นมีไว้ทำไม ช่วยไรได้ไม๊..คำตอบคือ…ไม่มีไร เป็นแกะเฝ้าขนม ไม่ให้ใครมาแอบกินของเราได้ค่ะ 55
แช่เย็นแล้ว…ก็ไปนอนค่ะ
ตื่นเช้ามามาทำหน้าชีสกันดีกว่า
ชีสครีม ก้อนละเกือบสองร้อย แพงชมัด(โหมดบ่น)
ก่อนทำให้น้ำก้อนครีมชีส มาตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้มันอ่อนตัวนิดนึง หลังจากแข็งในตู้เย็นมานาน ทีนี้ พอมันเริ่มนิ่มๆ (อย่าให้ถึงกับเหลวนะคะ) เราก็หั่นๆ เป็นชิ้นเล็กๆ นำชีสวางไว้บนมือ แล้วหั่นๆ ค่ะ ใส่อ่างผสม
ไม่มีเครื่อง ใช้กล้ามน้อยๆของเรา คนๆๆๆ ให้มันเหลวๆค่ะ ใช้ส้อมคนวนๆๆๆ
มันเหลวอย่างนี้ได้ ก็คือใส่นมข้มหวานไปตามส่วน บีบมะนาวไปประมาณ 1 ลูก คือปุ๋มไม่ได้เป๊ะนะคะ คือชืมเอาว่าเราชอบแบบไหน ที่เราเคยกินแล้วอร่อยน่ะค่ะ คนๆให้ได้ประมาณนี้
ก็ไปโรยหน้าพายที่เราทำไว้ค่ะ
แล้วก็ปิดฝาไปแช่ตู้เย็นอีกแป๊ปนึง ให้ครีมชีสมันเซตตัวค่ะ เด๋วเหลวไป
เวลาจะรับประทานก็เปิดกระป๋องบลูเบอรี่ แล้วก็โรยหน้าเลยค่ะ
(ได้เวลาอร่อยแล้วสิ ได้เวลาอร่อยแล้วสิ)
อันนี้เป็นอันลองชิม…ว๊าวว อย่อยใช้ได้นะฝีมือเรา
ง่ำๆๆๆ อย่อยๆๆ
แต่จากที่ทำหลายครั้งพบว่า จะให้แช่นานแค่ไหน แป้งพายก็ไม่เกาะกันเป็นก้อนแข็งๆ หรือแผ่นๆ มันก็คงร่วนๆ ของมันอย่างนั้น ไม่เป็นไรกินกับครีมชีสกับลูเบอรี่ก็อร่อยเหมือนกัน
บรรจุของที่ทำไว้ เตรียมเดินทางไปแดนไกล
กระเป๋านี้แหล่ะที่ลงทุนไปซื้อมา จากร้านเนโกะ (คล้ายๆ โดโซะ) กระเป๋าเก็บความเย็น น่ารักเชีย ใบละหกสิบบาทเอง
ชอบตรงนี้ 555
เวลาจะทาน ก็ค่อยนำบลูเบอรี่มาราดๆ ทับเข้าไป เข้ากั๊นนน เข้ากันนะคะ
แล้ว บลูเบอรี่ชีสพายก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบ
ผู้พิสูจน์ น้องมินท์
บอกว่า…อร่อยมากค่ะ ที่โรงเรียนมินท์แพงมาก แถมยังเห็นอร่อยอย่างนี้เลยค่ะ
^__________^//
คนทำก็หายเหนื่อยอ่ะน๊าค๊าาา
เมนูนี้ ง๊าย ง่าย แต่ดูไฮโซค่ะ ทำแล้วจะเสริมราศึ ดูดีมีชาติตระกูล 55
ลองไปทำทานกันดูนะคะ ไว้วันหลังจะมาใหม่ค่า

เลยมาเป็นอาทิตย์แล้ว หน้ายังดำเป็นก้นหม้อยู่เลย
อย่างที่รู้ๆว่า อากาศช่วงนี้ร้อนสะเด็ด แล้วแมวก็ดันมาชวนไปตลาด บางน้อย เพราะมีเทศกาลกินกุ้งแม่น้ำ ไอ้เราก็ชอบตลาดเก่าทุกที่ ก็เลยอยากไป
วีคนี้อากาศก็ร้อนสุดๆ เลยอ่า เพลียสุดๆเลย แต่การไปเที่ยวตามเทศกาลที่เค้าจัด ก็ต้องไปให้ถึงที่จะมากลัวร้อนไม่ได้
สมุทรสงครามดังจากตลาดน้ำอัมพวา แต่ไอ้ความดังนี่แหล่ะทำให้แทบจะไหลตายกับจำนวนคนที่มหาศาลมาก เลยไม่ไปแล้วก็ยังมีตลาดท่าคา ตลาดบางนกแขวก ตลาดบางน้อย ที่เรายังไม่เคยไป แต่อยากไปมานานแล้ว ชอบตลาดริมน้ำ ไม่รู้เป็นอะไร ชอบอาหารแบบบ้านๆ อร่อย แล้วก็แปลกแต่ละท้องถิ่นไม่ซ้ำกัน ตอนนี้ที่ชนะเลิศด้านอาหารได้แก่ตลาดเก่า…บ้านใหม่ที่ฉะเชิงเทรา ประทับใจสุด อยากไปกินอีก เอ๊ยอยากไปเที่ยวอีก 555
ต่อจากนี้เล่าตามภาพแล้วกันเนอะ
งานนี้ ขอไปเที่ยวตลาดบางนกแขวกก่อนค่อยวกกลับมาตลาดบางน้อย ก็อ่านมาจากเน็ต ต้องแวะร้านนี้ก่อนเลยค่ะ ร้านบะหมี่ปู ขึ้นชื่อ ทุกอย่างทำมาจากเนื้อปูล้วนๆ ไม่ต้องมานั่งแกะให้เสียเวลาค่ะ ใช้โหมดกล้อง S90 เป็นแบบเลือกสีค่ะ
จากนั้นเราก็เดินเข้าสู่ตรอกเล็กๆ เข้าไปที่ตลาดริมน้ำบางนกแขวกกันค่ะ
จากนั้น ก็ได้ยินสเสียงคนประกาศ “เรือฟรี เรือฟรี ไปดูสวนมะม่วงหาวมะนาวโฮ่” ถือเป็นกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่เลย ไปก็ไปกัน
สรุปว่าสนุกดีจัง สวนนี้เค้าก็ปลูก “มะม่วงหาวมะนาวโห่” กเยอะมากกก…เอามาทำน้ำเย็นๆชื่นใจ คล้ายๆรสบ๊วย ขายทั่วไปในตลาดบางนกแขวกนี้ ถึือเป็นเอกลัษณ์มากๆ
คนเยอะมากก กุ้งที่เหลือถูกจองไปหมดแล้ว ขอจรลีจากตรงนี้ไปก่อนแล้วกัน
ตัดสินใจกลับไปหาไรกินที่แม่กลอง เลือกแดงซีฟู๊ด …ผิดหวังอย่างแรง คงไม่ได้ไปอีกแล้ว..อาหารไม่ว่าจะดีแค่ไหน..หากบริการไม่ดี..ก็จบค่ะ จบกัน…จากนี้ตลอดไป 555 คนเยอะมาก…แย่สุดๆ ไปเที่ยวช่วงเทศกาลนี่แย่จริงๆ
จบแล้ว

แปลก…อยู่ดีๆ ก็น้ำตาไหล T__T
เลยอยากเก็บไว้ใน Blog หน่อย น่ารักดี
วันนี้ก็หาเพลงฟังเปิดประกอบการทำงานไปเรื่อย ก็ไปเจอเพลงของ อาร์มแชร์ แหม..มันโดนไปหมดทุกเพลง เพลงของอาร์มแชร์ส่งผลต่ออารมณ์มาก มันพเพราะ มีความหมาย แล้วก็จับใจ MV ก็สวย…ก็เลยเซฟๆเก็บไว้
แล้วก็ไปเจอเพลงนี้ ของโซฟา คือมันเป็นเพลงประเภทๆเดียวกันน่ะ ^^
“จะเก็บเรื่องราวของเราเอาไว้”
อยู่ในจิตนาการ
อยู่ในฝันฉันข้างในโลกความจริง
(วันพรุ่งนี้) เป็นเช่นไร
ฉันไม่รู้ไม่สนใจ
อยู่ในจิตนาการ
อยู่ในฝันฉันเรื่อยไป
จะเก็บเรื่องราวของเราเอาไว้…
ในจินตนาการ
เฮ๊ย…ตอนแรกอ่ะนึกว่า เด็กๆ ติดเกมส์ทำ MV แต่ทำไม๊…ดูๆ ไปแล้วยิ้มมม น้ำตาไหล แบบ…มันซึ้งอ่ะ
คือ….ในโลกของจินตนาการน่ะ…มันก็ได้อยู่ด้วยกัน แม้จะแค่นั้น แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดี
…โลกไซเบอร์….แค่ดึงปลั๊ก ความสัมพันธ์ก็ยุติแล้วอ่ะ
…เป็นอะไรที่น่าจดจำมาก ได้ไปท่องเที่ยว ตีมังกร บุกป่า ฝ่าดงด้วยกัน…มันเป็นช่วงของการหลีกหนึโลกของความเป็นจริงที่มีแต่ความฝันเนอะ
…เข้าใจ เพราะเคยนะจะบอกให้
ช่วงปีใหม่ปีนึงที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ใช้โลกอินเตอร์เนตนี่แหล่ะ พากันไปดูพลุปีใหม่ในเกมส์ออนไลน์เกมส์หนึ่ง…ก็ซึ้งดีเเหมือนกัน….
ใครๆก็เคยเป็นเด็กใช่ป่ะ ^___^
เก็บไว้ในบล็อค ไว้ดูบ่อยๆไง

ช่วงนี้งานออกแบบ Logo มีเข้ามาให้ทำทุกสัปดาห์ รู้สึกสนุกกับมันนะ … เดี๋ยวค่อยเล่าเรื่องออกแบบ เล่าเรื่อง โลโก้ใหม่ของเราดีกว่า
นี่คือโลโก้ใหม่และแบรนด์ใหม่ของร้านปุ๋มเอง ไม่ใช่ร้านสิ ไม่มีหน้าร้านกะเค้า ก็คือเสื้อผ้าหรือของที่ตัดก็จะต้องมีชื่อแบรนด์ใช่ไม๊คะ ตะก่อน ปุ๋มแค่ ใช้คำว่า pumuq’s shop ก็คือชื่อเรานี่แหล่ะ แต่ด้วยความที่ชื่อเราเอง เรายังออกเสียงไม่ถูกเลย “ปูหมึก” “ปูหมัก” โดนเรียกประหลาดๆ มาตลอด ความตั้งใจที่จะตั้งชื่อนี้ คือ….
pumuq มาจากคำว่า pum บวกกับ muq คือเหมือนอ่าน ได้สองด้าน เป็นคำว่า pum ทั้งหน้า และหลัง เลยมารวามกันเป็น pumuq และใจอยากให้คนอ่านอกเสียงว่า พี-ยู-เอ็ม-ยู-คิว แต่ไม่เห็นมีใครอ่านแบบนี้เลย 555 ก็เลยรู้ว่าทุกคนอ่านออกเสียงลำบาก และ ยากที่จะจำ เลยคิดว่า ทำใหม่ดีกว่า นะ
ยี่ห้อใหม่ ก็เลยลองหาคอนเซปต์ดู อยากให้เป็นตัวเรา เป็นสิ่งที่เราชอบ ก็ปุ๋มก็ชอบตุ๊กตาที่แทนตัวเรานี่แหล่ะ แต่เปลี่ยนทรงผมนิดนึง ให้มันดูมีอะไร แล้วก็เลือกใช้สีที่ชอบสุดๆ ดูตุ่นๆหน่อย ชมพู โอโรส ฟ้า พาสเทล แล้วก็ชื่อ Sweet Ribbon ก็มาจาก ปุ๋มชอบทำอะไรหวานๆ (จนเป็นนิสัย ฮา) แล้วก็ความหวานมันก็มักจะมาพร้อมกับ โบว์ น่ารักๆ ที่ทำจนเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว เลยเลือกชื่อนี้เสียเลย สังเกตุที่โบว์มีลายจุดด้วย ชอบลายจุดมากๆค่า จริงๆก็อยากตัง้ชื่อแบรนด์ว่า Polka dot ด้วย แต่ก็..มีคนใช้แล้ว ใช้อันนี้แหล่ะดีแล้ว

อันนี้เป็นโลโก้เก่า ชอบความ Simply ไม่ต้องมีไรมาก แต่ก็ต้อง re-branding กันนิดนุงเนาะ
ก็แอบกลุ้มนิดๆ มันติดกับแบรนด์เก่าอยู่เลย ชื่อเวบต่างๆก็เป็น pumuq หมด ขายของมาก็นาน เสริ์ช pumuq ก็จะเจอมากมาย แต่มาเปลี่ยนชื่อก็ต้องสร้างกันใหม่ อ่านะ ลองดู เรียกง่ายกว่า จำง่ายกว่าน่าจะดีขึ้นนะ
จบก่อนล่ะนะ …คีย์บอร์ดนี้เมื่อยมือชมัด








































